จุดนัดฝัน

โดย ธวัชชัย อนุพงศ์อนันต์
นิตยสารผู้จัดการ( กันยายน 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

น้องคนหนึ่งเรียก กาสิโน ที่บริสเบนว่า จุดนัดฝัน

ผมและน้องๆ คนไทยกลุ่มหนึ่ง รวมถึงเด็กเอเชียอีกสองสามคน มักจะนัดเจอกันที่กาสิโน ริมฝั่งแม่น้ำบริสเบน เพราะว่าชั้นใต้ดินของกาสิโนที่นี่มีภัตตาคารซึ่งขายอาหารราคา ถูกมากและเราสามารถนั่งได้นานเท่านานตราบที่ภัตตาคารยังคงเปิดให้บริการอยู่ และเราสามารถดื่มชาและกาแฟได้มากเท่ามาก

เกือบทุกสุดสัปดาห์เราจึงมักเจอกันที่นี่ นั่งคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ เล่าเรื่องความเปิ่น หรือเล่าความสำเร็จในชีวิต

รวมถึงความฝันเมื่อกลับไปสู่เมืองไทย ด้วย

ผมจึงนึกถึงละครเรื่อง "จุดนัดฝัน" ที่ เคยแพร่ภาพทางโทรทัศน์ในเมืองไทยกว่าสิบปีมาแล้ว ตัวละครในเรื่องมักจะนัดเจอกันที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง หลังจากไปเผชิญชีวิตและ โชคชะตากันมา ต่างก็มาเล่าเรื่องที่ตัวเองพบเจอ บ้างก็หาทางออกไม่ได้ ก็อาศัยเพื่อน ๆ ช่วยหาทางออกให้ บ้างก็มาเล่าเรื่องที่ตัวเองสำเร็จ

ความฝันของแต่ละคนล้วนเกิดขึ้นที่ร้านนี้ ทุกคนต่างช่วยกันถักทอความฝัน ก่อน ที่วันรุ่งขึ้นจะต้องกลับไปเผชิญโลกแห่งความจริงอีกครั้งหนึ่ง

กาสิโนของน้องคนนี้จึงเปรียบเสมือน จุดนัดฝันของพวกเราไปด้วย

ออสเตรเลียถือเป็นประเทศที่มีอุตสาห-กรรมกาสิโนใหญ่มากในโลกเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร คนออสเตรเลียใช้จ่ายเงินเพื่อเล่นการพนันที่ถูกกฎหมาย คิดเป็นสองเท่าของค่าใช้จ่ายที่คนในอเมริกาเหนือและยุโรปจ่าย และทำให้คนออสเตรเลียเป็นกลุ่มประเทศที่เล่นพนันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผลก็คือ สภาพครอบครัวและชุมชนที่อ่อนแอ รวมถึงภาครัฐจะต้องใช้เงินสวัสดิการมาแก้ปัญหาเหยื่อการพนันเหล่านี้

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ออสเตรเลีย (Australian Bureau of Statistics - ABS) สิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2544 มีกาสิโนเปิดดำเนินการในออสเตรเลีย 13 แห่ง จ้างแรงงาน 20,413 คน มีรายได้ทั้งสิ้นก่อนหักภาษี 3,137 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยเป็นรายได้จากการเล่นพนัน 2,504 ล้านเหรียญ คิดเป็น 80% ของรายได้ทั้งหมด

รายได้ของกาสิโนมาจาก โต๊ะเกมประมาณ 1,464 ล้านเหรียญ และมาจากไพ่โป๊กเกอร์ หรือตู้สล็อตแมชชีน 1,021 ล้านเหรียญ

นอกจากนี้ยังมีรายได้อื่นๆ เช่น การขายอาหาร แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มอื่นๆ และจากการให้เช่าที่พัก การเช่าซื้อ และการจ้างงานอื่นๆ

อุตสาหกรรมกาสิโนของ ออสเตรเลียมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 2,599 ล้านเหรียญในช่วงระหว่างปี 2543-2544 ดังนั้น กำไรสุทธิก่อนหักภาษีจึงเท่ากับ 537 ล้านเหรียญ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 19% จากปี 2542-2543

รายจ่ายหลักของกาสิโน คือ ค่าจ้างแรงงาน ซึ่งคิดเป็น 32% โดยค่าแรงและเงินเดือนเป็นส่วนของค่าจ้างแรงงานที่สูงที่สุด โดยคิดเป็นค่าจ้าง 35,900 เหรียญต่อคนต่อปี

รายจ่ายที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง คือ ภาษี ซึ่งคิดเป็น 19% ของรายจ่ายทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยค่าใช้จ่าย 25 ล้านเหรียญที่กาสิโนจะต้องจ่ายโดยตรงให้แก่รัฐ ซึ่งจะถูกนำไปใช้เพื่องานทางสังคมต่อไป ที่เหลือเป็นภาษีทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีรายจ่ายทางการตลาด, การโปรโมตสินค้า และการเป็นสปอนเซอร์ให้สินค้าอื่นๆ

รายจ่ายที่เหลือใช้ในการซื้อของเพื่อนำไปขายต่อ เช่น ซื้ออาหารสดเพื่อใช้เตรียม ทำอาหาร รวมถึงทำเครื่องดื่มอื่นๆ ด้วย

