ทำตัวหรูสู้วิกฤติเศรษฐกิจ


นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( สิงหาคม 2552)



กลับสู่หน้าหลัก

ความหรูใช่หมายถึงต้องมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสิ่งที่เราได้เป็นเจ้าของและเราให้ค่ามันสูงเพียงใด

การมีข้าวของเครื่องใช้ในครอบครองมากเกินไป บางทีกลับจะทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของถูกมองว่ามีแต่เงินแต่ไร้สมอง โดยเฉพาะถ้าเราแทบไม่ได้ใช้สิ่งนั้นเลยได้แต่เก็บไว้รกบ้าน และยิ่งในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ เผลอๆ อาจถึงกับถูกรุมประณามที่ใช้เงินไม่เป็นเลยก็ได้ ในเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างนี้ บางทีอาจถึงเวลาที่เราควรจะต้องลองคิดทบทวนอย่างจริงจัง เกี่ยวกับนิสัยในการซื้อของเรา

บางทีคุณอาจจะนึกไม่ถึงว่า วิธีที่จะทำให้เราประหยัดได้ดีที่สุดในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ เป็นวิธีที่แสนง่าย นั่นคือ จ่ายให้แพงขึ้น ใช่แล้ว คุณฟังไม่ผิดแน่ และนี่คือวิธีที่ได้รับการยืนยันและผ่านการพิสูจน์ด้วยกาลเวลามาแล้ว ว่าเป็นวิธีที่จะสู้กับเศรษฐกิจถดถอยได้ และยังสามารถนำไปใช้กับสินค้าและบริการได้หลากหลายชนิด และขณะนี้ผู้บริโภคที่ฉลาดๆ ก็เริ่มที่จะใช้วิธีนี้แล้ว

การมีข้าวของเครื่องใช้ในครอบครองมากเกินไป บางทีกลับจะทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของถูกมองว่ามีแต่เงินแต่ไร้สมอง โดยเฉพาะถ้าเราแทบไม่ได้ใช้สิ่งนั้นเลยได้แต่เก็บไว้รกบ้าน และยิ่งในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ เผลอๆ อาจถึง กับถูกรุมประณามที่ใช้เงินไม่เป็นเลยก็ได้ ในเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างนี้บางทีอาจถึงเวลาที่เราควรจะต้องลองคิดทบทวนอย่างจริงจัง เกี่ยวกับนิสัยในการซื้อของเรา

บางทีคุณอาจจะนึกไม่ถึงว่า วิธีที่จะทำให้เราประหยัดได้ดีที่สุดในยุคเศรษฐกิจแบบนี้เป็นวิธีที่แสนง่าย นั่นคือ จ่ายให้แพงขึ้น ใช่แล้ว คุณฟังไม่ผิดแน่ และนี่คือวิธีที่ได้รับการยืนยันและผ่านการพิสูจน์ด้วยกาลเวลามาแล้ว ว่าเป็นวิธีที่จะสู้กับเศรษฐกิจถดถอยได้ และยังสามารถนำไปใช้กับสินค้าและบริการได้หลากหลายชนิด ขณะนี้ผู้บริโภคที่ฉลาดๆ ก็เริ่มที่จะใช้วิธีนี้แล้ว

