|

แกะรอยยูโอบีฮุบโกลเบล็ก สั่งในเครือเก็บหุ้นเกิน50%
ASTV ผู้จัดการรายวัน(20 กรกฎาคม 2552)
กลับสู่หน้าหลัก
เปิดแผนฮุบหุ้นโกลเบล็ก (GBX) แบงก์ยูโอบีสิงคโปร์ชี้ควบกับยูโอบีเคเฮียน (UOBKH) แค่ผลพลอยได้ เป้าหมายจริงหวังใช้เป็นเรือธงลุยตลาดคอมอดีตี้ ทองคำ น้ำมันในภูมิภาคเอเชีย จัดตั้งกองทุนและอนุพันธ์ ล่าสุดเรียกซีอีโอลูกข่ายประชุมด่วนวันศุกร์ (17ก.ค.)ที่ฮ่องกง สั่งเดินหน้าแผน2ส่งบริษัทลูกจากหลายประเทศเข้าเก็บหุ้นเพิ่มในนามนอมินี กำหนดเพดานห้ามเกิน 5% พร้อมดึงอีก 4 โบรกฯต่างชาติเข้าเสริมภารกิจ โดยยกให้ บล.เครดิต สวิสเป็นแกนนำรับคำสั่งซื้อขาย หมายใจเก็บจะเก็บให้ได้ถึง 50% ก่อนร่อนจดหมายเชิญกลุ่มคูหาเปรมกิจ ขอซื้อหุ้นในราคา 1.50 บาท/หุ้น
ธนาคาร ยูโอบี สิงคโปร์ ยังเดินหน้าซื้อหุ้น บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GBX ไม่หยุด หลังจากใช้โบรกเกอร์ต่างชาติถึง 4 แห่งเข้าเก็บหุ้น GBX ในกระดานไทยจนใกล้เต็มเพดาน 5% แล้ว ล่าสุด แหล่งข่าวโบรกเกอร์ประเทศรายเดิม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ ASTV ผู้จัดการรายวัน ว่าผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายการลงทุนของ ธนาคาร ยูโอบี สิงคโปร์ได้สั่งเรียกประชุมซีอีโอโบรกเกอร์พาร์ทเนอร์ และบริษัทในเครือทั้งในภูมิภาคเอเชีย และทวีปอื่นๆ(ยกเว้นไทย) เป็นการด่วนเมื่อเช้าวันศุกร์(17ก.ค.)ที่ผ่านมา เพื่อเดินหน้าแผนการเก็บหุ้น GBX ระยะที่สองต่อไป
แหล่งข่าว กล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของแผนในครั้งนี้ว่า จากที่เคยคาดว่าจะเป็นเพียงต้องการควบรวมธุรกิจโบรกเกอร์ระหว่าง บล.ยูโอบี เคเฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (UOBKH) และ บล.โกลเบล็ก นั้น ตอนนี้กลายเป็นวัตถุประสงค์เล็กๆ หรือเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น เพราะเป้าหมายที่แท้จริง คือการขึ้นมาเป็น 1 ใน 5 ของธนาคารขนาดใหญ่ในไทย และในอินโดไชน่ามากกว่าด้วยการนำGBX มาช่วยเสริมศักยภาพในส่วนธุรกิจที่อ่อนแอ และการผลักดันครั้งนี้คาดว่าจะมีรัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุน หรือเปิดไฟเขียวอยู่ด้านหลัง
เพราะจากหลายๆปีที่ผ่านมา ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกมองเป็นแหล่งการลงทุนที่น่าสนใจเพราะสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะไทย และเวียดนาม อีกทั้งตอนนี้นักลงทุนสิงคโปร์จำนวนมากได้เข้ามาทำธุรกิจในเวียดนาม แต่กลับพบว่ายังไม่มีธนาคารของชาติตนเองเข้ามาซัพพอร์ตด้านการเงินให้สะดวกเหมือนเช่นในไทยจึงเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ และนั่นเป็นการผลักดันให้ ธนาคารยูโอบี เกิดแผนเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจในเมืองไทย เพื่อใช้เป็นแม่ข่าย ที่จะรุกตลาดในเวียดนาม ลาว กัมพูชา ต่อไป ด้วยการเข้ามาเป็นธนาคารระดับแนวหน้าของประเทศและในภูมิภาค ภายใน 3 ปี เช่นเดียวกับกรณีของ จีอี แคปตอล กับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
