|

L&Eยันปีนี้ผลงานโตตามเป้าที่ตั้งไว้5%เหตุงานในมือเพียบหาลูกค้าใหม่เสริม
ASTVผู้จัดการรายวัน(8 มิถุนายน 2552)
กลับสู่หน้าหลัก
ไลท์ติ้ง แอนด์อีควิปเมนท์ ยังมั่นใจปีนี้โตได้ 5% แม้ไตรมาสแรกผลงานต่ำกว่าปี 51 เหตุโครงการก่อสร้างของกลุ่มอุตสาหกรรมถูกล้มเลิก เชื่่อการเติบโตคอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า และลูกค้ารายย่อยยังเติบโตดีหนุนผลงานทั้งปีขยับ ขณะงานในมือกว่า 600 ล้านบาทจะทยอยรับรู้ไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ เร่งหาลูกค้าใหม่ปรับลดงานโครงการหลังเศรษฐกิจซบ
นายปกรณ์ บริมาสพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (L&E) เปิดเผยว่ายังคงมั่นใจว่าจะสามารถรักษาเป้ารายได้ปี 52 ที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตขึ้น 5% จากปี 51 ที่มีรายได้ 1,611 ล้านบาท แม้ผลงานไตรมาสแรกปีนี้จะลดต่ำกว่่าปี 51 อันเป็นผลจากรายได้การขายต่ำลงรวมทั้งกำไรสุทธิที่ปรับลดในทิศทางเดียวกันผลจากการหดตัวของโครงการก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ท อาคารพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม ที่ชะลอหรือล้มเลิกไป หลังเกิดวิกฤติทางการเงินที่ขยายไปทั่วโลก
ทั้งนี้ ความมั่นใจดังกล่าวเนื่องจากสัญญาณการขยายตัวที่ดีในส่วนของโครงการคอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้าและลูกค้ารายย่อยที่ยังคงมีการเติบโตได้ดีอยู่ซึ่งสวนทางกับโครงการก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ท และโรงงานทั่ว ๆ ไปที่มีอัตราการก่อสร้างที่หดตัวลด ดังนั้น บริษัทจึงประเมินได้ว่าทั้งปีจะยังมีรายได้เติบโตตามที่คาดการณ์ไว้ได้ โดยจะกลับมาฟื้นตัวช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 อีกทั้งรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ( Gross Profit Margin ) ไว้ที่ระดับ 25-30%
นอกจากนี้ L&E ยังมีงานในมือมูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท ทั้งในส่วนของโครงการโรงแรม คอนโดมิเนียม โรงงานอุตสาหกรรม และห้างสรรพสินค้า ที่จะมีรายได้เข้ามาตั้งแต่ช่วงไตรมา 3 และ 4 รวมถึงการเปิดโชว์รูมใหม่ที่รัชดา ในรูปแบบโชว์เคสและจำหน่ายสินค้าที่ครบครัน โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เข้ามาให้บริษัทถึง 80 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ตังแต่ช่วงไตรมาสที่2 และ3 ปีนี้และจะคืนทุนได้ทันทีปีเดียวกัน
สำหรับปี 52 บริษัทยังคงตั้งเป้าการส่งออกไว้ที่ 4% จากการรุกตลาดต่างประเทศเพิ่ม ในทวีปแอฟริกา และทวีปออสเตรเลียที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าจะสรุปผลได้ครึ่งปีหลัง และจากการทำตลาดในแถบอาเซียน และตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดหลักที่บริษัทมีการขยายธุรกิจไว้ก่อนแล้ว ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการขายปลีก-ส่งที่ 37% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 35% โดยตั้งเป้าทั้งปีไว้ที่ 38% ส่งออก 4% และที่เหลืออีกกว่า50% เป็นสัดส่วนของงานโครงการ ซึ่งงานโครงการถือว่าลดลง จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับสูงกว่า 63%
" เรามองว่าไตรมาส 1 กับ 2 ยังไม่ดีมากนัก ทั้งจากภาพรวมที่มาจากวิกฤตเศรษฐกิจ และจากธุรกิจเราที่ยังคงมีภาระเรื่องการลงทุนก่อสร้างโชว์รูมที่รัชดา ซึ่งยังไม่คืนทุนเพราะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน และจากการผลิตสินค้าใหม่ชนิดหนึ่งทำให้ต้นทุนผลิตเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าปกติ เพราะเราต้องทำใหม่หลายครั้ง รวมถึงผลพวกจากธุรกิจก่อสร้างที่ต่างก็ชะลอโครงการออกไปหรือไม่ก็ล้มเลิก ก็อาจจะส่งผลกับธุรกิจเราบ้าง แต่เชื่อว่าไตรมาส 3และ4 จะกลับมาดีได้ จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้น การขยายลูกค้าใหม่ และลูกค้าเดิมที่เรามีอยู่แล้ว รวมถึงงานในมือที่รอรับรู้รายได้เข้ามา " นายปกรณ์ กล่าว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|