ถ้าไม่เชื่อ ก็ลองเปิดตู้เสื้อผ้าของคุณดู แล้วคุณอาจจะพบคำตอบ ในบรรดาชุดที่คุณมีอยู่ล้นตู้ ลองนึกดูดีๆ ว่า ชุดที่คุณใส่หรือชอบที่จะหยิบมาใส่เป็นประจำนั้น ความจริงแล้วมีอยู่เพียงไม่กี่ชุดเท่านั้น ส่วนที่เหลือแทบจะไม่ได้แตะต้องเลยด้วยซ้ำ ทีนี้ลองสังเกตดูว่า ชุดที่คุณชอบนั้นมักจะเป็นชุดที่จัดว่าแพงที่สุด ในบรรดาเสื้อผ้าทั้งหมดที่คุณมีอยู่หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณอาจจะต้องเริ่มเปลี่ยนวิธีการช็อปเสื้อผ้าของตัวเองเสียใหม่ เพื่อให้ประหยัดมากขึ้น พร้อมกับหรูมากขึ้นด้วย นั่นคือ หลีกเลี่ยงการซื้อเสื้อผ้าราคาถูกหลายๆ ตัว แล้วเอาเงินนั้นมาซื้อเสื้อผ้าดีๆ ที่ราคาแพงกว่าเพียงไม่กี่ตัว หากแต่เป็นเสื้อผ้าที่มีคุณภาพดีกว่า และมั่นใจว่าคุณจะหยิบมันมาสวมใส่ครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไม่รู้เบื่อ

ประวัติศาสตร์บอกเราว่า นี่คือวิธีการใช้จ่ายเงินในช่วงเวลา ที่เกิดเศรษฐกิจตกต่ำซึ่งคนนิยมทำกันมานานแล้ว ข้อมูลจาก U.S. Bureau of Economic Analysis พบว่า ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เมื่อทศวรรษ 1930 (Great Depression) นั้น ชาวอเมริกัน จ่ายเงิน 24% ของรายได้ไปกับเสื้อผ้าและรองเท้า ที่เหลือ 76% หมดไปกับสิ่งของจำเป็นเช่นอาหารและที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่แล้ว ชาวอเมริกันใช้จ่ายเงิน 13% ของรายได้ไปกับการซื้อเสื้อผ้า และ 50% กับการซื้อสิ่งของจำเป็น นั่นเป็นเพราะเมื่อสมัย 80 ปีก่อน ยังไม่มีการแข่งกัน ผลิตเสื้อผ้าราคาถูกออกมาขายมากเท่ากับในยุคนี้ ก่อนเกิดวิกฤติ เศรษฐกิจครั้งนี้ ชาวอเมริกันจึงไขว้เขวไป เพราะถูกล่อใจด้วยเสื้อผ้าแฟชั่นราคาถูก แต่เมื่อพวกเขามีรายได้ลดลงในขณะนี้ นิสัยเก่าจึงกลับคืนมาอีกครั้ง

ขณะนี้ชาวอเมริกันกำลังเลิกซื้อของราคาถูกในปริมาณมากๆ แล้วหันมาเลือกซื้อแต่ของที่มีคุณภาพดีแทน เลิกมองอะไรแบบผิวเผิน และหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระ ตัวเลขที่ยืนยันได้คือ ยอดขายปลีก สินค้าประเภทอาหารในสหรัฐฯ เดือนธันวาคมตกลงเกือบ 10% และตกลงอีก 2% ในเดือนมกราคม เช่นเดียวกับเสื้อผ้าแฟชั่นทันสมัยราคาปานกลางของร้านแฟชั่นอย่าง Saks Fifth Avenue ซึ่งยอดขายกำลังตกต่ำ

แต่เมื่อหันมาดูยอดขายสินค้าคลาสสิกที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพมานมนาน กลับยังมียอดขายดีอยู่ LVMH เจ้าของแบรนด์ หรูราคาแพงระยับอย่าง Louis Vuitton กลับมียอดขายโตขึ้น 4% ในปี 2008 Hermes โตขึ้น 8% ส่วนกลุ่ม Savile Row Bespoke ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของร้านเสื้อชั้นสูง 12 ร้านในลอนดอน ก็มียอดขายโตขึ้นอย่างสม่ำเสมอตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โฆษกของกลุ่มนี้บอกว่า ลูกค้ากำลัง "ดิ้นหาคุณภาพ" ด้านผู้เชี่ยวชาญ คาดว่า ยอดขายสินค้าแบรนด์หรูจะเติบโตต่อไปอีก เพราะความถี่ของการช็อปอาจลดลง แต่การพิถีพิถันเลือกซื้อแต่สินค้าที่มีคุณภาพจะมากขึ้น

