แผนพลังงานดันปตท.ผงาดเลิกทิ้งหุ้นARCหวังรับกำไร


ผู้จัดการรายวัน(16 กันยายน 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

กระทรวงพลังงานผนึกกระทรวงคมนาคมเร่งวางระบบถนนแลนด์บริดจ์เพื่อวางท่อน้ำมันควบคู่ เตรียมลงพื้นที่สรุปจุดเชื่อมหัวท้ายอีกครั้งใน 3 เดือนพร้อมกับแนวทางตั้งบริษัทร่วมทุนพัฒนาท่อ เผยล่าสุดต่างประเทศสนใจเพียบ ปตท.ส้มหล่นร่วมทุนระบบท่อ แถมผลพวงไม่ต้องขายหุ้นทิ้งโรงกลั่นเชลล์และคาลเท็กซ์(ARC) แห่งละ 36% หลังเริ่มมองเห็นอนาคต

วานนี้(15 ก.ย.) นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้หารือร่วมกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานเอเชียตะวันออก

นายแพทย์พรหมินทร์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ทุกฝ่ายเร่งสรุป ความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการลงทุนสร้างถนนภายใต้โครงการสะพานเศรษฐกิจหรือ แลนด์บริดจ์ การตั้งบริษัทร่วมทุนในการดำเนินการสร้างระบบท่อเชื่อมโยงภายใน 3 เดือนเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยขณะนี้มีผู้สนใจ ที่จะเข้ามาลงทุนด้านต่างๆ เกี่ยวกับค้า ขายน้ำมัน และระบบท่อ และคลังจำนวน มากทั้งฝ่ายรัฐบาลและเอกชน เช่น จีน ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย คูเวต ฯลฯ อย่างไรก็ตาม การที่จะให้บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำจัดตั้งบริษัทหรือไม่คงจะต้องขึ้นอยู่กับการเจรจา

แต่ปตท.เองมีความพร้อมที่จะลงทุนอยู่แล้วหากโครงการมีศักยภาพ นอกจากนี้เพื่อเป็นการเอื้อต่อบริษัทที่จะเข้ามาค้าขายธุรกิจน้ำมันหรือเทรดเดอร์ในไทยทางกระทรวงการคลังได้เตรียมที่จะประกาศระเบียบเกี่ยวกับการ ลดภาษีสรรพากร หรือระบบภาษีนิติบุคคลให้เท่ากับสิงคโปร์คือเหลือ 10% จากเดิมที่ไทยเก็บ 30% ซึ่งคาดว่า จะประกาศได้ภายในกลางเดือนตุลาคมนี้ รวมไปถึงระเบียบอื่นๆ อีกซึ่งจะถือเป็นแพกเกจที่จะเอื้อให้คนที่จะเข้ามาทำการค้าขายในไทยมีศักยภาพมากขึ้น

รมว.พลังงานกล่าวต่อว่า ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเร่งดำเนินการพัฒนาให้เกิดศูนย์กลางการค้าน้ำมันหรือที่เรียกว่า ศูนย์ศรีราชา (Sriracha Hub) ซึ่งจุดยุทธศาสตร์จะอยู่ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนทำได้ทันทีให้เสร็จภายใน 6 เดือนคือ การจัดตั้งคลังปลอดภาษี (EPZ) ที่เกาะสีชัง และตั้งศูนย์บริการซื้อขายน้ำมันเบ็ดเสร็จ และแผนพัฒนาระยะกลาง 1-3 ปีจะทำการต่อท่อส่งน้ำมันให้เป็นโครงข่ายระหว่างโรงกลั่นระยอง และศรีราชารวมถึงท่อน้ำมันจากสระบุรี ซึ่งโครงข่ายขนส่งเหล่านี้จะสามารถลำเลียงน้ำมันไปถึงจีนตอนใต้และจากมุกดาหารผ่านลาวไปถึงเวียดนาม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้คมนาคมได้ก่อสร้างถนน ในโครงการแลนด์บริดจ์แล้ว130 กิโลเมตร เหลือการก่อสร้างถนนอีก 60-70 กิโลเมตรซึ่งจะต้องหาจุดที่จะลงท้ายและหัวของถนนซึ่งได้กำหนดไว้ที่อำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช และอำเภอทับละมุ จ.พังงา แต่ทางคมนาคมและสภาพัฒน์คงจะต้องลงไปดูพื้นที่อีกครั้งว่าจุดดังกล่าวจะเหมาะสมหรือจะมีการขยายหรือไม่อย่างไรโดย 3 เดือนคาดว่าจะสรุปเสร็จ คาดว่าประมาณปี 2549 ก็น่าจะแล้วเสร็จ

นายวิเศษ จูภิบาล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ตามแผนเพื่อทำให้โครงข่ายจัดส่งน้ำมันเต็มรูปแบบนั้นมีกำหนด 4 ขั้นตอนคือ 1.ปรับปรุงคลังที่สีชังรองรับเรือบรรทุกน้ำมัน และทำการวางท่อจากฝั่งตะวันตกของเกาะมาตะวันออกและต่อข้ามทะเลไปโรงกลั่นศรีราชา โดยท่อจากสีชังจะถูกต่อขึ้นไปถึงโรงกลั่นและใช้คลังศรีราชาเป็นจุดจ่ายผลิตภัณฑ์ ขั้นที่ 2 คือการดำเนินการต่อท่อจากโรงกลั่นอัลลายแอนซ์(เชลล์ คาลเท็กซ์) ที่ระยองไปยังคลังศรีราชาโดยบริษัทท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด ซึ่งวางท่อแล้วและจะเสร็จในปี 2548 ก็จะทำให้โรงกลั่นที่มาบตาพุดกับศรีราชาต่อกันได้หมด 4 โรงกลั่น

"ถึงจุดนี้แล้วปตท.ก็คงไม่จำเป็นจะต้องขายหุ้นในโรงกลั่นอัลลายแอนซ์หรือ ARC ตามแผนที่เคยประกาศจะขายออกแห่งละ 36% แผนงานดังกล่าว อนาคตจะทำให้การค้าขายน้ำมันมีมากขึ้น ส่วนการลงทุนท่อและคลังวงเงินประมาณ 3 หมื่นล้านบาทที่แลนด์ บริดจ์นั้นปตท.จะเป็นผู้นำก็ได้หรืออาจจะถือหุ้นส่วนหนึ่งโดยไม่ต้องเป็นหุ้นข้างมากก็ได้" นายวิเศษกล่าว



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.