ปี 2499 เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ 2 ประการ เกิดขึ้นกับครอบครัว
"จิราธิวัฒน์"
ประการแรก- เป็นปีที่ห้างเจ็งอันเต็ง วังบูรพา เปิดให้บริการเป็นครั้งแรก
และห้างแห่งนี้ได้ถือเป็นต้นแบบ ที่พัฒนากลายเป็นห้างเซ็นทรัลดีพาทเม้นท์สโตร์
ซึ่งเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักให้กับตระกูลนี้ต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน
ประการที่สอง- เป็นปีที่ครอบครัวจิราธิวัฒน์ ซึ่งขณะนั้นมีจำนวนเกือบ 30
ชีวิต ได้ย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านในซอยศาลาแดง ซึ่งถือเป็นที่พักอาศัยอย่างแท้จริงแห่งแรกของตระกูลนี้
ตระกูล "จิราธิวัฒน์" มีธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งที่ยึดถือกันมาตั้งแต่ยุคของเตียง
จิราธิวัฒน์ และยังปฏิบัติต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
คือ การอยู่รวมกันเป็นครอบครัว
แม้ว่าครอบครัวจะใหญ่ขึ้น จำเป็นต้องสร้างบ้านเพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องสร้างอยู่ในรั้วเดียวกัน
นับตั้งแต่เตียง และครอบครัว ขอย้ายออกจากการช่วยพ่อตาขายข้าวสาร ที่ร้านอั้นฟงเหลา
ท่าช้าง วังหน้า เพื่อมาลงทุนทำการค้าเป็นของตัวเอง ที่บางมด ในปี 2472 จนขยายกิจการต่อมาเป็นห้างเซ็นทรัลเทรดดิ้ง
ในตรอกโรงภาษีเก่า หน้าโรงเรียนอัสสัมชัญ
บ้านกับร้านขายของเป็นสถานที่เดียวกัน สำหรับคนในครอบครัวนี้
โดยกันชั้นล่างไว้เป็นร้านค้า ส่วนชั้นบนเป็นที่พักอาศัย
บ้านศาลาแดง จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งแยกความสำคัญของธุรกิจ ออกไปจากครอบครัว
และเพิ่มความสัมพันธ์ในครอบครัวให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เดิมบ้านศาลาแดงของตระกูลจิราธิวัฒน์ มีพื้นที่ 3 ไร่ เป็นที่ดิน ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่ตั้งสถานทูตออสเตรเลียมาก่อน
ต่อมาเมื่อครอบครัวใหญ่ขึ้น จึงได้มีการเจรจาขอซื้อ ที่ดินข้างเคียงทางด้านซ้ายมือ
ซึ่งเป็นของหม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา เพิ่มขึ้นมาอีก 3 ไร่
ส่วนพื้นที่ใกล้ๆ กัน ห่างออกไปทางขวามือของ ที่ดินแปลงนี้ เป็นบ้านของตระกูล
"สารสิน" ซึ่งก็ยังคงใช้เป็นที่พักอาศัยอยู่จนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบัน พื้นที่ของบ้านศาลาแดง จำนวน 6 ไร่ มีบ้านอยู่ประมาณ 9 หลัง หลังใหญ่ที่สุด
และเป็นบ้านหลังแรกของตระกูล เป็นที่พักอาศัยของวันชัย จิราธิวัฒน์
ธรรมเนียมการอยู่ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันนี้ ได้สืบทอดต่อมาถึงยุคของสัมฤทธิ์
ซึ่งค่อนข้างให้ความสำคัญมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงขั้นกำหนดไว้เป็นหลักการข้อแรกในการปกครองคน
ในครอบครัวคือ จิราธิวัฒน์ทุกคนจะต้องอยู่บ้านเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน
เล่นด้วยกัน เรียนด้วยกัน ทำงานด้วยกัน และนอนด้วยกัน เพื่อปูพื้นฐานให้ทุกคนรับรู้ว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน
