|

KOREA SPARKLING
โดย
สุภัทธา สุขชู
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( เมษายน 2552)
กลับสู่หน้าหลัก
"ซารางเฮโย" คำบอกรักติดหูและติดปากคนไทยจากละครเกาหลีรักโรแมนติก ซึ่งไม่เพียงทำให้สาวๆ ในหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะสาวเอเชีย รวมถึงสาวไทยต้องน้ำตาพรากเพราะสงสารพระเอกนางเอก จนกลายเป็นความชื่นชอบดาราเกาหลี สืบทอดมานานเข้าก็เปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้ทั้งดาราและนักร้องเกาหลีมาตราบจนวันนี้
ในยุคที่หนังและละครเกาหลีทรงอิทธิพล หรือปรากฏการณ์ที่วัฒนธรรมเกาหลีกลายเป็นที่นิยม (Hallyu) ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเกาหลีเติบโตขึ้นในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว โดยเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว Drama Tour หรือทัวร์ตามรอยละครดังกลายเป็น "สินค้าท่องเที่ยว" ที่ขายดี ทำรายได้ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเกาหลีเป็นอันดับต้นๆ ก็ว่าได้
อีกทั้งยังช่วยทำให้การท่องเที่ยวเกาหลีสามารถเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่อย่างตลาดอาเซียนและตะวันออกกลางได้อีกด้วย
ต้องยอมรับว่าฉากและเนื้อเรื่องถือเป็นจุดเด่นของหนังและละครเกาหลีหลายๆ เรื่อง
แค่ทิวทัศน์อันงดงามที่ปรากฏในฉากหนังและละครเกาหลีเกือบทุกเรื่องก็ยั่วน้ำลายนักท่องเที่ยวได้อยู่แล้ว แต่เมื่อได้เนื้อเรื่องโรแมนติกผูกเข้าไปเป็น story ให้กับสถานที่เหล่านั้น สาวๆ ที่ "อิน" จัดหลายคนมุ่งมั่นจะไปเยือนให้ได้
ไม่ว่าจะเป็นเกาะนามิ ฉากรักของพระเอกนางเอกเรื่อง Winter Love Song หรือจะเป็นบ้านบนเกาะเจจูในละคร Full House ที่ "เรน" เล่น นักท่องเที่ยวหลายคนยอมข้ามน้ำข้ามทะเลและค่าเข้าชมเพื่อไปดูฉากภายในบ้านของคู่พระนางเรื่องนี้และ "แดจังกึม ธีมปาร์ค" โรงถ่ายละครเรื่องดังเรื่องแดจังกึมที่ทำให้กิมจิกับชุดฮันบกกลายเป็นที่พิสมัยขึ้นมาอย่างมาก
ทั้งโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวหรือวัฒนธรรม ในแง่นี้หนังและละครเกาหลีจึงทำหน้าที่ดุจหนังโฆษณาขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization) โดยปริยาย
แต่ไม่ใช่ว่า KTO จะทำแค่อาศัยเกาะชายผ้าเหลืองของอุตสาหกรรมหนังและละคร แต่ทุกส่วนล้วนร่วมมือกันโดยมีรัฐบาลเป็นเจ้าภาพและผู้อำนวยความสะดวก (facilitator)
เพื่อรักษากระแสความคลั่ง "K-pop" ให้อยู่ได้นานขึ้น KTO ก็เลยแต่งตั้งดาราและนักร้องเกาหลีขวัญใจมหาชนชาวโลกหรือชาวเอเชียให้เป็นทูตทางวัฒนธรรมและทูตทางการท่องเที่ยวเกาหลี เพื่อทำหน้าที่โปรโมตการท่องเที่ยวของประเทศ ยิ่งกว่านั้น KTO ยังแต่งตั้งนักร้องขวัญใจวัยรุ่นของไทยที่มีสไตล์คล้าย K-pop ให้เป็นทูตการท่องเที่ยวเกาหลี อีกด้วย ...เรียกได้ว่า KTO ขยันทำการตลาดแบบไม่ลืมหูลืมตาจริงๆ
"Hallyu" แปลได้ว่า Korean Wave เมื่อเป็นคลื่น ดังนั้น เมื่อมีขึ้นก็ย่อมต้องมีลง
เพื่อเป็นการสร้างรายได้การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนรัฐบาลเกาหลีจึงพยายามขยายฐานนักท่องเที่ยวเพิ่มจากกลุ่มเดิม โดยได้วางเป็นยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเกาหลีใหม่ นั่นคือการรุกตลาดท่องเที่ยวแบบ "นิช" ที่ให้มูลค่ามากกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป และยั่งยืนกว่าการท่องเที่ยวตามกระแสละคร ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ตลาดหลัก ดังนี้
ตลาดแรกได้แก่ Medical Tourism ด้วยเล็งเห็นว่า ในปี 2550 ทั่วโลกมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ร่วม 26 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้มากถึง 26,700 ล้านเหรียญสหรัฐ อีกทั้งเห็นว่าอุตสาหกรรมด้านการแพทย์ของเกาหลีมีศักยภาพสูงอยู่แล้ว รัฐบาลเพียงสนับสนุนและเร่งกระตุ้นให้เกิดการพัฒนามากขึ้น ขณะเดียวกัน KTO ก็เร่งโปรโมต "เมดิคัลทัวร์" ไปพร้อมกัน
แม้รัฐบาลเกาหลีกับ KTO จะเพิ่งเริ่มทำการโปรโมตตลาดนี้อย่างจริงจังในปีนี้ แต่ทว่านักท่องเที่ยวไทยจำนวนไม่น้อยที่ลงทุนซื้อทัวร์พร้อมแพ็กเกจกรีดตา ทำจมูก ทำปาก ฯลฯ เพื่อเปลี่ยนแปลงใบหน้าให้ดูแอ๊บแบ๊วเหมือนสาวเกาหลีกันมาแล้ว ...เรียกว่าสาวไทยไม่ยอมตกกระแสการท่องเที่ยวของเกาหลีเลยจริงๆ
