|

Luxury Laundry@Oriental ถึงเวลา...ซักแห้งเครื่องหนังแบบมืออาชีพ
โดย
สุปราณี คงนิรันดรสุข
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( กันยายน 2552)
กลับสู่หน้าหลัก
หากอยากรู้ว่าไลฟ์สไตล์การแต่งกายของบุคคลชั้นนำในวงสังคม มีรสนิยมบุคลิกนิยมสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์หรูเริ่ดแบรนด์ใดบ้าง? ขอให้ไปดูที่ที่รวมแบรนด์ดังระดับโลกเหล่านี้ได้ที่ ร้านซักแห้ง (Dry-Cleaning's Shop) ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ซึ่งเป็น Luxury Hotel ที่ประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงทั่วโลกมายาวนานกว่า 132 ปี
ประสบการณ์ให้บริการ Laundry ที่เน้นคุณภาพระดับสูงของโรงแรมโอเรียนเต็ลได้สร้างความพึงพอใจแก่แขกระดับวีไอพี ตั้งแต่ระดับราชวงศ์ ผู้นำทางเศรษฐกิจ สังคม บันเทิง และการเมืองชั้นนำโลกที่ไว้วางใจ ดูได้จากการเติบโตของธุรกิจ Dry Cleaning's Shop ของโอเรียนเต็ลที่ให้บริการซักอบรีด 700-800 ชิ้นต่อวัน จากทำเลทอง 3 สาขาใจกลางเมือง คือ สาขา ห้างเซ็นทรัลชิดลม สาขาเอ็มโพเรียมและสาขาสยามพารากอน ซึ่งย้ายมาจากห้างอิเซตันแล้ว
ภาพผ้าคลุมไหล่ (Shawl) แบรนด์หรู หลุยส์ วิตตอง ที่เจ้าของรักและหวงนักหนา บัดนี้ได้รับการดูแลซักแห้งและใช้วิธีรีดด้วยการพ่นไอน้ำให้เรียบเนี้ยบแทนการใช้เตารีด เพื่อให้เส้นใยยังคงส่งประกายใหม่สดใส พร้อมส่งมอบแก่ลูกค้าอย่างประณีตสง่างาม
เฉกเช่นเดียวกับชุดสูท 3 ชิ้นแบรนด์ Thierry Mugler ซึ่งเจ้าของไว้วางใจใช้บริการซักแห้งที่นี่ โดยมอบชุดสูทแสนแพงนี้มา พร้อมทั้งกำชับไว้ว่า เมื่อจะส่งมอบ ขอให้ใช้ไม้แขวนชุดสูทของ Thierry Mugler ของเขาเท่านั้น นี่คือตัวอย่างของลูกค้าคนสำคัญที่ต้องใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ โดยเน้นทำความสะอาดเรียบเนี้ยบทั้งสูทด้านนอกและซับใน ด้านใน การรีดต้องระวังขึ้นเงาและดูแลเนื้อผ้ากับรูปทรงของสูทอย่างดี รวมถึงการส่งคืนในสภาพประณีตและสง่างาม ตรงเวลา
"การให้บริการของแมนดาริน โอเรียนเต็ล อยู่ในระดับไฮเอ็นด์ เพราะเราเน้นให้บริการที่ไว้ใจได้ในคุณภาพระดับสูง ทุกขั้นตอนทำงานจะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพ และราคาค่าบริการก็จะสูงกว่าที่อื่น ถ้าสูทสามชิ้นแบบมีเสื้อกั๊กด้วยราคา 375 บาท ส่วนเสื้อเชิ้ตตัวเดียว 205 บาท แต่ถ้าเป็นเนกไท 150 บาท แต่ถ้าที่อื่นจะมีราคาต่ำกว่าของเขาคิดประมาณ 200 กว่าบาท แต่ถ้าของเรา ถ้าซักทักซิโด 460 บาทถือว่าเป็นสูทที่แพงที่สุด พรม ค่าซัก 845 บาทต่อตารางเมตร ของเล่นเด็กตุ๊กตาคิดราคาเป็นกิโลๆ ละ 325 บาท
นอกจากนี้แนวทางของเราคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมมาก สารเคมีที่ใช้จะไม่เป็นสารก่อมะเร็ง เราไม่ใช้สารโซลเวนท์ ซึ่งเป็นน้ำมัน ซักแห้งแบบเพอร์ค แต่เป็นการใช้ไฮโดรคาร์บอน 100 เปอร์เซ็นต์ซึ่ง ปลอดภัยทั้งคนใช้และลูกค้ากับสิ่งแวดล้อม" ปฏิภาค สายสว่าง หรือ "เอ็ดดี้" Laundry Manager ผู้บริหารงานซักแห้งมืออาชีพมา 19 ปีเล่าให้ฟัง
