เบื้องหลังความงามคือสเตนดัลและ"จินตนา"


นิตยสารผู้จัดการ( ธันวาคม 2531)



กลับสู่หน้าหลัก

จินตนา เฉลิมชัยกิจ สำเร็จการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว ช่วงแรกของชีวิตการทำงาน เธอใช้ความรู้ความสามารถตามที่ร่ำเรียนมาประกอบอาชีพด้านเคมีที่โรงงานทอผ้าแห่งหนึ่งของบริษัทญี่ปุ่น แต่ไป ๆ มา ๆ ในช่วง 5 ปีหลังมานี้เองที่เธอหันเหกลับกลายมาเป็นนักการตลาดด้านเครื่องสำอางที่บริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลคอสเมติคส์ จำกัด (ไอซีซี) ดูแลผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและน้ำหอมที่เป็นสินค้าในตลาดอย่างแน่นปึ้กหลายตัว

"ทำงานที่ไอซีซีจะครบ 10 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้อยู่ฝ่ายอาร์แอนด์ดี 3 ปี และแผนกต้อนรับลูกค้า 3 ปี จนย้ายมาอยู่แผนกเครื่องสำอางและน้ำหอม รับผิดชอบแต่เรื่อง PRODUCT และ MARKETING เป็นหลัก" จินตนากล่าวกับ "ผู้จัดการ"

ที่ว่าสินค้าตัวปึ้กที่จินตนาต้องดูแลก็คือ เครื่องสำอาง PIAS, LA FLORE ส่วนน้ำหอมคือ ROGER&GALLER, MOLYNECX, PACO RABANNE เพียงเท่านี้ก็ทำเอาคู่แข่งคนอื่น ๆ เหลียวมองในส่วนแบ่งอิจฉาไปมากแล้ว

มาปีนี้ จินตนาก็ยังจัดเวทีใหม่ นำสาวงามคนใหม่มาประชันโฉมในวงการให้คนอิจฉาเพิ่มขึ้นไปอีก แถมสาวงามนางนี้นอกจากจะอยู่ในวงสังคมไฮโซแล้ว ยังมีมาดนักวิชาการนิด ๆ เสียอีกด้วย

จินตนาการจูงมือแม่สาว "สเตนดัล" (STENDHAL) มาจากฝรั่งเศส ดินแดนแห่งความงามและกลิ่นหอมหรูระยับพร้อมปริญญาพ่วงท้ายบอกดีกรีของ "สเตนดัล" อีกหลายใบ

สเตนดัลเป็นเครื่องสำอางชั้นสูงจากฝรั่งเศส ซึ่งเน้นหนักในเรื่องการดูแลและถนอมผิวพรรณ เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งในเครือของบริษัทซาโนฟี (SANOFI) ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่ของฝรั่งเศส ซาโนฟีมีความเชี่ยวชาญในด้านการผลิตน้ำหอม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เภสัช นอกจากนี้ยังมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับการวิจัยค้นคว้าทางด้านการเกษตรและน้ำมัน เป็นบริษัทหนึ่งในเครือเอลฟ์ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลก แต่เมืองไทยอาจจะรู้จักเพียงแต่น้ำมันเครื่องยี่ห้อหนึ่งเท่านั้น

เฉพาะตัวสเตนดัลเองนั้น มีโรงงานผลิตอยู่ที่เมืองมูรองซ์ ฝรั่งเศส มีอาณาเขต 7,000 ตารางเมตร ได้ชื่อว่าเป็นโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่ทันสมัยที่สุดในยุโรป ที่เด่นไปกว่านั้น สแตนดัลมีทีมวิจัยของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากเครื่องสำอางหรือน้ำหอมในระดับเดียวกันที่มักเติบโตมาจากความเก่งกาจด้านการตลาดของดีไซน์เนอร์ชื่อดัง