ใช่แต่เสื้อผ้าเท่านั้น สินค้าอื่นก็มีแนวโน้มไปในทางเดียว กัน ในตลาดตกแต่งบ้าน ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ราคาถูกอย่าง Linens 'n Things กับ Bombay Company กำลังย่ำแย่ แต่ร้าน เฟอร์นิเจอร์หรูที่ผลิตตามคำสั่งของลูกค้า กลับยังคงมียอดขายดี Incanto Group ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ชั้นดีของอิตาลีสำหรับลูกค้าตลาดบน มียอดขายเพิ่มขึ้น 30% ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ Kohl Interiors เจ้าของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรู Bakers Furniture ในสหรัฐฯ ยืนยันว่า ตลาดเฟอร์นิเจอร์หรูหรายังคงไปได้สวยมากในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่วิกฤติการเงินกำลังแผลงฤทธิ์สูงสุด

นักวิเคราะห์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็รายงานภาพเดียวกัน ยอดขายสูงสุดในตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้นปรากฏว่า อยู่ในย่านหรู ที่เป็นที่นิยมตลอดกาลอย่าง Upper East Side ในนิวยอร์กหรือสกีรีสอร์ตในไอดาโฮ สหพันธ์อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสรายงานว่า ในเดือนมกราคม นาฬิกาชนิดเดียวที่ช่วยทำให้การส่งออกของสวิตเซอร์แลนด์เติบโตนับตั้งแต่ต้นปี 2008 เป็นต้นมา คือนาฬิกา เงินแท้หรือทองคำแท้ นักวิเคราะห์ชี้ว่า ผู้บริโภคกำลังหลีกเลี่ยงสินค้าแฟชั่นทุกอย่าง และเปลี่ยนมาซื้อสินค้าที่มีความคลาสสิกและคงทนต่อกาลเวลาแทน

เหตุผลก็ง่ายๆ คุณภาพเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในตัวของมันเองเสมอ สินค้าที่ผลิตอย่างมีคุณภาพในรูปแบบคลาสสิก แม้จะมีราคา แพงแต่ให้ประโยชน์หลายอย่างที่มากกว่าสินค้าราคาถูกซึ่งได้รับคามนิยมเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว เหตุผลแรกเลยคือความดูดีมีราคา สองก็คือคุณภาพในการผลิต สามคือการเลือกใช้วัสดุที่คงทน อย่างในกรณีของเสื้อผ้า Erika Kawalek ผู้เขียนหนังสือ Ragpicker เกี่ยวกับประวัติเชิงวัฒนธรรมของเสื้อผ้ามือสองชี้ว่า อายุการใช้งานของเสื้อผ้าจะยาวนานเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับผ้าที่ใช้ แม้ว่าผ้าฝ้าย Pima อาจมีราคาแพงกว่า แต่ Kawalek บอกว่า ความแข็งแรงและความทนทานนั้นเหนือกว่าผ้าราคาถูกหลายเท่า ดังนั้นจึงใช้งานได้นานและไม่เก่าเร็ว

ยังมีสินค้าหรูหราอื่นๆ ที่ไม่เคยล้าสมัย ในโลกศิลปะ ยอด ขายงานศิลปะร่วมสมัยของจีน เริ่มมีราคาตกมาตั้งแต่เดือนกันยายน แต่งานศิลป์ชิ้นโบแดงที่มีอายุเก่าแก่กลับขายดีขึ้น "Bagpipe Player in Profile" งานปี 1624 ของจิตรกรชาวดัตช์ Hendrick Ter Brugghen ขายได้ถึง 10.2 ล้านดอลลาร์ ในการประมูลที่ Sotheby's ในนิวยอร์กเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งเป็นราคาสูงสุดทำลายสถิติที่เคยมีมาและสูงกว่าราคาที่ประเมินไว้ถึง 4 แสนดอลลาร์ การประมูลข้าวของเครื่องใช้ของ Yves Saint Laurent ที่ปารีสเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ก็สร้างสถิติใหม่ให้แก่การประมูลในยุโรป โดยประมูลได้สูงถึง 484 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเพราะผลงานอย่าง "Les Coucous, Tapis Bleu et Rose" ของศิลปิน Matisse ซึ่งถูกประมูลไปในราคาเกือบ 45.3 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าราคาประเมินถึงสองเท่า

