สมรภูมิน้ำดื่ม1.5หมื่นล.ระอุ “มะลิ-โอลีน-มาลี” ลุยตลาด


ผู้จัดการรายวัน(8 มิถุนายน 2552)



กลับสู่หน้าหลัก

ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวด 1.5 หมื่นล้านบาท คึกคัก 3 แบรนด์ดัง “มะลิ-โอลีน-มาลี” โดดลงสมรภูมิ ชูกลยุทธ์แทรกซึมอาศัยความภักดีตราสินค้าแบรนด์หลักดันยอด หวังเป็นสินค้าเติมเต็มความต้องการลูกค้า พร้อมควงเทรดโปรโมชันดันสินค้าแบรนด์หลัก “มะลิ” ปั้นน้ำดื่มเติมเต็มกลุ่มนม

นายจิรายุ ธีระสานต์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมและน้ำดื่มตรามะลิ เปิดเผยว่า บริษัทขยายโปรดักส์ไลน์น้ำดื่มนมตรามะลิ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 46 ปี สำหรับบริษัทที่แตกไลน์โปรดักส์นอกเหนือจากกลุ่มผลิตภัณฑ์นม ทั้งนี้ปัจจัยที่บริษัทตัดสินใจรุกตลาดน้ำดื่มเพื่อตอกย้ำแบรนด์ และประการสำคัญเพื่อต้องการเติมเต็มสินค้าครอบคลุมการบริโภค โดยเฉพาะช่องทางร้านรถเข็นกาแฟ ภายใต้โครงการ “มะลิโลกร้อน” และจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกรายย่อย ซึ่งได้เตรียมผลักดันสินค้าด้วยการทำเทรดโปรโมชัน

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา มีสินค้าหลากหลายตัวแตกไลน์โปรดักส์น้ำดื่มยี่ห้อเดียวกับสินค้าแบรนด์หลัก อาทิ น้ำมันพืชโอลีน แตกน้ำดื่มโอลีน หรือกระทั่งน้ำผลไม้มาลี แตกน้ำดื่มมาลี เช่นกัน ส่วนหนึ่งเพราะผู้ประกอบการเล็งเห็นโอกาสทางการตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท จากการเป็นตลาดใหญ่ และด้วยน้ำดื่มเป็นสินค้าทั่วไป ที่ทุกคนต้องดื่มต้องกิน

“แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการน้ำดื่มรุกสร้างแบรนด์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากน้ำดื่มท้องถิ่น และประการสำคัญ คือ ต้องการสร้างความจงรักภักดีตราสินค้า ซึ่งแม้ว่าผู้บริโภคมีความภักดีต่อแบรนด์ แต่พฤติกรรมเมื่อต้องการดื่มน้ำ หากสถานที่ที่ไปมียี่ห้อใด ก็สามารถซื้อได้ทันที ทำให้บริษัทเล็งเห็นช่องว่างทางการตลาด”

นายจิรายุ กล่าวว่า น้ำดื่มตรามะลิ เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวเป็นหลัก นำร่องวางจำหน่ายผ่านทางองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมีบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัท อาทิ นม ชา กาแฟ ขนมปัง โดยมีด้วยกัน 5 แห่ง ได้แก่ เขาดิน เขาเขียว โคราช สงขลา และเชียงใหม่ ซึ่งน้ำดื่มมะลิ ขนาด 500 มล. ราคา 10 บาท ราคาใกล้เคียงกับคู่แข่งที่อยู่ในตลาด ซึ่งบริษัทได้ให้บริษัท พี.อี.แอนด์ พีเทค เป็นผู้ผลิตน้ำดื่มตรามะลิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันตลาดน้ำดื่มมูลค่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมี 3-4 แบรนด์ที่ทำตลาด ได้แก่ น้ำดื่มคริสตัล ไทยน้ำทิพย์ น้ำดื่มสิงห์ และน้ำดื่มเนสท์เล่ เป็นต้น และมีน้ำดื่มแบรนด์ท้องถิ่นอีกกว่า 400 แบรนด์ ซึ่งการแข่งขันหลักๆ ยังเป็นการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการน้ำดื่มงัดกลยุทธ์ทั้งอีโมชัน ยกตัวอย่าง น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ใช้กลยุทธ์การตลาดภายใต้คอนเซ็ปท์ “การให้ คือการหยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้แก่กันและกัน” และล่าสุดให้ความรู้เกี่ยวกับการดื่มน้ำ เพื่อกระตุ้นความถี่ในการดื่ม

ส่วนน้ำดื่มคริสตัล ตอกย้ำด้านอีโมชันนัล เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาเพื่อสื่อสารคอนเซปต์ “เทคนิคดูดี” อีกทั้งยังมีการทำโปรโมชัน ขณะที่ด้านน้ำดื่มตรามาลี ได้เริ่มวางจำหน่ายมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมุ่งเน้นใช้กลยุทธ์ราคาบรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ทขนาด 600 มล. หรือมีปริมาณมากกว่าน้ำดื่มทั่วไป 20% โดยปัจจุบันน้ำดื่มสิงห์เป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 30% คริสตัล 16% อันดับ 3ไทยน้ำทิพย์ และเนสท์เล่ มีส่วนแบ่ง 10%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.