แบงก์กสิกรคาดดอกเบี้ยต่ำยาว1ปี เปิดบริการพิเศษรุกลูกค้ากลุ่มธุรกิจ


ผู้จัดการรายวัน(27 สิงหาคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

แบงก์กสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยแบงก์จะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องในอีก 1 ปีข้างหน้า แต่ต้องพิจารณาปัจจัยทั้งใน และต่างประเทศ พร้อมรุกลูกค้าบรรษัท ด้วยการเปิดตัว "ศูนย์ธุรกิจลูกค้าบรรษัท" เคาน์เตอร์พิเศษเป็นช่อง ทางด่วนสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ

นายสุรศักดิ์ ดุษฎีเมธา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการเงินและควบคุม ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK กล่าวถึง แนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยในระบบธนาคารพาณิชย์ ว่าขณะนี้มีสภาพคล่องส่วนเกินจากการเปิดเผยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีปริมาณ 1 ล้านล้านบาท หากรัฐบาลจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ได้สำเร็จจะทำให้สามารถดึงสภาพคล่องส่วนเกินออกไปได้ 2 แสนล้านบาท ทำให้สภาพคล่องส่วนเกินในระบบเหลืออยู่ประมาณ 8 แสนล้านบาท

ดังนั้นทิศทางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก จะยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นในระยะ 1 ปีข้างหน้า โดยน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับปัจจุบัน แต่ทั้งนี้การปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในช่วง 4 เดือนข้างหน้าหรือไม่ คงจะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยจากต่างประเทศ เช่น ตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ รวมทั้งต้องรอดูนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่จะส่งสัญญาณให้อัตราดอกเบี้ยไปในทิศทางใด

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้เปิดศูนย์ธุรกิจลูกค้าบรรษัท (Business Banking Center) เป็นธนาคารแรก เพื่อเป็นศูนย์รวมการให้บริการ สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจเท่านั้น ซึ่งจะเป็นช่องทางด่วนที่ให้บริการทางการเงินและคำปรึกษาอย่างสมบูรณ์ แบบ ณ จุดเดียว แบบ One-Stop-Service เช่น เปิดบัญชี ฝากถอน เงินสดและเช็คในปริมาณมากๆ การโอนเงิน Bahtnet บริการ Check Direct รายงานทางด้านบัญชี รวมไปถึงการให้บริการจ่ายเงินเดือนพนักงานผ่านธนาคาร

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ปัจจุบันการให้บริการหน้าเคาน์เตอร์สาขาของธนาคารมีปริมาณลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นตลอด ทำให้ในบางช่วงลูกค้าต้องต่อคิวในการใช้บริการ เป็นเวลานา ซึ่งจากการศึกษาพบว่า กลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มลูกค้าธุรกิจ มีลักษณะการใช้บริการที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มลูกค้าทั่วไปจะทำธุรกรรมเพียง 1-2 รายการ เช่น ฝากถอนเงิน ขณะที่กลุ่มลูกค้าธุรกิจจะทำธุรกรรมมากกว่า และมีความซับซ้อนมากกว่า จึงจำเป็นต้องมีพนักงานที่เชี่ยวชาญให้บริการเป็นพิเศษ

ด้านนายธีรนันท์ ศรีหงส์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้จัดตั้งศูนย์ธุรกิจลูกค้าบรรษัทในกทม. และปริมณฑลแล้ว 19 แห่ง ซึ่งจะอยู่ในย่านธุรกิจและในพื้นที่ที่มีกลุ่ม ลูกค้าธุรกิจและอุตสาหกรรมตั้งอยู่ และมีแผนที่จะขยายให้ครบ 26 แห่ง รวมทั้งการขยายให้บริการในส่วนภูมิภาคให้ครบทุกภาคที่ เชียงใหม่ นครราชสีมา หาดใหญ่ บางปะกง แหลมฉบัง และมาบตาพุด ภายในปีนี้

"ผลการวิจัยตลาดในเบื้องต้น พบว่า กลุ่มลูกค้าธุรกิจมากกว่า 50% จะเลือกใช้บริการที่ศูนย์นี้ เนื่อง จากปัจจัยความรวดเร็วของบริการ สถานที่เดินทางสะดวกและอยู่ใกล้ออฟฟิศ โดยลูกค้าสามารถนำราย การ ธุรกรรมการเงินที่จะทำฝากพนักงานให้ทำรายการให้ แล้วสามารถกลับมารับสำเนาคืนในภาย หลังได้ ทั้งนี้การเปิดศูนย์ธุรกิจลูก ค้าบรรษัท คาดว่าจะช่วยลดงานหน้าเคาน์เตอร์สาขาปกติลงได้ 20-30% ซึ่งจะทำให้ลูกค้าทั่วไปที่ใช้บริการที่สาขาของธนาคารได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้นด้วย"

ส่วนแผนงานในอนาคต ธนาคารมีโครงการรวมบริการด้านอื่นเข้าไว้ด้วยกันเพื่อความสะดวกในการใช้บริการของลูกค้ากลุ่มธุรกิจ เช่น บริการด้านสินเชื่อของกลุ่มลูก ค้าบรรษัท บริการด้านธุรกรรมระหว่างประเทศ บริการจัดการทางการเงิน (Cash Management) ซึ่ง ก็จะทำให้บริการในรูปแบบ One-Stop-Service ของศูนย์ธุรกิจลูก ค้าบรรษัทของธนาคารกสิกรไทยพัฒนาสู่มาตรฐานอีกระดับหนึ่ง



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.