เอ็ดดี้เติบโตในวงการ Laundry เริ่มต้นจากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาส ศึกษาและทำงานที่เยอรมนีถึง 10 กว่าปี โดยอาศัยอยู่กับพี่สาวและพี่เขยชาว เยอรมัน เจ้าของธุรกิจอุตสาหกรรมซักอบรีด ซึ่งไว้วางใจให้เขาช่วยดูแลสาขา ธุรกิจ ทำให้ชีวิตหักเหจากที่ตั้งใจไว้ว่าจะเรียนต่อสถาปนิก กลายเป็นผู้มีทักษะ และความชำนาญในการจัดการธุรกิจซักอบรีดเครื่องหนังและพรมตลอดจนเสื้อผ้าของลูกค้าชาวเยอรมันแทน และเมื่อกลับมาเมืองไทยเขาได้ทำงานอยู่โรงแรมแลนด์มาร์ค 3 ปีก่อนจะมาทำงานที่โรงแรมโอเรียนเต็ล 19 ปี โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบการบริหารจัดการสินทรัพย์และพนักงานซักอบรีด 50 กว่าชีวิตในแผนก Linen (แผนกผ้าที่ใช้ในโรงแรม สปา และภัตตาคาร เช่น ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูโต๊ะ ผ้าเช็ดปาก) และแผนก Garment (แผนกบริการซักรีดเสื้อผ้าแขก ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน เสื้อผ้าลูกค้าทั่วไปจาก 3 ช็อป)
บนพื้นที่ 700 ตร.ม. ใต้ตึกโรงแรมโอเรียนเต็ล มีบรรยากาศของโรงงาน ที่แบ่งเป็นห้องซักอบซึ่งมีอุณหภูมิ 30 กว่าองศา ห้องรีดที่ติดแอร์เชื่อมต่อกับส่วนหน้าที่คัดแยก ควบคุมคุณภาพและรับส่งเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูๆ ที่แขวนเต็มราว ไม่นับรวมงานหลักที่ต้องซักอบรีดผ้าทุกชิ้นที่ใช้ในห้องพัก และห้องอาหารของโรงแรมแต่ละวันนับหมื่นชิ้น ขณะที่เสื้อผ้าของแขก ลูกค้าทั้งหมดราว 1,000 ชิ้นต่อวัน และยูนิฟอร์มของพนักงานอีก 1,000 ชุดด้วย
ทั้งนี้ไม่รวมการซักเสื้อผ้าของเชฟและพนักงานในห้องครัว ซึ่งจะแยกการซักต่างหาก เพราะระดับความสกปรกมีสูงต้องใช้สูตรพิเศษทำความสะอาดคราบปนเปื้อนไขมัน ซึ่งศัพท์ในวงการเรียกว่า Heavy heavy soil ต่างจากผ้าที่มาจากห้องอาหารและเครื่องดื่มที่อาจจะเปรอะเปื้อนบ้างเรียกว่า Heavy soil ขณะที่ผ้าของแขกที่ใช้ในห้องพักโรงแรม สปา สระว่ายน้ำ ถือว่าเป็น Light soil
ข้อสังเกต ผ้าทุกชิ้นที่ใช้ในโรงแรมโอเรียนเต็ล จะเป็นผ้าฝ้ายสีขาว 100 เปอร์เซ็นต์ (Pure Cotton) ซึ่งจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบและการตัดสินใจของปฏิภาคว่า สมควรจะเปลี่ยนหรือไม่ เขาจะต้องบริหาร งบประมาณในการจัดซื้อผ้าและจัดจ้างคนอย่างมีประสิทธิภาพ
ล่าสุดในต้นปีหน้า 2553 ปฏิภาคเปิดเผยว่า โรงแรมมีแผนจะขยายให้บริการ Guest laundry ให้ครบวงจร โดยเพิ่มบริการซักแห้งชุดเครื่องหนัง ขน Fur และขนมิ้งค์ เนื่องจากมีความต้องการของลูกค้า เพิ่มขึ้นในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมานี้ ตามไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงไป ประจวบ เหมาะกับปีหน้าจะมีการเปลี่ยนเครื่องซักระบบอุตสาหกรรมตัวใหม่มูลค่านับล้านแทนตัวเก่าอีก 3 ตัว และลงทุนซื้อสูตรน้ำยาซักเครื่องหนัง ซึ่งมีคุณสมบัติรักษาหนังให้มีสีเหมือนใหม่และไม่หดตัว แต่น้ำยานี้มีราคาแพงมาก โดยงานนี้จะมีการตั้งทีมมืออาชีพที่มีทักษะชำนาญและมีความรู้ในการดูแลรักษาเครื่องหนังอย่างถูกต้องถูกวิธี