ไม่เกิดการแบ่งแยกว่าเป็นพี่น้องต่างมารดา
ในยุคของสัมฤทธิ์ เขาพยายามให้น้องๆ ทุกคนที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ต้องกลับมาทานข้าวเย็น ที่บ้านอย่างพร้อมเพรียงกัน
เพื่อจะได้พูดคุยปรึกษาหารือในเรื่องต่างๆ ร่วมกัน
ภายหลังเมื่อน้องๆ ของเขาเริ่มมีครอบครัว บ้านศาลาแดงเริ่มคับแคบ เขาจึงต้องหาซื้อ ที่ดินเพิ่มเติม เพื่อเก็บไว้ปลูกบ้านเป็นหลังๆ
ให้น้องได้อยู่ในพื้นที่เดียวกันเหมือนที่ศาลาแดง
เขาซื้อที่ดินไว้หลายแปลง แต่ ที่ใช้เป็นที่พักอาศัยได้จริงๆ อยู่ในซอยพหลโยธิน
21 โดยสัมฤทธิ์ได้ย้ายไปสร้างบ้านพักอาศัยไว้เป็นของตนเอง
ต่อมาเมื่อบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา ได้สร้างคอนโดมิเนียมขึ้นบนถนนสาทร ก็มีพี่น้องส่วนหนึ่งย้ายเข้าไปอยู่ในคอนโดมิเนียมแห่งนี้
จนถึงทุกวันนี้ จิราธิวัฒน์ทุกคนยังคงยึดมั่นในธรรมเนียมการพักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน
แม้สัมฤทธิ์จะเสียชีวิตไปแล้ว
ยกเว้นบางคนที่เป็นผู้หญิง ซึ่งแต่งงานออกไปใช้ชีวิตอยู่กับสามี
แหล่งพักอาศัยของคนในตระกูลจิราธิวัฒน์ปัจจุบัน ซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นมาถึง
164 คน มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 4 จุด คือ ที่ศาลาแดง สาทรคอนโดมิเนียม บ้านในซอยพหลโยธิน
21 และ ที่โรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า
โดยมีจิราธิวัฒน์ รุ่นที่ 2 กระจายออกไปพักอาศัย เป็นพี่ใหญ่ตามบ้านต่างๆ
ทั้ง 4 จุด
บ้าน ที่ศาลาแดง ขณะนี้เป็นที่พักของวันชัย,สุทธิพร, สุทธิชัย,สุทธิชาติ
และสุทธิเดช
ที่สาทรคอนโดมิเนียม มีสุทธิธรรม, สุทธิลักษณ์ และสุทธิพันธ์ พักอยู่
บ้านในซอยพหลโยธิน 21 ซึ่งเคยเป็นบ้านของสัมฤทธิ์ ขณะนี้เป็นที่พักอาศัยของสุทธิศักดิ์
ส่วนสุทธิเกียรติ อาศัยอยู่ในโรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า
"ตอนนี้ ที่บ้านศาลาแดง มีจิราธิวัฒน์อยู่ 39 คน ที่คอนโดมี 43 คน
ส่วนที่พหลโยธิน 21 มีอยู่ 24 คน" สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ เลขาธิการ
Family Council ของตระกูลจิราธิวัฒน์ บอกกับ "ผู้จัดการ"
ครั้งหนึ่งพี่น้องในตระกูลจิราธิวัฒน์ เคยมีความคิด ที่จะรวมรุ่นลูกรุ่นหลานทั้งหมด
มาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และได้ซื้อ ที่ดินไว้แล้วในซอยลาซาล 105
ย่านบางนา จำนวน 80 ไร่
มีการวางแผนไว้ว่าจะใช้พื้นที่แปลงนี้ สร้างเป็นบ้านพักอาศัยสมบูรณ์แบบ
มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สำหรับครอบครัว
ทั้งโรงภาพยนตร์ สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส ดิสโก้เทค โรงพยาบาล และห้องสมุด
ให้พี่น้อง ที่มีอยู่ทั้งหมด 160 กว่าคนเข้ามาอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้
แต่ภายหลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นในปี 2540 โครงการนี้ จึงจำเป็นต้องชะลอโครงการไป
"ตอนนี้เราพักไว้ก่อน" สุทธิชาติกล่าวกับ
"ผู้จัดการ"