BECLกล่อมแบงก์ลดดอกเบี้ยเซฟ2.7พันล้านตลอดอายุหนี้


ผู้จัดการรายวัน(4 กันยายน 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

บีอีซีแอลกล่อมแบงก์ปรับลดดอกเบี้ยจ่ายสำเร็จ ส่งผลดอกเบี้ยลดตลอดอายุหนี้กว่า 2.7 พันล้านบาท รวมทั้งให้กู้เงินจำนวน 6 พันล้าน ล้างหนี้บริษัทย่อย ขณะที่แผนการออกหุ้นกู้นั้นขออนุมัติจากผู้ถือ หุ้นไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้ในอนาคต ส่วนข้อพิพาทกทพ.ผิดสัญญาขึ้นค่าทาง ด่วนนั้น ให้ยื่นฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการชี้ขาด

นายสุวิช พึ่งเจริญ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BECL) เปิดเผย ว่าที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทฯ วานนี้ (3 ก.ย.) รับทราบมติคณะกรรมการ เพื่อรับข้อเสนอธนาคารเจ้าหนี้ในการปรับเงื่อนไขสัญญาสินเชื่อเดิมจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท โดยลดอัตราดอกเบี้ยจากเดิม 5% ลงเหลือ 4% ส่งผลให้ภาระดอก เบี้ยจ่ายของบริษัทตลอดอายุหนี้ 10 ปี ลดลงรวม 2,704 ล้านบาท โดย ในปีแรกจะลดลงประมาณ 405 ล้านบาท รวมทั้งผู้ให้กู้ยังผ่อนปรน เงื่อนไขต่างๆ อาทิ การจ่ายเงินปันผล

ที่ประชุมฯ อนุมัติให้บริษัทชำระคืนเงินกู้ยืมจากธนาคารทั้งหมดของบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยจำนวน 5,000 ล้านบาท โดยทำสินเชื่อเพิ่มเติมอีก 6,000 ล้านบาท ซึ่งเงินที่เหลือจะสำรองเพื่อใช้ในการปรับปรุงระบบทางด่วนให้มีการ บริหารที่ดีขึ้น ทดแทนกระแสเงินสดที่ได้รับผลกระทบจากการไม่ได้รับอัตราค่าผ่านทางตามสัญญา

โดยบริษัทฯจะกู้ยืมเงินจาก 5 สถาบันการเงิน คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทย และธนาคารนครหลวงไทย

นายสุวิช กล่าวว่า ที่ประชุมฯมีมติอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ ประเภทมีหลักประกันและ/หรือไม่มีหลักประกัน ในวงเงินรวมไม่เกิน 36,000 ล้าน บาท เสนอขายในประเทศ และ/หรือต่างประเทศให้แก่ประชาชนทั่วไปและผู้ลงทุนประเภทสถาบันทั้งจำนวนหรือบางส่วนก็ได้ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 10 ปี

ทั้งนี้บริษัทยังไม่มีแผนที่จะออกและเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าว แต่เป็นการขออนุมัติผู้ถือหุ้นไว้เพื่อใช้ในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป

ที่ประชุมฯได้อนุมัติให้บริษัทดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิตามสัญญาจากการที่การทางพิเศษ แห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ปรับค่าผ่านทางเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2546 ไม่เป็นไปตามสัญญา โดยให้นำเรื่อง เข้าสู่คณะผู้พิจารณาและกระบวนการอนุญาโต ตุลาการ

ทั้งนี้ บริษัทฯยังยึดมั่นในหลักการ การปรับค่าผ่านทางตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ที่กำหนดให้คู่สัญญาปรับขึ้นค่าผ่านทาง โดยคำนวนตามการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพฯในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

หลังจากนั้นให้ปรับโดยการปัดเศษขึ้นมาเป็นจำนวนเต็มช่วงๆ ละ 5 บาท ซึ่งหากคำนวณไม่ถึง 5 บาทจะปัดเศษขึ้นเป็น 5 บาท โดยในปีนี้ รถยนต์ 4 ล้อเดิม 40 บาท เมื่อคำนวณตัวเลขการเพิ่มของดัชนี ราคาผู้บริโภคแล้วเป็นจำนวน 2.55 บาท ดังนั้นอัตรา ค่าผ่านทางใหม่สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ ควรเป็น 45 บาท