ในวงการซักแห้ง ชุดเสื้อผ้าเครื่องหนัง ถือว่าเป็น Dedicated item ผลิตภัณฑ์ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษมาก เนื่องจากเมื่อผ่านกระบวนการซักแห้ง เครื่องหนังจะเซนซิทีฟเรื่องสีและการหดตัว และยิ่งกว่านั้นมูลค่าราคาเครื่องหนังแบรนด์ ดังแต่ละชิ้นนั้นแพงมากไม่ต่ำกว่าหลักหมื่น จนถึงหลักแสนต่อชิ้น
การซักแห้งเครื่องหนัง จึงเป็นเรื่องที่มีกรรมวิธียุ่งยากและมีต้นทุนสูงกว่าบริการซักอบรีดทั่วไป เพราะการซักเครื่องหนังแต่ละครั้งจะต้องมีปริมาณมากพอที่จะคุ้มกับการใช้น้ำยาราคาแพง หลังจากซักเสร็จแล้วต้องล้างเครื่องจักร ให้สะอาดหมดจดจริงๆ ก่อนจะซักเสื้อผ้าต่อไป
ในเมืองไทยซึ่งเป็นเมืองร้อน กลุ่มเป้าหมายที่เป็นเจ้าของชุดเครื่องหนัง มีไม่มาก ยกเว้นผู้เดินทางท่องเที่ยวไปเมืองหนาว เมื่อกลับมาก็ส่งซักตามร้านซักแห้งทั่วไป ซึ่งไม่มีทักษะและสูตรน้ำยาสำหรับเครื่องหนังจริงๆ เพราะต้นทุนแพง แต่คนรับซักเครื่องหนัง จะทำแบบไม่เต็มสูตรและส่วนใหญ่ทางร้านแค่แต่งแบบ Touch up เท่านั้นเอง ไม่ได้ซักแบบจริงจัง บางทีก็แค่ spot clean แล้วเคลมว่าให้บริการซักหนังก็มี
"ถ้าคุณคิดจะซักเครื่องหนังแบบปกติด้วยเครื่องซักผ้าและน้ำยาธรรมดา มันอาจจะสะอาด แต่ทำลายสภาพเครื่องหนังยับเยิน หนังที่นุ่มกลับกลายเป็นแข็งกระด้าง และจากหนังมันวาวก็จะมีสีด้าน หรือหดหรือแขนห้อย อย่าลืมนะครับว่า ชุดเครื่องหนังที่เขาทำเสื้อผ้ามา ทางผู้ผลิตเขาจะอัดกาวรอบๆ ตรง ปลายแขนและรอบชายเสื้อ เวลาซักธรรมดาแบบไม่รู้ จะทำให้กาวหลุดและปลายแขนและชายเสื้อจะห้อยโป่งพอง เพราะทางผู้ผลิตเขาจะไม่เย็บตรงปลายแขนและชายเสื้อ กรณีเสียหายแบบนี้ ผมจะแนะนำให้อัดกาวใหม่ โดยใช้เข็มฉีดยาฉีดเข้าไป อันนี้มีขั้นตอนและเทคนิค"
แต่ที่มืออาชีพอย่างทีมงานของปฏิภาคกลัวมากคือ คราบเปื้อนบนหนัง เพราะถ้าทำบุบ มันจะด่างทันที
"อย่าลืมว่า หนังที่ใช้เป็นสีสันสวยงาม เกิดจากฟอกและย้อมสี ซึ่งกรรมวิธีย้อมหนังไม่เหมือนย้อมผ้า และหนังสัตว์ก็มีหลากหลาย เช่น หนังแกะ หนังวัว อย่างชามัวร์เป็นหนังวัวอ่อน มันจะบาง ถ้าคุณทำไม่ดี มันอาจขาด หนังช้างก็เอามาทำกระเป๋า และยังมีประเภทหนังเทียม (Suede) เป็นหนังประดิษฐ์ เช่น บุโซฟา หนังเทียมและหนังแท้ปนกัน ทำเหมือนมาก ทำให้เวลาซักร่วมกับหนังแท้ อาจจะมีปัญหาเสียหายได้ เพราะหนังเทียม ทำจากวัสดุพลาสติก เราก็ต้องบอกลูกค้าว่า อันนี้เป็นหนัง อันนี้เป็นหนังเทียม เพราะถ้า เป็นหนังแท้ทนน้ำยาซักเครื่องหนังได้แต่ถ้าเป็นหนังเทียมจะงอหงิกเลย มันไม่ใช่หนัง