ตลาดหลักที่สองที่รัฐบาลเกาหลีพยายามส่งเสริมอย่างหนัก ได้แก่ ตลาดไมซ์ (MICE) อันที่จริงต้องย้ำว่า เป็นการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยในปีนี้ KTO ได้จัดโครงสร้างองค์กรใหม่ด้วยการยกระดับของ Convention & Visitor Bureau ของแต่ละท้องถิ่นที่มีศูนย์ประชุม ให้กลายเป็น Headquarter พร้อมกับเพิ่มงบประมาณให้เป็น 2 เท่า เพื่อพัฒนาศักยภาพของตน
ปลายปี 2550 ผู้จัดการ 360 ํ มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสถานที่จัดงานหลายแห่งของเกาหลี (อ่านรายละเอียดฉบับกุมภาพันธ์ 2551) ต้องบอกว่า ณ วันนั้น ความพร้อมของประเทศเกาหลีก็ดูจะนำหน้าไทยอยู่หลายก้าว มาปีนี้ที่รัฐบาลเกาหลีประกาศตัวเดินหน้าชัดเจนเช่นนี้ ความหวังในการเป็น MICE Hub of Asia ของประเทศไทยก็คงจะยิ่งยากขึ้นมาอีกหลายเปลาะ
สุดท้าย ได้แก่ ตลาดนักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว (Green Tourism) เนื่องจากเกาหลีมีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวที่ชอบชื่นชมท่องธรรมชาติอยู่มากมาย ซึ่งในหลายแห่งมีเรื่องเล่า (storytelling) ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสังคมให้ได้เรียนรู้เพิ่มเติม ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติตรงนั้นได้ด้วย
เช่น ทางเดินชมบ้านโบราณบนเกาะเจจู ซึ่งจะได้ชมธรรมชาติที่สวยงามของเกาะเจจูเป็นของแถมด้วย และการล่องแม่น้ำ Namhan ความยาวร่วม 50 ไมล์ ที่จะทำให้ได้ชมทัศนียภาพทั้งวิถีชีวิตของชุมชนริมฝั่งน้ำและธรรมชาติที่สวยงามของเกาหลีไปพร้อมกัน เป็นต้น
ทั้งนี้ การกระตุ้น Green Tourism ของ KTO ยังมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางการท่องเที่ยวของเกาหลีอย่างยั่งยืนอีกด้วย เพราะจะมี "มาตรการสีเขียว" ที่ออกมาบังคับให้ทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวต้องร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม
ไม่เพียง 3 ตลาดหลักข้างต้นรัฐบาลเกาหลียังพยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและจิตวิญญาณ โดยขายเป็นแพ็กพร้อมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในรูปแบบ Temple-stay เนื่องจากวัดเกาหลีหลายแห่งมักตั้งอยู่ริมผาหรือบนภูเขา ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวตะวันตกมากขึ้น อีกทั้งยังมีการจัดตั้ง Zen Buddhism Center ในกรุงโซลอีกด้วย
นอกจากนี้รัฐบาลเกาหลียังพยายามจะสร้างศูนย์รวมวัฒนธรรมขนาดใหญ่ตามศูนย์ประชุมและตามแหล่งชอปปิ้งชื่อดังที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย ซึ่งหากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ศูนย์รวมวัฒนธรรมที่ว่าจะไม่ได้มีแค่วัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิมหรือวัฒนธรรม K-pop แต่จะเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมเอเชีย โดยกระทรวงท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของเกาหลีได้ตั้งหน่วยงานที่ชื่อ Office for the Hub City of Asian Culture ขึ้นมาดูแล
นอกจากดำเนินตามยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ในปีนี้ KTO ยังมีแผนปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานทั่วประเทศให้ดียิ่งขึ้น ทั้งที่ค่อนข้างจะดีมากอยู่แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อแย่งชิงตลาดนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มีจำนวนและกำลังซื้อลดลงอย่างมาก โดยตั้งเป้าจะดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศให้ได้ถึง 7.5 ล้านคน คาดหวังรายได้มากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งมียอดนักท่องเที่ยวราว 6.89 ล้านคน เป็นรายได้การท่องเที่ยว 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
และเพื่อกระตุ้นให้ตัวเลขเป็นไปตามเป้า รัฐบาลเกาหลีและ KTO จึงจัดคอนเสิร์ต ใหญ่ที่มีชื่อว่า "2009 Sparkling Concert in Seoul" โดยระดมเหล่านักร้องขวัญใจสาวเอเชียมาร่วมแสดง เช่น บิ๊กแบง, ดงบังชินกิ, FTIsland และ SG Wannabe เป็นต้น เพื่อเรียกเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คลั่งไคล้ K-pop
...นี่จะเป็นข้อพิสูจน์ว่า มนตร์รักนักร้องเกาหลีกับกระแส K-pop จะคงความขลังอยู่หรือไม่ จะต้านพิเศษเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ไหวไหม พิสูจน์ได้กลางเดือนเมษายนนี้...
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|