นางพะเยาว์ มริตตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานบริหาร และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน BECL กล่าวว่าขณะนี้บริษัทมีภาระดอกเบี้ย คิดเฉลี่ยประมาณ 5.4% ซึ่งเมื่อบริษัทจะออกหุ้นกู้ ทางเจ้าหนี้ได้มาเจรจาลดดอกเบี้ยให้ เพราะบริษัทเป็น ลูกหนี้ชั้นดี ซึ่งหากเจ้าหนี้ลดดอกเบี้ยให้อยู่ในอัตรา 4% ก็น่าสนใจที่จะซื้อต่อ ส่วนการออกหุ้นกู้ 3.6 หมื่น ล้านบาท นี้มีเป้าหมายนำมาใช้ 2 ทาง คือ ชำระหนี้เดิม หรือลงทุนในโครงการต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งหากรับเงื่อนไขเจ้าหนี้ ภาระดอกเบี้ยลดลง 2,700 ล้าน ตลอดอายุหนี้ โดยปีแรก จะลดภาระได้ 405 ล้านบาท ส่วนรายได้ค่าผ่านทางด่วนหากเป็นไปตามที่บริษัทเสนอจะมีรายได้เพิ่ม 1,000 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ ตามที่บริษัทได้ทราบผลจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าผ่านทางเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2546 ในกรณีที่ส่วนเพิ่มของอัตราค่าผ่านทางที่คำนวณจากอัตราดัชนีผู้บริโภคไม่ ถึงจำนวน 5 บาท กทพ.ก็ไม่จำเป็นต้องปรับอัตราค่า ผ่านทางตามสัญญานั้น

บริษัทฯขอยืนยันว่า บริษัทฯ ยังยึดมั่นในหลักการ การปรับค่าผ่านทางตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ที่กำหนดให้คู่สัญญาปรับขึ้นค่า ผ่านทาง โดยคำนวณบนพื้นฐานการเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา และเมื่อคำนวณได้ตัวเลขของการเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภคดังกล่าวแล้ว การปรับให้ปรับโดยการปัดเศษขึ้นเป็นจำนวนเต็มช่วง ๆ ละ 5 บาท ซึ่งหากคำนวณแล้วไม่ถึง 5 บาท จะปัดเศษขึ้นเป็น 5 บาท หากเกิน 5 บาท แต่ไม่ถึง 10 บาท จะปัดเศษขึ้นเป็น 10 บาท แต่ในทุกกรณี บริษัทฯ จะปรับขึ้นได้ไม่เกินครั้งละ 10 บาท

สำหรับ รถ 4 ล้อ ในช่วง 15 ปีแรกของสัญญาฯ ทั้งนี้ตามข้อสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 การ ปรับอัตราค่าผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ เดิมราคา 40 บาท เมื่อคำนวณตัวเลขของการเพิ่มของดัชนีราคา ผู้บริโภคแล้วเป็นจำนวน 2.55 บาท ซึ่งตามสัญญาฯ ให้ปรับโดยการปัดเศษขึ้นเป็นจำนวนเต็มช่วงๆ ละ 5 บาท ซึ่งอัตราค่าผ่านทางใหม่สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ จะปรับเป็น 45 บาท จึงจะเป็นการปรับอัตราค่าผ่านทางที่สอดคล้องตามสัญญาฯ

ดังนั้น เมื่อกทพ.ดำเนินการปรับอัตราค่าผ่านทางไม่เป็นไปตามสัญญาฯ บริษัทฯในฐานะบริษัทมหาชน ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงจำเป็น ต้องรักษาสิทธิโดยการดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในสัญญาฯ คือนำเรื่องเข้าสู่คณะผู้พิจารณา และกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป

สำหรับราคาหุ้น BECL วานนี้ ปิดที่ 21.70 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 20 สตางค์ คิดเป็น 0.98% มูลค่าการซื้อขาย 148.49 ล้านบาท



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.