มนตร์เสน่ห์...ดูไบ

โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( เมษายน 2552)



กลับสู่หน้าหลัก

"ตะลุยทะเลทราย ชอปกระจายที่ดูไบ" ประโยคโฆษณาสั้นๆ ของบริษัททัวร์นำเที่ยว สามารถดึงดูดให้ผู้คนหลายต่อหลายคนที่เห็นข้อความเกิดความสนใจไม่น้อย

ยิ่งตื่นเต้นเร้าใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่า Louis Vuiton ราคาถูกกว่าเมืองไทย 3 พันบาท และมีสินค้าจากห้างดังจากอเมริกา Harrey Nichols ที่รวมสินค้าแบรนด์ดัง รองเท้า กระเป๋า ยี่ห้อ Jimmy Choo, Gucci, Coach, Balenciaga, Venetta รอท่าให้นักชอปไปเยือน

แต่ด้วยความร้อนของอากาศในดูไบ โดยเฉพาะฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน รวมระยะเวลา 5 เดือน บางเดือนมีอุณหภูมิมากกว่า 50 ํC อาจทำให้นักท่องเที่ยวครุ่นคิดไม่น้อย

ดูไบแก้ปัญหาอากาศร้อนด้วยการสร้างโรงแรมและห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่ติดแอร์คอนดิชั่นตลอดวัน นักชอปจึงสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมภายในห้างได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องออกมาผจญกับภาวะอากาศด้านนอก

และเวลาที่เปิด-ปิดให้บริการที่เริ่มตั้งแต่ 9.00 นาฬิกาไปจนถึงตี 1 หรือเปิดให้บริการร่วม 16 ชั่วโมงทำให้นักชอปเพลิดเพลินและมีเวลามากขึ้น

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำให้ดูไบกลายเป็นสวรรค์ของนักชอปจากทั่วโลกไปแล้วในวันนี้

นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสันทนาการ การบริการสามารถสร้างรายได้ให้กับดูไบ ร้อยละ 74 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ

ดูไบเป็น 1 ใน 7 รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates: UAE) ที่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกกลาง ติดกับอ่าวโอมานและอ่าวเปอร์เซียระหว่างโอมานกับซาอุดีอาระเบีย

แม้ว่ายูเออีจะส่งออกน้ำมันที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ แต่ดูไบเป็นรัฐที่มีน้ำมันไม่มากและได้หยุดการผลิตไปตั้งแต่ปี 2506

ดูไบจึงหันมาพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การเงินและการลงทุน เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับตัวเองโดยสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของดูไบ (Dubai Strategic Plan 2015) มีระยะเวลา 8 ปี 2550-2558

การจัดกิจกรรมของดูไบมีตลอดทั้งปีเพื่อรองรับการท่องเที่ยว การประชุมระดับนานาชาติรวมถึงการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี รวมไปถึงการแข่งขันกีฬาระดับโลก อาทิ ฟุตบอล กอล์ฟ

ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของดูไบเริ่มจากกิจกรรมหลักประจำทุกปีเรียกว่า Dubai Summer Surprise: DSS ที่จัดขึ้นในไตรมาสแรกเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อสินค้าและท่องเที่ยว

และจัดงานใหญ่อีกครั้งเรียกว่า Ramadan Sale เป็นเทศกาลชอปปิ้งที่เกิดขึ้นอีกครั้งหลังพิธีถือศีลอด ในปีนี้จะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนกันยายน

การเลือกจัดกิจกรรมหลังพิธี Ramadan Sale เพราะเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายนเป็นเดือนที่อยู่ในช่วงฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิประมาณ 32-48 ํC ทำให้นักท่องเที่ยวมาน้อยกว่าเดือนอื่นๆ

Ramadan Sale จึงเป็นการจัดรายการครั้งใหญ่ที่ลดราคาสินค้ามากที่สุด เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา

ส่วนในช่วงกลางปีนี้จะมีงานอาทิ Dubai Fashion Week และ Arabian Travel Market

กิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีตลอดทั้งปีช่วยส่งผลให้กิจการโรงแรมคึกคักและเป็นอีกแรงดึงดูดหนึ่งที่สร้างความน่าสนใจให้กับดูไบ

เพราะโรงแรมที่ดูไบมีการออกแบบที่หรูหราอลังการ รูปทรงแปลกตาที่แตกต่างจากโรงแรมที่มีอยู่ในโลกปัจจุบัน

