น้องคนหนึ่งเรียก กาสิโน ที่บริสเบนว่า จุดนัดฝัน
ผมและน้องๆ คนไทยกลุ่มหนึ่ง รวมถึงเด็กเอเชียอีกสองสามคน มักจะนัดเจอกันที่กาสิโน
ริมฝั่งแม่น้ำบริสเบน เพราะว่าชั้นใต้ดินของกาสิโนที่นี่มีภัตตาคารซึ่งขายอาหารราคา
ถูกมากและเราสามารถนั่งได้นานเท่านานตราบที่ภัตตาคารยังคงเปิดให้บริการอยู่
และเราสามารถดื่มชาและกาแฟได้มากเท่ามาก
เกือบทุกสุดสัปดาห์เราจึงมักเจอกันที่นี่ นั่งคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ประสบการณ์ เล่าเรื่องความเปิ่น หรือเล่าความสำเร็จในชีวิต
รวมถึงความฝันเมื่อกลับไปสู่เมืองไทย ด้วย
ผมจึงนึกถึงละครเรื่อง "จุดนัดฝัน" ที่ เคยแพร่ภาพทางโทรทัศน์ในเมืองไทยกว่าสิบปีมาแล้ว
ตัวละครในเรื่องมักจะนัดเจอกันที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง หลังจากไปเผชิญชีวิตและ
โชคชะตากันมา ต่างก็มาเล่าเรื่องที่ตัวเองพบเจอ บ้างก็หาทางออกไม่ได้ ก็อาศัยเพื่อน
ๆ ช่วยหาทางออกให้ บ้างก็มาเล่าเรื่องที่ตัวเองสำเร็จ
ความฝันของแต่ละคนล้วนเกิดขึ้นที่ร้านนี้ ทุกคนต่างช่วยกันถักทอความฝัน
ก่อน ที่วันรุ่งขึ้นจะต้องกลับไปเผชิญโลกแห่งความจริงอีกครั้งหนึ่ง
กาสิโนของน้องคนนี้จึงเปรียบเสมือน จุดนัดฝันของพวกเราไปด้วย
ออสเตรเลียถือเป็นประเทศที่มีอุตสาห-กรรมกาสิโนใหญ่มากในโลกเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร
คนออสเตรเลียใช้จ่ายเงินเพื่อเล่นการพนันที่ถูกกฎหมาย คิดเป็นสองเท่าของค่าใช้จ่ายที่คนในอเมริกาเหนือและยุโรปจ่าย
และทำให้คนออสเตรเลียเป็นกลุ่มประเทศที่เล่นพนันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ผลก็คือ สภาพครอบครัวและชุมชนที่อ่อนแอ รวมถึงภาครัฐจะต้องใช้เงินสวัสดิการมาแก้ปัญหาเหยื่อการพนันเหล่านี้
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ออสเตรเลีย (Australian Bureau of Statistics
- ABS) สิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2544 มีกาสิโนเปิดดำเนินการในออสเตรเลีย 13
แห่ง จ้างแรงงาน 20,413 คน มีรายได้ทั้งสิ้นก่อนหักภาษี 3,137 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
โดยเป็นรายได้จากการเล่นพนัน 2,504 ล้านเหรียญ คิดเป็น 80% ของรายได้ทั้งหมด
รายได้ของกาสิโนมาจาก โต๊ะเกมประมาณ 1,464 ล้านเหรียญ และมาจากไพ่โป๊กเกอร์
หรือตู้สล็อตแมชชีน 1,021 ล้านเหรียญ
นอกจากนี้ยังมีรายได้อื่นๆ เช่น การขายอาหาร แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มอื่นๆ
และจากการให้เช่าที่พัก การเช่าซื้อ และการจ้างงานอื่นๆ
อุตสาหกรรมกาสิโนของ ออสเตรเลียมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 2,599 ล้านเหรียญในช่วงระหว่างปี
2543-2544 ดังนั้น กำไรสุทธิก่อนหักภาษีจึงเท่ากับ 537 ล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง
19% จากปี 2542-2543
รายจ่ายหลักของกาสิโน คือ ค่าจ้างแรงงาน ซึ่งคิดเป็น 32% โดยค่าแรงและเงินเดือนเป็นส่วนของค่าจ้างแรงงานที่สูงที่สุด
โดยคิดเป็นค่าจ้าง 35,900 เหรียญต่อคนต่อปี
รายจ่ายที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง คือ ภาษี ซึ่งคิดเป็น 19% ของรายจ่ายทั้งหมด
ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่าย 25 ล้านเหรียญที่กาสิโนจะต้องจ่ายโดยตรงให้แก่รัฐ
ซึ่งจะถูกนำไปใช้เพื่องานทางสังคมต่อไป ที่เหลือเป็นภาษีทั้งหมด นอกจากนี้
ยังมีรายจ่ายทางการตลาด, การโปรโมตสินค้า และการเป็นสปอนเซอร์ให้สินค้าอื่นๆ
รายจ่ายที่เหลือใช้ในการซื้อของเพื่อนำไปขายต่อ เช่น ซื้ออาหารสดเพื่อใช้เตรียม
ทำอาหาร รวมถึงทำเครื่องดื่มอื่นๆ ด้วย
มูลค่าเพิ่ม (Value added) ของอุตสาหกรรมนี้เพิ่มขึ้น 5% จาก 1,564 ล้านเหรียญ