ทีมงานวิจัยของสเตนดัลทำหน้าที่วิจัยหาวัตถุดิบและส่วนประกอบในการผลิตเครื่องสำอาง อีกทั้งสเตนดัลยังมีส่วนในการก่อตั้งศูนย์วิจัยค้นคว้าเครื่องสำอางหรือที่มีชื่อย่อว่า CERCO อีกด้วย ศูนย์วิจัยนี้มีหลักการที่จะใช้วิทยาศาสตร์มาตรวจสอบการทำงานของสารออกฤทธิ์ในเครื่องสำอาง

ด้วยความที่มีทีมวิจัยของตนเองและการมีพื้นฐานมาจากผลิตภัณฑ์เภสัช สเตนดัลเชื่อว่านี่คือจุดเด่นของการเข้ามาในตลาดเครื่องสำอางไทย

"พฤติกรรมผู้บริโภคไทยกลับตาลปัตรกับคนต่างประเทศในเมืองนอกนั้นตลาด SKIN CARE จะมากกว่า MAKE UP ประมาณ 60 ต่อ 40 แต่ของเมืองไทยกลายเป็นว่าตลาด MAKE UP มากกว่า SKIN CARE คือ 80 ต่อ 20 ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว คนเราจะสวยได้ต้องมีผิวพรรณที่สดใสเปล่งปลั่งเสียก่อนถึงจะช่วยได้" จินตนากล่าวอย่างผู้เชี่ยวชาญ

เธอเสริมว่า ความตื่นตัวของผู้หญิงไทยในเรื่องผิวพรรณนั้นเพิ่งจะมีในช่วงหลัง ๆ นี้เท่านั้น เนื่องเพราะขาดความเข้าใจสินค้าบางตัวที่ออกตัวก่อนหน้านี้ก็มักไปเน้นที่ผิวเด็กเสียมากกว่า

"สเตนดัลในบางประเทศนั้นถูกวางจำหน่ายในร้านขายยา เพราะพื้นเพของซาโนฟีเองและคุณภาพของตัวสินค้า

สเตนดัลที่เพิ่งมาในเมืองไทยก็เน้นในเรื่องการดูแลผิวพรรณ สินค้า 2 ชุดแรก คือ NEW DAILY BEAUTY BASICS และ LES BIO PROGRAM เราก็มั่นใจในประสิทธิภาพอย่างเช่นครีมสเตนดัลเมื่อใช้แล้วจะซึมซามอย่างรวดเร็ว ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับบ้านเราซึ่งอากาศชื้น การเกิดผลหลังใช้ก็รวดเร็ว

จินตนากล่าวถึงน้ำหอมที่เธอรับผิดชอบอยู่ด้วยว่า ตลาดน้ำหอมเมืองไทยยังเพิ่งเริ่มพัฒนาเท่านั้นเอง มูลค่ายังน้อยมากเนื่องจากยังขาดความคุ้นเคยในการใช้น้ำหอม และด้วยเหตุที่ตลาดน้ำหอมยังมีช่องว่างมากนี้เอง ใครช่วงชิงตลาดได้ก่อนก็ยิ่งได้เปรียบ

"ผู้หญิงไทยเราค่อนข้าง AGGRESSIVE หน่อย ชอบใช้น้ำหอมผู้ชาย และเท่าที่เขาสำรวจมาทั่วโลกโดยเฉพาะร้านปลอดภาษี ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายใหญ่ที่สุดของน้ำหอมพบว่า PACO RABANNE อยู่ในอันดับ 1"

แน่นอน PACO RABANNE อยู่ในความรับผิดชอบของเธอในเมืองไทย

จินตนา เฉลิมชัยกิจ เธออยู่เบื้องหลังความงามของผู้หญิงไทยมาหลายปี มาวันนี้เธอกับสเตนดัลกำลังเปิดฉากแนะนำตัวกับสาวระดับไฮโซอีกครั้ง ซึ่งเธอย่อมมั่นใจ



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.