ธุรกิจทวงหนี้ มันอยู่ในสายเลือด

โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( มิถุนายน 2552)



กลับสู่หน้าหลัก

ธุรกิจทวงหนี้เป็นงานที่ไม่ง่ายสำหรับคนที่ไม่มีความอดทนอดกลั้น แต่ปิยะ พงษ์อัชฌา ผู้อำนวยการบริหารสายการตลาด วัย 39 ปี บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด บอกว่าเป็นงานที่อยู่ในสายเลือดของเขามาตลอด

ปิยะร่วมงานกับบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2533 เกือบ 19 ปีเต็ม เขาทำงานในขณะที่เขายังเรียนอยู่ เริ่มจากขับจักรยานยนต์เก็บหนี้ให้กับบริษัท หลังจากเรียนจบปริญญาตรีก็เข้าไปเป็นพนักงานขายโทรศัพท์เงินผ่อน และกลับมาทำงานธุรกิจสินเชื่อ จนกระทั่งวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เริ่มทำธุรกิจเก็บหนี้ ดูแลส่วนกฎหมาย

เขาเคยเปลี่ยนงานไปทำงานให้กับบริษัทลูกของบริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ดูแลสินเชื่อเก็บเงิน เขาทำงานเพียงครึ่งปีและกลับมาทำงานร่วมกับบริษัท เจ มาร์ทอีกครั้ง

ชีวิตการทำงานของปิยะได้สัมผัสธุรกิจติดตามหนี้สินมาโดยตลอด จึงทำให้เขาได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นเป็นผู้บริหารให้บริษัท เจ เอ็ม ทีฯ ในฐานะผู้อำนวยการบริหารสายการตลาด

ปิยะบอกว่างานธุรกิจติดตามหนี้ ต้องทำตัวไม่เครียด และให้คำนึงอยู่เสมอว่ากำลังทำหน้าที่ให้คำปรึกษาลูกหนี้

ชีวิตที่คลุกคลีอยู่กับลูกหนี้ตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้เขาสามารถรู้ถึงพฤติกรรมลูกหนี้ค่อนข้างมาก เช่น ลูกหนี้ยิ่งทวง ลูกหนี้ยิ่งหนี และจากประสบการณ์ของเขา หากทิ้งลูกหนี้ไว้ประมาณ 5 ปี ไม่โทร ไม่ทวง เมื่อเข้าปีที่ 6 ลูกหนี้จะจ่ายหนี้ที่ค้างชำระ เพราะโดยนิสัยของคนไทยแท้จริงไม่ต้องการเป็นหนี้ใคร

ปิยะได้ยกตัวอย่างโดยการเปรียบเทียบทวงหนี้เก่าที่ค้างชำระ 10 ปี กับหนี้ใหม่ที่เกิดขึ้นไม่นาน เขาจะเลือกติดตามหนี้ค้าง 10 ปีเพราะเขาเชื่อมั่นว่าลูกค้าจะจ่ายหนี้อย่างแน่นอน แม้จะจ่ายไม่มากแต่จะจ่ายสม่ำเสมอจนหมด แต่ลูกค้าใหม่ที่ค้างชำระในระยะเวลา 1 ปี กลุ่มลูกหนี้ใหม่จะจ่ายมากในช่วงแรก แต่เดือนที่ 3 และเดือนที่ 4 ลูกค้าจะหายไป แต่จะกลับมาในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

เทคนิคหลายอย่างที่ปิยะนำมาปรับใช้ในการติดตามหนี้สิน เกิดจากการเรียนรู้ ประสบการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงการศึกษาพฤติกรรมของลูกหนี้ จึงทำให้เขามีวิธีการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อทวงหนี้เสมอ

สิ่งที่จะทำให้หนี้สินหลายประเภทลดลงได้ ลูกหนี้จะต้องเดินเข้าไปเจรจากับเจ้าหนี้โดยตรง และนำเสนอทางออกให้กับบริษัทติดตามหนี้ และเขาเชื่อว่ากว่า 90% ลูกหนี้จะได้รับการประนอมหนี้ เพราะหากไปถึงขั้นฟ้องศาลคดีความในส่วนของเงินกู้ส่วนบุคคลมีอายุความ 10 ปี ถ้าฟ้องศาลพิพากษาจะเพิ่มอีก 10 ปี รวมเป็น 20 ปี เป็นสิ่งที่ลูกค้าไม่รู้

ธุรกิจทวงหนี้ แม้จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาของลูกหนี้หรือคนทั่วไป แต่ปิยะกำลังพยายามบอกว่า ธุรกิจนี้เป็นงานที่ต้องพยายามไม่ให้คนเกลียด


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.