ในปี 2542-2543 เป็น 1,648 ล้านเหรียญ ในปี 2543-2544
จำนวนเครื่องสล็อตแมชชีน 10,853 เครื่อง ในสิบสามกาสิโนทั่วออสเตรเลียแสดงถึงการเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย
เช่นเดียวกับที่รายได้ต่อเครื่องก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ในขณะที่โต๊ะเกมมีจำนวนลดลง
แต่รายได้ต่อโต๊ะกลับเพิ่มขึ้น
ในส่วนของการจ้างงาน กว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์เป็นการจ้างงานแบบเต็มเวลา โดยเป็นชาย
7,593 คน และหญิง 4,726 คน ที่เหลือเป็นการจ้างแบบพาร์ตไทม์และลูกจ้างชั่วคราว
รายงานการวิจัยในปี 2542 พบว่า 2.1% ของกลุ่มผู้ใหญ่ชาวออสเตรเลีย หรือ
คิดเป็น 290,000 คน เผชิญปัญหาจากการติดการพนัน โดย 130,000 คน ติดการพนันอย่างหนัก
เมื่อปี 2544 ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรของออสเตรเลียจึงต้องผ่านพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการพนันผ่านอินเทอร์เน็ต
ในชื่อของ Interactive Gambling Bill 2001 โดยมีเป้าหมายสองประการ คือ เพื่อสร้างกรอบการเล่นพนันผ่านอินเทอร์เน็ต
และเพื่อช่วยเหลือผู้เล่นพนันผ่านอินเทอร์เน็ต
เนื่องจากรัฐบาลออสเตรเลียตระหนักถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารและคอมพิวเตอร์
ซึ่งสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการพนัน และสนับสนุนการติดพนันของชาวออสซี่ด้วย
สำหรับประเทศไทยที่เรื่องกาสิโนยังเป็นหัวข้อถกเถียงกันอยู่ในแวดวงการเมือง
และนักวิชาการเศรษฐศาสตร์อีกหลายๆ คน รวมถึงงานวิจัยที่สร้างความฮือฮาในแวดวงวิชาการเกี่ยวกับตลาดนอกระบบ
ที่มีมูลค่าเกือบเทียบเท่าตลาดถูกกฎหมาย และเป็นมือที่มองไม่เห็นที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจประเทศไทยไม่ให้ตกเหวไปมากกว่านี้
ตลาดนอกระบบที่ประกอบด้วย บ่อนพนัน ซ่องโสเภณี โต๊ะบอล และ ฯลฯ มีบทบาทในการจ้างแรงงานคนไทยจำนวนมาก
น่าจะถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องเข้าช่วยกันคิดและหาทางออกอีกครั้งหนึ่ง และแน่นอนว่า
ผลที่ออกมาน่าจะเป็นรูปธรรมมากกว่าการถกเถียงกันไปวันๆ
ผมเคยมีโอกาสเข้าไปในกาสิโนทั้งที่บริสเบนเองและที่ซิดนีย์ ผมพบว่า เมื่อเข้าไปและได้ลองสัมผัสบรรยากาศของการเล่นพนัน
เราสามารถลืมตัวและทุ่มหมดตัวไปได้เลย
คนที่มาเล่นพนันในกาสิโนมีทั้งพวกมืออาชีพ และมือใหม่ที่ต้องการมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ
บ้างก็ติดจนเลิกไม่ได้ บ้างก็เล่น เล็กน้อยพอให้รู้จัก นักเรียนบางคนต้องกลับประเทศเนื่องจากเอาเงินที่เตรียมมาเรียนมาทุ่มในกาสิโนจนหมดตัว
ผมเห็นอาซิ่ม อาแปะ คนจีนแก่ๆ หลายๆ คนก็หลงใหลมัวเมาอยู่ในกาสิโนอยู่บ่อยครั้ง
กาสิโนแท้ที่จริงอาจช่วยให้เราฝันหวานได้ชั่วระยะเวลาสั้นๆ จากนั้นเมื่อเราต้องมาเผชิญความจริง
กาสิโนไม่สามารถช่วย อะไรได้เลย
น้องๆ หลายคนที่เคยไปถักทอความฝันด้วยกัน ที่ร้านอาหารชั้นใต้ดินของกาสิโนริมฝั่งแม่น้ำบริสเบนต่างแยกย้ายกันไปสร้างความฝันของตัวเอง
และเฝ้ารอวันที่จะกลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง
วันนั้น เราอาจจะได้ฟังความสำเร็จ ความล้มเหลว ความเปิ่น และเรื่องราวอีกมากมาย
ณ จุดนัดฝัน
อ่านเพิ่มเติม:
1. CASINOS, Australian Bureau of Statistics (ABS) ฉบับ 2000 - 2001
2. Interactive Gambling Bill 2001, The Parliament of the Commonwealth
of Australia
3. เอกสารและแผ่นพับจาก Conrad Treasury Casino, Brisbane
4. เอกสารและแผ่นพับจาก Star City Casino, Sydney
5. http://www.conrad.com.au
6. http://www.starcity.com.au