BCPปิดซ่อมโครงการPQI


ASTVผู้จัดการรายวัน(27 พฤษภาคม 2552)



กลับสู่หน้าหลัก

บางจากฯหยุดทดลองเดินเครื่องหน่วยแตกตัวโมเลกุลในโครงการPQI หลังต้องปิดซ่อมหน่วยปิดเปิด-สูบถ่ายน้ำมัน ยันส่งผลกระทบต่อEBITDAไม่มาก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงประกัน ยอมรับกำลังการกลั่นหดตัวลงเหลือ 8.5 หมื่นบาร์เรล/วัน

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)(BCP)เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้หยุดทดลองเดินเครื่องหน่วยแตกตัวโมเลกุล (Hydrocracking Unit) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน (PQI) เพื่อซ่อมแซมระบบควบคุมอัตโนมัติในการเปิดปิดและสูบถ่ายน้ำมันของหน่วยดังกล่าว ที่เกิดความเสียหายขึ้นระหว่างการทดลองเดินเครื่อง เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดแผนการซ่อมแซม เนื่องจากต้องสั่งซื้อตัววาล์วใหม่เพราะของเดิมเสียหาย อาจใช้เวลานานในการสั่งทำ คงต้องหารือกับเจ้าของเทคโนโลยีถึงความเป็นไปได้ในการที่จะเดินเครื่องโดยไม่ต้องรออุปกรณ์วาล์วได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การหยุดทดลองเดินเครื่องหน่วยแตกตัวโมเลกุลดังกล่าว จะไม่กระทบต่อปริมาณการจำหน่ายน้ำมันของสถานีบริการของบริษัทฯ เนื่องจากหน่วยกลั่นเดิมสามารถดำเนินการได้ตามปกติ แต่จะได้ปริมาณน้ำมันเตาเพิ่มขึ้น เป็น 30% จากเดิมลดลงเหลือ 10% หากโครงการPQIเดินเครื่องได้

ส่วนความเสียหายของหน่วยแตกโมเลกุล บริษัทผู้รับเหมาจะเป็นผู้รับผิดชอบและดูแล เนื่องจากโครงการPQI บริษัทยังไม่ได้รับมอบจากผู้รับเหมา อีกทั้งได้ทำประกันความคุ้มครองความเสียหายระหว่างก่อสร้างไว้ด้วย รวมถึงการคุ้มครองความเสียหายจากการเดินเครื่องล่าช้า ซึ่ง

นายปฏิภาณ สุคนธมาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านบัญชีและการเงิน บมจ.บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า จากการหยุดการดำเนินโครงการ PQI ทำให้บริษัทต้องวางแผนกำลังการกลั่นใหม่ โดยขณะนี้กำลังการกลั่นปรับลงมาที่ 8.5 หมื่นบาร์เรล/วัน จากเดิมที่คาดว่าจะมีกำลังการกลั่นที่ 9.5 หมื่นบาร์เรล/วัน แต่ก็ยังสูงกว่าปีก่อนที่กลั่นอยู่ 7.6 หมื่นบาร์เรล/วัน

จากการหยุดเดินเครื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อกำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม ดอกเบี้ย (EBITDA) เพียงระยะสั้น เนื่องจากได้ทำประกันคุ้มครองการเสียโอกาสการผลิตของ PQI กรณีที่ไม่สามารถเดินเครื่องได้ภายใน 2 เดือน โดยจะจ่ายค่าเสียหายสูงสุดถึง 18 เดือน ซึ่งจะทำให้บริษัทสูญเสียรายได้อย่างมากที่สุดเพียง 2 เดือนเท่านั้น

ดังนั้นแม้ว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น แต่คาดว่า EBITDA ของบริษัทยังอยู่ในระดับใกล้เคียง 8 พันล้านบาท จากเดิมคาดไว้ 8.5 พันล้านบาท และหากราคาน้ำมันโลกยังยืนได้ระดับ 50-60 เหรียญ/บาร์เรล เชื่อว่าผลประกอบการก็จะไม่กระทบมากนัก


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.