“แบงก์ ยูโอบี ต้องการโชว์ศักยภาพของเขาว่าไม่เป็นรองใคร อีกทั้งใหญ่กว่า ธนาคารกรุงไทยและกสิกรไทยเสียอีก แต่ด้วยข้อด้อยในเรื่องธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกรรมการลงทุนด้านคอมอดิตี้ จึงต้องการที่จะผู้เข้ามาเสริมจุดนี้ ด้วยการสั่งบริษัทในเครือแห่งอื่นๆ เข้ามาเก็บหุ้น GBX เพิ่มเติม โดยวางเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 50% ของหุ้นทั้งหมด หรือเก็บหมดกระดานที่มีการซื้อขายอยู่”
****เปิดแผนสองช้อนหุ้นGBX
ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม ผู้บริหารฝ่ายการลงทุนของยูโอบี สำนักงานใหญ่ ได้สั่งการให้บริษัทในเครืออีก 4 แห่งได้แก่ ยูโอบี เวนเจอร์ แมเนจเม้นท์ (เซี่ยงไฮ้) , ยูโอบี – ยูเอสเค แอสเซทแมเนจเม้นท์ (กัวลาลัมเปอร์) ,ยูโอบี โกลบอล แคปปิตอล (นิวยอร์ก) และ ยูโอบี โกลบอล แคปปิตอล (ปารีส) เข้าซื้อหุ้นบมจ.โกล เบล็กฯ ในไทยเพิ่มอีก รวมทั้งได้แต่งตั้งโบรกเกอร์ใหม่อีก 4
รายทดแทนรายเดิม(โกลแมน แซคส์, เอสเอชบีซี, ฟาร์ อีสเทิร์น กรุ๊ป และ State Street Bank and Trust) ซึ่งเก็บหุ้นGBXจนใกล้เข้าข่ายต้องรายงานต่อก.ล.ต. เข้ามาซื้อหุ้นดังกล่าวแทน ได้แก่ แบงก์ออฟนิวยอร์ก นอมินี(สิงคโปร์) , ซิตี้แบงก์ นอมินี (สิงคโปร์) ,มอร์แกน สแตนเลย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ฮ่องกง) และดอยซ์ แบงก์ (สิงคโปร์) ที่จะพยายามเข้าเก็บหุ้นในราคาไม่เกิน 80 สต.ให้มากที่สุด แต่ต้องไม่ถือหุ้นถึง 5%หรือเต็มที่แค่ 4.5% ตามกำหนดเดิม โดยผ่านทาง บล.เครดิต สวิส ซึ่งจะมีฐานะเป็นแกนนำในการซื้อหุ้นในครั้งนี้ และเพิ่มช่องทางเสริมด้วย บล.ยูบีเอส
เนื่องจากทอง ยูโอบี สิงคโปร์ ได้ประเมินว่า บุ๊คแวลูของ GBX ใกล้จะปรับตัวสูงขึ้นอีก หลังประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 2 ซึ่งน่าจะทำให้มูลค่าของหุ้นขยับมาอยู่ที่ 1.25 บาทจากราคาในปัจจุบัน
**เพิ่มราคาซื้อคูหาเปรมกิจแถมให้นั่งบริหารต่อ
แหล่งข่าว กล่าวว่าหากแผนซื้อหุ้นแล้วเสร็จตามเป้า 50% ทางยูโอบี สิงคโปร์จะส่งหนังสือเชิญผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ โกล เบล็กฯเข้ามาเจรจา โดยจะยื่นข้อเสนอขอซื้อหุ้นทั้งหมดของกลุ่มคูหาเปรมกิจ ในราคาหุ้นละ 1.50 บาท เพื่อต้องการเป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่จะเชิญให้ผู้บริหารชุดเดิมของGBX เข้ามาทำหน้าที่ต่างๆตามเดิมที่เคยปฏิบัติ
