|

โชคอยู่ข้างผู้กล้า
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( มีนาคม 2552)
กลับสู่หน้าหลัก
บรรยากาศการลงทุนในตลาดตราสารหนี้และตราสารทุนในปีนี้อาจจะเงียบเหงากว่าทุกๆ ปี เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่กล้าเสี่ยงและเชื่อว่าเก็บเงินสดไว้กับตัวอุ่นใจกว่า ทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอเบอร์ดีน จำกัด นำผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนของบริษัท 2 คนที่ประจำอยู่สิงคโปร์ กล่าวถึงทิศทางตลาดตราสารหนี้และตราสารทุนเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับนักลงทุน
คนแรก มร.โดนัลด์ อัมสตัค ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจมาพูดเรื่องทิศทางตลาดตราสารหนี้ ส่วน มร.ปีเตอร์ เอลส์ตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนประจำทวีปเอเชีย กล่าวถึงทิศทางของตลาดตราสารทุน
มร.อัมสตัคบอกว่าในขณะที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในสภาวะเศรษฐกิจที่สิ้นหวังนี้ยังมีโอกาสสำหรับนักลงทุน
สิ่งที่เขาประเมินพบว่าในปี 2551 แนวโน้มของสินทรัพย์ที่แปลงเป็นหลักทรัพย์ (Securitied assets) มีเพิ่มมากขึ้น อาทิ ตราสารที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยค้ำประกัน (MBS) ตราสารหนี้ประเภทที่ใช้สัญญาจำนองหรือสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ABS) ตราสารหนี้ที่มีสินเชื่ออาคารสำนักงานค้ำประกัน (CMBS)
ตราสารเหล่านี้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นหลังจากหลักทรัพย์ถูกขายสินทรัพย์ที่ดีและไม่ดีโดยที่ผู้ขายไม่ได้คำนึงคุณภาพ
อเบอร์ดีนกำลังชี้ให้เห็นว่าหลักทรัพย์เหล่านี้จะมีคุณภาพสูงในปัจจุบันและให้ผลตอบแทนได้ถึงร้อยละ 14-18
มร.อัมสตัคบอกว่าราคาหุ้นกู้ภาคเอกชนบางตัวน่าสนใจมาก แม้ข้อเท็จจริงจะบอกว่ารายได้ของบริษัทมีแนวโน้มลดลงและระดับการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มสูงขึ้น การเทขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนบางกลุ่มในปี 2551 ทำให้ตลาดสินทรัพย์ที่แปลงเป็น หลักทรัพย์มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น
ยิ่งทำให้ปีนี้เป็นช่วงจังหวะเวลาที่หาหลักทรัพย์ที่ดีเพื่อการลงทุน และสัญญาณที่บ่งบอกให้รู้ว่าก่อนที่เศรษฐกิจจะดีขึ้นให้ ติดตามราคาของสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยบริษัทยังมองด้านดีในปีนี้ โดยเฉพาะการลงทุนระยะสั้นและระยะกลาง เพราะจากปีที่ผ่านมามีผลตอบแทนต่อปีของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลไทยสูงถึงร้อยละ 18.78 เมื่อเทียบกับปี 2550 มีผลตอบแทนร้อยละ 7.66
แต่ มร.อัมสตัคก็ได้ตั้งคำถามทิ้งไว้หลายหัวข้อที่จะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ในปี 2552 โดยให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์ต่างๆ อาทิ เมื่อใดและที่ระดับใดที่ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาจะไม่ตกลงอีก
เมื่อไรที่การปรับลดหนี้ (de-leverage) จะหยุดลงและเริ่ม มีการปล่อยกู้ใหม่ รวมถึงอัตราการว่างงานจะเพิ่มสูงขึ้นเท่าไหร่ และมีมาตรการคุ้มครองสินค้าที่ผลิตในประเทศหรือไม่
การช่วยเหลือของรัฐบาลจะสำเร็จหรือไม่ และถ้ารัฐบาลไม่สามารถทำได้จะเกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงหรือไม่และจะเกิดความ ล้มเหลวของค่าเงินตามมาหรือไม่
ส่วน มร.เอลส์ตันมองตลาดทุนในกลุ่มประเทศเอเชียจะมีความแข็งแกร่งกว่าประเทศตะวันตก แม้ว่าอัตราการส่งออกจะตกต่ำลงมากแต่อัตราการออมสูงและงบดุลรัฐบาลที่แข็งแรง ประกอบกับหนี้สินภาคเอกชนที่ไม่มากนักจะทำให้เศรษฐกิจของภูมิภาคฟื้นตัวได้เร็ว โดยภาพรวมตราสารทุนในเอเชียในปัจจุบันมีมูลค่าที่ดี เหมาะแก่การลงทุน ซึ่ง มร.เอลส์ตันบอกว่าโชคจะอยู่ข้างผู้กล้า ถ้ากล้าก็จะได้รางวัล
ส่วนประเทศไทยแม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะอ่อนตัวแต่เขาบอกว่ายังดีกว่าต่างประเทศ
วิธีการแนะนำการลงทุนของอเบอร์ดีนยังยึดหลักการบริหาร แบบเดิม คือเน้นให้นักลงทุนเลือกลงทุนในบริษัทที่มีสภาพคล่อง มีงบดุลที่ดีและลงทุนระยะยาวมากว่า 2-5 ปี และอเบอร์ดีนยืนยัน ที่จะไม่สนับสนุนให้ลงทุนระยะสั้นใน 1 ปี เพราะมองว่าการเคลื่อนไหวของหุ้นร้อยละ 62 คือ กระแส
การลงทุนในช่วงระยะเวลา 5 ปี ร้อยละ 82 คือผลการดำเนินการของธุรกิจ ซึ่งผู้บริหารทั้งสองยังได้ทิ้งท้ายบอกกับนักลงทุนไว้ว่าผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
เป็นนัยสำคัญเสมือนว่า อเบอร์ดีนกำลังบอกว่าให้คิดใหม่ ทำใหม่
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|