|

อาร์เอสรื้อโมเดลธุรกิจหนัง ส่งหลานเฮียฮ้อคุมแก้ปัญหา
ผู้จัดการรายวัน(21 มกราคม 2552)
กลับสู่หน้าหลัก
อาร์เอส ส่ง “คมสันต์” คุมธุรกิจหนังค่ายอาวอง คู่สกาย ไฮ หวังลดปัญหา การทำงานชูแนวทางให้ผู้กำกับหนังนอกค่ายนำเสนอไอเดียได้ ยึดโมเดลเดียวกับค่ายหนังในฮอลลีวู้ด งัดแผนทำหนังปีนี้ 4-5 เรื่อง คาดรายได้ทะลุ 200 ล้านบาท
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2552 หลังจากที่บริษัทฯมีการปรับโครงสร้างภายในขึ้น ล่าสุดในส่วนของธุรกิจภาพยนตร์ ภายใต้ค่ายอาวอง ปีนี้ได้มีการแต่งตั้งให้นายคมสันต์ เชษฐโชติศักดิ์ ขึ้นมาดูแลค่ายดังกล่าวในตำแหน่งสูงสุด โดยนายคมสันต์ ยังคงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจภาพยนตร์ และยังดูแล สกาย-ไฮ ธุรกิจด้านคลื่นวิทยุควบคู่กันไปด้วย
นอกจากนี้บริษัทฯยังมีการปรับโมเดลธุรกิจนี้ใหม่ด้วย ให้เหมือนสตูดิโอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ใน ฮอลลีวู้ด ที่เป็นการซื้อโปรเจคหนังจากผู้กำกับหลากหลายคน และมุ่งเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ พร้อมจัดทำชิ้นงานวิจัย สำรวจความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อการชมภาพยนตร์ ว่าชื่นชอบภาพยนตร์แนวไหน สไตล์ใด เพื่อเป็นแนวทางให้บริษัทฯ สามารถผลิตผลงานคุณภาพ ให้ตรงใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างสูงสุด ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนการผลิตให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
อย่างไรก็ตามในส่วนของค่ายอาวองนั้น ที่ผ่านมา มี 3 ผู้บริหารที่ดูแลธุรกิจนี้ร่วมกันอยู่ คือ 1.นายพรชัย ว่องศรีอุดมพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการจัดจำหน่ายและบริหารสื่อ ณ โรงภาพยนตร์/สายงานภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) 2.นางจันทิมา เลียวศิริกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการการผลิต สายงานภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และ3.นายมณฑล อารยางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์การตลาด สายงานภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)
โดยการผลิตภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่ผ่านมาของ อาวอง จะต้องผ่านการตัดสินใจร่วมจากทั้ง 3 คนนี้ ดังนั้นทางอาร์เอสจึงได้แต่งตั้งให้นายคมสันต์ขึ้นมามีอำนาจการตัดสินใจสูงสุด เพื่อลดปัญหาต่างๆ เช่น การซ้ำซ้อนของการบริหารจัดการ ซึ่งที่ผ่านมาในค่ายหนังอาวอง ยังไม่เคยมีตำแหน่งสูงสุดเข้ามาดูแลแต่อย่างไร โดยนายคมสันต์ซึ่งเป็นหลานของนายสุรชัยจะเป็นคนแรกที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของอาวองในครั้งนี้
ล่าสุดในส่วนของแผนการผลิตภาพยนตร์ในปีนี้ บริษัทฯ เตรียมจะนำภาพยนตร์เข้าฉายในโรง 4-5 เรื่องซึ่งเป็นหนังที่บริษัทฯสร้างเองทั้งหมด ประกอบด้วยโปรแกรมแรกกับเรื่อง “โหดหน้าเหี่ยว” ที่จะเข้าฉายประมาณปลายเดือนมกราคม ตามมาด้วยเรื่อง “ ม.3 ปี 4 ” ซึ่งจะเข้าฉายประมาณเดือนมีนาคม 2552 , ภาพยนตร์เรื่อง “สุขใจ ” ที่จะเข้าฉายประมาณเดือนมิถุนายน และครึ่งปีหลังกับภาพยนตร์อีก 2-3 เรื่องที่กำลังอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด
“การปรับโครงสร้างธุรกิจภาพยนตร์ในครั้งนี้ถือเป็นส่วนที่จะเติมเต็มโมเดลธุรกิจของอาร์เอสให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเพื่อมุ่งสู่การเป็นเครือข่ายความบันเทิงที่สมบูรณ์แบบ หรือ The Entertainment Network ภายใต้นโยบายการบริหารสินทรัพย์ 360 องศารอบตัว และคาดว่าเมื่อจบปี 52 นี้ธุรกิจภาพยนตร์จะสามารถทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท คิดเป็น 8% ของรายได้รวมบริษัทฯ คิดเป็นอัตราเติบโต 57% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมรุกกลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจรในปีหน้า ทั้งเรื่องของแคมเปญการตลาด โปรโมชั่นต่างๆ รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบใหม่ๆของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง” นายสุรชัยกล่าวในที่สุด
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|