"บริษัท แอมเวย์ ประเทศไทย จำกัดขายตรงและรุนแรง"


นิตยสารผู้จัดการ( มกราคม 2531)



กลับสู่หน้าหลัก

แอมเวย์เป็นบริษัทขายตรงของสหรัฐฯ ที่มียอดขายเป็นอันดับสองของโลกรองจากเอวอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2502 โดยสองนักศึกษาที่ผลิตน้ำยาอเนกประสงค์ใช้ล้างรถและภาชนะอื่น ๆ ขึ้นมาแล้วไม่มีเวลาขายเอง จึงต้องจ้างคนอื่นมาขายให้โดยจ่ายค่าคอมมิชชั่นเป็นการตอบแทน กิจการเติบโตอย่างรวดเร็วจากยอดขาย 500,000 เหรียญในปีแรก ในปี 2529 แอมเวย์ทำยอดขายได้ถึง 1.2 พันล้านเหรียญ มีสินค้าอยู่เกือบ 400 ชนิด มีตัวแทนจำหน่ายกว่า 1 ล้านคนใน 40 กว่าประเทศ

แอมเวย์ประกาศว่าจะเข้ามาเมืองไทยราวต้นปี 2528 แล้วก็เงียบหายไปเกือบ 2 ปี จู่ ๆ เมื่อต้นปี 2530 ก็มีข่าวอีกครั้งว่ามาแน่ หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม 2530 แอมเวย์ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

เพียงเดือนเศษ ๆ ก็มีแถลงการณ์ของสมาคมขายตรงระบุว่า มีบริษัทจากต่างประเทศดึงตัวนักขายจากบริษัทต่าง ๆ ด้วยวิธีการที่ผิดจรรยาบรรณ และแสดงความเป็นห่วงผู้ที่ไปสมัครเป็นสมาชิกเพื่อขายสินค้าของบริษัทนั้นว่าอาจจะถูกหลอก แถลงการณ์นี้ไม่เห็นด้วยกับการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานขายในเมืองไทย

ถึงแม้จะไม่มีการพูดกันตรง ๆ ว่าหมายถึงใคร แต่ก็เป็นที่เข้าใจว่าคือ แอมเวย์

แอมเวย์ออกมาปฏิเสธเรื่องการดึงตัวนักขายจากที่อื่น และระบบของแอมเวย์คนที่จะเป็นสมาชิกเพื่อขายสินค้าของแอมเวย์ต้องได้รับการอุปถัมภ์จากสปอนเซอร์ สปอนเซอร์ก็คือคนที่เป็นสมาชิกมาก่อน และทำยอดขายได้ในขั้นที่แอมเวย์กำหนดไว้ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่แอมเวย์เข้ามาในเมืองไทย จึงยังไม่มีสปอนเซอร์ที่เป็นคนไทยต้องใช้สปอนเซอร์จากชาติอื่น ชาติที่เข้ามาคือมาเลเซีย เพราะแอมเวย์มีสาขาอยู่ที่นั่น สปอนเซอร์จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนเป็นคอมมิชชั่น 3% จากยอดขายของสมาชิกคนที่สปอนเซอร์รายนั้นให้การอุปถัมภ์และแนะนำวิธีการขาย โดยแอมเวย์ในมาเลเซียจะเป็นผู้จ่าย ส่วนค่าสมาชิก 500 บาทนั้นจะคืนให้เมื่อลาออกจากการเป็นสมาชิก และธุรกิจของแอมเวย์คือการขายสินค้าไม่ใช่มีรายได้จากค่าสมาชิก ทางแอมเวย์บอกว่าพยายามจะติดต่อพดคุยกับสมาคมขายตรงแต่ไม่ได้รับการสนองตอบ

เรื่องนี้อาจจะเป็นการตีกันแอมเวย์เอาไว้ก่อนก็ได้ เพราะการเข้าสู่ตลาดของยักษ์ใหญ่อย่างแอมเวยนั้นย่อมกระทบกระเทือนต่อบริษัทขายตรงที่มีอยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องบุคลากร ผลกระทบอีกอย่างหนึ่งก็คือ บริษัทที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเช่นลีเวอร์บราเธอร์หรือสหพัฒนพิบูล เพราะสินค้าที่แอมเวย์นำเข้ามาในระยะแรกนั้นเป็นสินค้าประเภทของใช้ในบ้านและของใช้ประจำตัว เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างรถ แชมพู สบู่ ผงซักฟอก เป็นต้น และด้วยระบบขายตรงที่มีแรงจูงใจสำหรับผู้ขายมากกว่ารวมทั้งการเข้าถึงตัวผู้บริโภคโดยตรง จะมีผลทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับแอมเวย์แน่ ทำให้ต้องเตรียมป้องกันตัวกันบ้าง วิธีใดก็คงไม่ดีไปกว่า ใช้ระบบขายตรงเข้าสู้กันทั้งลีเวอร์ฯ และสหพัฒน์ฯ ก็เตรียมตั้งทีมขายตรงเอาไว้แข่งกับแอมเวย์ในปีนี้แล้ว

เพียงสามเดือนหลังจากเริ่มดำเนินการ สามารถทำยอดขายได้ 61 ล้านบาท มีสมาชิกประมาณ 10,000 กว่าคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคใต้มีเกือบทุกจังหวัด เพราะมีสปอนเซอร์เข้ามาทางมาเลเซียมาหาสมาชิกเป็นจำนวนมาก



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.