|

จาก LTU สู่ Air Berlin
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( เมษายน 2552)
กลับสู่หน้าหลัก
หากชื่อขององค์กรจะเป็นภาพสะท้อนวิถีที่ดำเนินไป การเปลี่ยนแปลงชื่อของสายการบิน LTU มาสู่ AirBerlin เมื่อไม่นานที่ผ่านมาก็กำลังสื่อสารเป้าหมายและบอกกล่าวความเป็นไปอย่างชัดเจน
การเปลี่ยนแปลงชื่อดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องหลังจากที่ AirBerlin สายการบินอันดับสองของเยอรมนีเข้าควบกิจการของ LTU (LuftTransport-Unternehmen) สายการบินที่มีฐานปฏิบัติงานหลักอยู่ใน Dusseldorf และ Munich เมื่อช่วงต้นปี 2007 ที่ผ่านมา และทำให้สายการบินแห่งนี้กลายเป็นสายการบินขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของยุโรปในปัจจุบัน
การประกาศใช้ชื่อ Air Berlin ในการรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการดำเนินควบคู่ไปพร้อมกับการประกาศตารางการบินแบบ non-stop ช่วงฤดูร้อนในเส้นทางการบินระหว่างกรุงเทพฯ-Dusseldorf สัปดาห์ละ 4 เที่ยว กรุงเทพฯ-Berlin สัปดาห์ละ 2 เที่ยว และภูเก็ต-Munich สัปดาห์ละ 1 เที่ยว
สเตฟาน มาเกียร่า ผู้จัดการทั่วไปสายการบิน Air Berlin ระบุว่าจุดเด่นของ Air Berlin อยู่ที่การเป็นสายการบิน low fare ที่ให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในมาตรฐานเดียวกับสายการบินหลัก แตกต่างจากสายการบินที่เป็น low cost ซึ่งต้องลดทอนบริการหลายอย่างลงไป
"ภายใต้คำขวัญที่ว่า Air Berlin: Your Airline เราต้องการสื่อให้เห็นถึงความสะดวกสบายทั้งในมิติของการบริการและราคาที่ย่อมเยากว่า"
ประเด็นที่น่าสนใจจากจังหวะก้าวของ Air Berlin ดังกล่าวอยู่ที่กว่า 80% ของผู้โดยสารในห้วงเวลาปัจจุบันเป็นกลุ่มผู้โดยสาร จากยุโรปที่เดินทาง inbound เข้าสู่ประเทศไทย สอดรับกับความพยายามของไทยที่จะกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวให้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
แต่ภายใต้การแข่งขันที่เข้มข้นของธุรกิจการบินซึ่งได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากทั้งวิกฤติเศรษฐกิจและความซบเซาในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป้าหมายของ AirBerlin ที่จะแทรกตัวเป็นทางเลือกใหม่ของการเดินทางอาจไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายนัก
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|