ซึ่งจะคล้ายกับกรณีของบมจ. โออิชิ กับกลุ่ม สิริวัฒนาภักดี ที่เข้ามาซื้อกิจการและให้นาย ตัน ภาสกรนที บริหารต่อไป โดยไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวในการบริหาร เพราะทางยูโอบี ต้องการเป็นพันธมิตรกับผู้บริหารGBX เนื่องจากชื่นชอบผลงาน และฝีมือในการบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านการลงทุนทองคำ โกล ฟิวเจอร์ส และคอมอดิตี้ ประเภทต่างๆ ทำให้การควบรวมระหว่างบล.เป็นเพียงผลพลอยได้เมื่อการควบรวมธุรกิจเสร็จสิ้นเท่านั้น
“ทีมผู้บริหารยูโอบี ยืนยันไม่ได้คิดร้ายต่อโกล เบล็กแต่หวังใช้ความเชี่ยวชาญและฝีมือของผู้บริหารและบุคลากรของที่นี่ลุยตลาดคอมมอดีตี้ อย่างเต็มตัว ดังนั้นเมื่อเก็บหุ้นตามเป้าก็จะมีการเชิญผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่GBX เข้ามาพูดคุยและขอให้อยู่บริหารต่อไปแน่”
ล่าสุด วันศุกร์(17ก.ค.)หุ้น GBX ปิดที่ 0.76 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 5.56% มูลค่าการซื้อขาย 49.822 ล้านบาท หรือ 66.032 ล้านหุ้น โดยหากธนาคารยูโอบีต้องการซื้อหุ้นGBX ในกระดานทั้งหมด จะต้องเก็บหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อย (ฟรี โฟลต)ในสัดส่วนถึง 57.14%
***แผน3ยึดเสร็จรุกกองทุนทอง-พลังงาน
และเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เป้าหมายต่อไปของธนาคารยูโอบี คือการเป็น Onestop Shopping Banking Financail Service ด้วยการรุกตลาดไปสู่ กัมพูชา ลาว และเวียดนาม โดยจะใช้ บมจ. โกล เบล็ก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านทองคำ และคอมมอดิตี้ เป็นเรือธงในการดำเนินธุรกิจด้านนี้ให้แก่ธนาคารและบริษัทในเครือทั้งหมด รวมทั้งมีแผนจะให้มีการจัดตั้งกองทุนที่ลงทุนในทองคำ การเก็งกำไรน้ำมันพลังงานและคอมมอดิตี้ในด้านอื่นๆ ผ่าน บลจ.ยูโอบี (ไทย) จำกัด ในฐานะเป็นผู้จัดตั้งและเป็นแกนกลางในการระดมทุนของกองทุนนี้เหล่านี้ในภูมิภาคเอเชีย
อีกทั้งจะเชื่อโยงการลงทุนดังกล่าวไปยังยูโอบี โกลบอล แคปปิตอล (นิวยอร์ก) และ ยูโอบี โกลบอล แคปปิตอล (ปารีส) ซึ่งเป็นผู้บริหารกองทุนขนาดใหญ่ของธนาคารที่มีการระดมทุนทั่วโลกเพื่อดึงเม็ดเงินจำนวนมากเข้ามาลงทุนด้วยการจัดตั้งกองทุนขนาดใหญ่ขึ้นมารองรับ แต่แผนการทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นนั้น ระหว่างการประชุมผู้บริหารจากสำนักงานใหญ่ มีการเน้นย้ำว่า ไม่ต้องการทีมผู้บริหารยูโอบี ในไทยทราบเรื่องก่อน เนื่องจากไม่ต้องการให้ข้อมูลรั่วไหลออกไป
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|