กรณีนี้ เราเจอมาแล้ว เช่น ลายประดับบนเสื้อผ้าเป็นหนังแท้แล้วแปะลงบนเสื้อผ้า ก็ยังโอเค แต่ถ้าเป็นหนังเทียมที่เอามาแปะ พอซักเสร็จมันพัง หนังเทียมมันเบาและราคาถูกกว่าเยอะ ซึ่งเราจะแจ้งลูกค้าให้ทราบก่อนให้บริการ งานนี้พนักงานหน้าร้านต้องมีไหวพริบปฏิภาณ เช่นถามว่า ขนแกะชิ้นนี้มีอายุนานหรือยังคะท่าน? ลูกค้าก็อาจจะบอกว่า อุ้ย..หนู นี่ของเก่ามรดกนะคะ ข้อมูลแบบนี้เราต้องบอกกับลูกค้าให้ทราบก่อนว่า เมื่อซักแล้ว หนังแกะที่เสื่อมสภาพแล้วอาจจะเปื่อยฉีกขาดได้ ถ้าลูกค้ารับทราบแล้วยังต้องการใช้บริการ ก็ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร"
สถิติความเสียหายที่เกิดขึ้นมีน้อยมากๆ ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิด จากความไม่รับผิดชอบของผู้ผลิตสินค้าที่ไม่ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับวัสดุเส้นใยที่ต้องซักรีดแบบไหนบนป้าย label บวกกับความผิดพลาดของพนักงานซักรีดก็มี เช่น กรณีกางเกงยีนส์แบรนด์หรู Boss เมื่อผ่านการซักรีดแล้ว ลูกค้าโวยว่า ความเก๋าที่เกิดจากรอยพับยับย่นของยีนส์ตัวเก่งหาย เพราะถูกรีดจนเรียบ ขอให้ทางร้านรับผิดชอบทำให้ยับย่นสไตล์ Boss ด่วน งานนี้ทำให้ผู้จัดการอย่างเอ็ดดี้ต้องดั้นด้นไปเสาะหาข้อมูลและกลับมาอัดรอยย่นให้เหมือนของเดิมจนได้
ดังนั้น การแจ้งให้ลูกค้าทราบทันทีที่หน้าร้าน ก่อนให้บริการซักแห้งเครื่องหนังนั้น เป็นเรื่องสำคัญ เพราะกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นจะต้องชดใช้และรับผิดชอบสูงมากกว่า เสื้อผ้ามาก ซึ่งทางโรงแรมโอเรียนเต็ลได้แสดงความรับผิดชอบโดยการลงทุนซื้อหลักประกันภัยที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินอันมีค่าเหล่านี้ไว้แล้ว
ก่อนจะจากกัน เอ็ดดี้ได้ฝากเตือนข้อควรระวังในการดูแลรักษาชุดเครื่องหนังราคา แพงว่า "ถ้าคุณใส่แล้วเก็บใส่ถุงคลุมในตู้อย่างดีโดยไม่ซักแห้งแล้วเก็บเป็นปี ขอให้ระวังเรื่องกลิ่นอับชื้นและเชื้อรา เพราะกลิ่นพวกนี้มาจากการดูดซึมกลิ่นตัว เหงื่อไคล น้ำหอม มันเป็นกลิ่นเหม็นหืนหนังสัตว์น่ารังเกียจ ชนิดใส่แล้วไม่มั่นใจเลยก็มี หรือบางครั้งเสื้อผ้าหนังเปรอะเปื้อนแล้ว เราไม่สนใจ ไม่กำจัดออกก่อน เชื้อราก็จะไปกินเศษคราบปนเปื้อนบนเสื้อหนังได้ ทางที่ดีที่สุดต้องถนอมรักษาอย่างถูกวิธี ควรใช้บริการซักแห้งเครื่องหนังปีละครั้งก็ยังดี แล้วอย่าเก็บชุดหนังในถุงคลุมตลอดเวลาในตู้มิดชิด ขอให้มีอากาศถ่ายเท ในอุณหภูมิพอเหมาะ ไม่ใช่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น จะทำให้เกิดเชื้อราเห็นชัดเจน"
ปีหน้าคงได้เห็นบริการซักเครื่องหนังในแผนก Guest Laundry เพิ่มขึ้นอีก เพราะแนวโน้มแฟชั่นคอลเลกชั่น Winter 2009/2010 ของแบรนด์หรูเริ่ดราคาแพง นิยมใช้วัสดุหนังสัตว์หรือตกแต่งด้วยขนเฟอร์สวยๆ ประดับออกมาแล้ว แต่เมื่อได้เป็นเจ้าของครอบครองใส่เสื้อหนังตัวเท่ๆ ทั้งที ก็ต้องมั่นใจว่าสะอาดจนดมได้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|