ที่กล่าวมานี้ไม่ได้หมายความว่าจะให้คุณลุกขึ้นมาขายทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วเอาเงินไปทุ่มซื้อภาพเขียนของ Picasso (แม้ว่านั่นจะเป็นการลงทุนที่ดี) สิ่งที่คุณต้องมีเพื่อที่จะสามารถประหยัดผ่านการช็อปอย่างมีคุณค่า ก็คือวินัยเล็กน้อย ให้เริ่มต้นที่ของชิ้นเล็กๆ อย่างเนกไทดีๆ สักเส้น หรือรองเท้าดีๆ สักคู่ แต่ต้องไม่ลืมว่า ของแพงใช่ว่าจะเป็นของดีเสมอไป เพราะฉะนั้นคุณต้องศึกษาให้ดีก่อนที่จะช็อป ไม่ว่าจะซื้ออะไรก็ตาม หลีกเลี่ยง พวกที่ตามแฟชั่นประเดี๋ยวประด๋าว และให้เลือกเฉพาะสิ่งที่มีความคลาสสิกอย่างแท้จริงและใช้ได้นาน เศรษฐกิจแบบนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่คุณสามารถจะซื้อหาของดีราคาถูกได้ไม่ยาก แบรนด์ หรูชื่อดังมากมายกำลังเสนอส่วนลดให้สูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้แต่ในแหล่งช็อปหรูหราที่ไม่เคยมีการให้ส่วนลดสูงๆ มาก่อนเลยอย่างปารีสและโรม

แต่ของดีๆ ก็ต้องรู้จักดูแลรักษาให้ดีด้วย Kawalek นักประวัติ ศาสตร์เสื้อผ้าบอกว่า ใน ช่วง Great Depression นั้น หลายคนมีเสื้อผ้าดีๆ แค่คนละชุดสองชุดเท่า นั้นเอง แต่ใช้วิธีดูแลทนุถนอมเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถใช้ได้นานๆ และถ้าเกิดชำรุดขึ้นมาก็ต้องรีบซ่อมแซมทันที ดูเหมือน ว่านักช็อปผู้ชาญฉลาดในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้งในคราวนี้ก็กำลังทำเช่นเดียวกับนักช็อปรุ่นก่อน นิตยสาร New York Magazine รายงานว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ธุรกิจซ่อมแซมเสื้อผ้ากำลังทำรายได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

คำแนะนำสุดท้าย เวลานี้ยังอาจเป็นเวลาดีที่จะถือโอกาสกำจัดบรรดาข้าวของเครื่องใช้ที่คุณไม่เคยใช้ วิธีที่ดีวิธีหนึ่งคือบริจาคให้การกุศล ซึ่งจะช่วยนำสิ่งของที่ยังมีประโยชน์ใช้สอยเหล่านั้น ไปถึงมือคนที่ต้องการใช้มันจริงๆ อย่างเช่นคนตกงานที่กำลังต้องการเสื้อผ้าดีๆ สำหรับใส่ไปสมัครงาน ซึ่งอาจจะทำให้ เขาสามารถหางานทำได้สำเร็จ ส่วนผู้บริจาคอย่างคุณ นอกจากจะทำให้รู้จักการประหยัดแล้ว ก็ยังได้บุญที่ได้ช่วยเหลือสังคมอีกด้วย


แปล/เรียบเรียง เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์
เรื่อง นิวสวีค 6/13 เมษายน


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.