มูลค่าเพิ่ม (Value added) ของอุตสาหกรรมนี้เพิ่มขึ้น 5% จาก 1,564 ล้านเหรียญ ในปี 2542-2543 เป็น 1,648 ล้านเหรียญ ในปี 2543-2544

จำนวนเครื่องสล็อตแมชชีน 10,853 เครื่อง ในสิบสามกาสิโนทั่วออสเตรเลียแสดงถึงการเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย เช่นเดียวกับที่รายได้ต่อเครื่องก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ในขณะที่โต๊ะเกมมีจำนวนลดลง แต่รายได้ต่อโต๊ะกลับเพิ่มขึ้น

ในส่วนของการจ้างงาน กว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์เป็นการจ้างงานแบบเต็มเวลา โดยเป็นชาย 7,593 คน และหญิง 4,726 คน ที่เหลือเป็นการจ้างแบบพาร์ตไทม์และลูกจ้างชั่วคราว

รายงานการวิจัยในปี 2542 พบว่า 2.1% ของกลุ่มผู้ใหญ่ชาวออสเตรเลีย หรือ คิดเป็น 290,000 คน เผชิญปัญหาจากการติดการพนัน โดย 130,000 คน ติดการพนันอย่างหนัก

เมื่อปี 2544 ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรของออสเตรเลียจึงต้องผ่านพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการพนันผ่านอินเทอร์เน็ต ในชื่อของ Interactive Gambling Bill 2001 โดยมีเป้าหมายสองประการ คือ เพื่อสร้างกรอบการเล่นพนันผ่านอินเทอร์เน็ต และเพื่อช่วยเหลือผู้เล่นพนันผ่านอินเทอร์เน็ต

เนื่องจากรัฐบาลออสเตรเลียตระหนักถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารและคอมพิวเตอร์ ซึ่งสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการพนัน และสนับสนุนการติดพนันของชาวออสซี่ด้วย สำหรับประเทศไทยที่เรื่องกาสิโนยังเป็นหัวข้อถกเถียงกันอยู่ในแวดวงการเมือง และนักวิชาการเศรษฐศาสตร์อีกหลายๆ คน รวมถึงงานวิจัยที่สร้างความฮือฮาในแวดวงวิชาการเกี่ยวกับตลาดนอกระบบ ที่มีมูลค่าเกือบเทียบเท่าตลาดถูกกฎหมาย และเป็นมือที่มองไม่เห็นที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจประเทศไทยไม่ให้ตกเหวไปมากกว่านี้

ตลาดนอกระบบที่ประกอบด้วย บ่อนพนัน ซ่องโสเภณี โต๊ะบอล และ ฯลฯ มีบทบาทในการจ้างแรงงานคนไทยจำนวนมาก

น่าจะถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องเข้าช่วยกันคิดและหาทางออกอีกครั้งหนึ่ง และแน่นอนว่า ผลที่ออกมาน่าจะเป็นรูปธรรมมากกว่าการถกเถียงกันไปวันๆ

ผมเคยมีโอกาสเข้าไปในกาสิโนทั้งที่บริสเบนเองและที่ซิดนีย์ ผมพบว่า เมื่อเข้าไปและได้ลองสัมผัสบรรยากาศของการเล่นพนัน เราสามารถลืมตัวและทุ่มหมดตัวไปได้เลย

คนที่มาเล่นพนันในกาสิโนมีทั้งพวกมืออาชีพ และมือใหม่ที่ต้องการมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ บ้างก็ติดจนเลิกไม่ได้ บ้างก็เล่น เล็กน้อยพอให้รู้จัก นักเรียนบางคนต้องกลับประเทศเนื่องจากเอาเงินที่เตรียมมาเรียนมาทุ่มในกาสิโนจนหมดตัว ผมเห็นอาซิ่ม อาแปะ คนจีนแก่ๆ หลายๆ คนก็หลงใหลมัวเมาอยู่ในกาสิโนอยู่บ่อยครั้ง

กาสิโนแท้ที่จริงอาจช่วยให้เราฝันหวานได้ชั่วระยะเวลาสั้นๆ จากนั้นเมื่อเราต้องมาเผชิญความจริง กาสิโนไม่สามารถช่วย อะไรได้เลย

น้องๆ หลายคนที่เคยไปถักทอความฝันด้วยกัน ที่ร้านอาหารชั้นใต้ดินของกาสิโนริมฝั่งแม่น้ำบริสเบนต่างแยกย้ายกันไปสร้างความฝันของตัวเอง

และเฝ้ารอวันที่จะกลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง

วันนั้น เราอาจจะได้ฟังความสำเร็จ ความล้มเหลว ความเปิ่น และเรื่องราวอีกมากมาย ณ จุดนัดฝัน

อ่านเพิ่มเติม:
1. CASINOS, Australian Bureau of Statistics (ABS) ฉบับ 2000 - 2001
2. Interactive Gambling Bill 2001, The Parliament of the Commonwealth of Australia
3. เอกสารและแผ่นพับจาก Conrad Treasury Casino, Brisbane
4. เอกสารและแผ่นพับจาก Star City Casino, Sydney
5. http://www.conrad.com.au
6. http://www.starcity.com.au



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.