โรงแรมระดับ 7 ดาวที่ผุดขึ้นบนผืนทะเลทรายอย่างเช่น โรงแรม BURJ AL ARAB รูปทรงเรือใบที่มีความสูง 321 เมตร มีการตกแต่งภายในอย่างหรูหรา

หรือโครงการ The Palm ที่เป็นทั้งโรงแรม แหล่งชอปปิ้ง ที่อาศัยที่ถมทะเลทราย เป็นเกาะเล็กๆ รวมถึง 301 เกาะ รูปร่างของเกาะที่มองจากด้านบนจะเห็นเป็นรูปต้นปาล์มอินทผลัม

และแม้ว่าดูไบจะเป็นเขตเมืองร้อน ก็ยังสามารถเนรมิตหิมะให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัส

บรรยากาศหนาวเหน็บที่มีหิมะได้ถูกสร้างขึ้นภายในโรงแรม KEMPINSKI เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่รวมห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดและใหม่ที่สุดในดูไบ

จุดเด่นของโรงแรมแห่งนี้คือ ภาพลานสกีขนาดใหญ่ (SKI PARK) ที่จำลองมาจากลานสกีในสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสกีโดมขนาดใหญ่มีกระเช้าลอยฟ้านำผู้เล่นขึ้นสู่ยอดเขาที่สามารถสไลด์สกีลงมา

ดูไบได้สร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้

นอกจากจะสร้างแหล่งชอปปิ้งที่เต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์ดังจากทั่วโลก ดูไบไม่ได้ละทิ้งสินค้าที่แสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของอาหรับที่มีทั้งพรม หรือแม้แต่ผลไม้ที่เลื่องชื่ออย่างเช่น อินทผลัม

การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในท้องทะเลทรายเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะนั่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ไปตามเนินทรายที่เรียกว่าดูน หรือแม้กระทั่งขับรถ 3 ล้อ นั่งบนหลังอูฐชมพระ อาทิตย์ตกสัมผัสกลิ่นอายชีวิตบนผืนทรายของชาวอาหรับเมื่อครั้งในอดีต

เป็นการผจญภัยอีกรูปแบบหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มมากขึ้นต่างก็มีเป้าหมายที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป ท่องเที่ยว ดื่ม กิน และทำงาน

สายการบินที่บินตรงไปดูไบมีทั้งหมด 19 เที่ยวต่อสัปดาห์ สายการบินไทยมีเที่ยวบินเปิดให้บริการ 11 เที่ยวต่อสัปดาห์และเพิ่มอีก 2 เที่ยวบินในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม

การเดินทางที่สะดวกและใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมงจากเกือบทั่วทุกมุมโลกที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เกิดอาการเมื่อยล้าจนเกินไปก็เป็นอีกแรงจูงใจหนึ่งที่ตัดสินใจไปท่องเที่ยวดูไบ

ทว่านักท่องเที่ยวยังต้องพึ่งพาบริษัทนำเที่ยวเพราะระบบขนส่งภายในเมืองดูไบยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่างๆ

ประชาชนอาหรับนิยมใช้รถส่วนตัวราคาแพงเป็นยานพาหนะ จึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าหากระบบขนส่งมวลชนสมบูรณ์แล้วพฤติกรรมการใช้ยานพาหนะจะเปลี่ยนไปหรือไม่

แม้ว่านักท่องเที่ยวจากหลายประเทศจะหลั่งไหลเข้ามาดูไบ แต่พลเมืองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ได้เดินทางมาไทยเป็นอันดับสองของภูมิภาคตะวัน ออกกลางรองจากอิสราเอลที่มีถึงกว่า 8 หมื่นราย

นอกจากจะมาท่องเที่ยวในไทยแล้ว ชาวอาหรับยังเข้ามาตรวจสุขภาพและรักษาพยาบาลเนื่องจากค่ารักษาถูกกว่าในยุโรป

และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็เป็นประเทศที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่งในตะวันออกกลาง

แม้ว่าดูไบจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากจากท้องทะเลทรายที่เวิ้งว้างกลายเป็นเมืองใหญ่ที่คลาคล่ำไปด้วยตึกสูงทันสมัย

ดูไบในวันนี้กำลังแข่งขันกับอีกหลายๆ เมืองในโลกที่พยายามสร้างตัวเองให้มีจุดขายเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเยือน

เสน่ห์ของดูไบจะเย้ายวนเพียงใด เวลาจะเป็นเครื่องช่วยพิสูจน์


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.