กานต์ คูนซ์ กับความฝันในอุดมการณ์


นิตยสารผู้จัดการ( พฤศจิกายน 2532)



กลับสู่หน้าหลัก

กานต์ คูนซ์ (KARL KUNZ) ฝรั่งอเมริกันครึ่งหนึ่งไทยครึ่งหนึ่งคนนี้หายหน้าหายตาไปจากวงการคอมพิวเตอร์อยู่นาน

ก่อนหน้านั้นทราบว่าเขาเป็นนักพัฒนาเกษตรที่บริษัทอดัมส์ อินเตอร์เนชั่นแนลไม่มีวันลืมในความสามารถ โดยเฉพาะผลงานการริเริ่มและพัฒนาโครงการเกษตรใบยาสูบพันธุ์ TURKISH ในภาคอีสานที่มีเกษตรกรเข้าร่วมในโครงการมากถึง 40,000 ครอบครัว

และด้วยเหตุที่มีเกษตรกรเข้าร่วมมากถึง 40,000 ครอบครัวนี้เอง ทำให้บัญชีต่างๆ ในโครงการต้องใช้คอมพิวเตอร์มาช่วย จากจุดนี้เองทำให้เขาหลงใหลกับเจ้าเครื่องสมองกลนี้เอามาก ๆ จนต้องขอเวลาไปเรียนคอมพิวเตอร์ต่อที่แคลิฟอร์เนียอีก 1 ปี

จบมาก็พอดี บริษัทอดัมส์ อยากเปิดธุรกิจคอมพิวเตอร์ ชื่อบริษัทแอคชั่น กานต์คูนช์ ก็ได้นั่งบริหารตามประสาคนกำลังร้อนวิชา

ยิ่งได้ขายยี่ห้อ AT&T ด้วยแล้ว กานต์ คูนช์ก็เลยพลอยสนุกไปกับมันอยู่นานถึง 5 ปีเต็ม ก็ออกมาอยู่กับธุรกิจเกษตรเหมือนเดิม

"ผมชอบในนโยบายของบริษัทกลุ่มแอดวาสตาร์ที่ไม่เอาเปรียบเกษตรกร ซึ่งสอดคล้องกับอุดมการณ์นักพัฒนาการที่ผมเคยทำมาก่อน" กานต์ คูนช์ เล่าให้ "ผู้จัดการ" ถึงที่มาเข้าร่วมกับบริษัทแห่งนี้

กานต์ คูนช์ ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทกลุ่มแอดวาสตาร์ ซึ่งทำธุรกิจอุตสาหกรรมสัตว์น้ำพวกกุ้งกุลาดำ มีฐานผลิตและแปรรูปกุ้งอยู่ที่อำเภอระโนด จ.สงขลา

เมื่อปลายปีที่แล้ว บริษัทแอดวาสตาร์ได้ลงทุนร่วมกับบริษัททราว อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตอาหารเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของยุโรป ในสัดส่วน 60 : 40 เหตุผลเพราะอุตสาหกรรมผาลิตกุ้งกุลาดำหัวใจความสำเร็จอยู่ที่การพยายามลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุดบนพื้นฐานคุณภาพกุ้งดีที่สุด และสิ่งหนึ่งที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายนี้ได้ก็อยู่ที่การให้อาหารกุ้งที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้ได้เนื้อกุ้งที่มีคุณภาพดีตามความต้องการของตลาด ซึ่งมองจากจุดนี้ บริษัททราว อินเตอร์เนชั่นแนล มีความรู้ความชำนาญและเทคโนโลยีการผลิตอาการกุ้งสูงพอที่จะมาเสริมช่วยให้เป้าหมายการผลิตกุ้งของบริาทบรรลุได้

"เกษตรกรที่ไม่มีความรู้ในการเลี้ยงกุ้งดีพอ ใช้อาหารกุ้งที่ไม่มีคุณภาพและปริมาณอาหารมาก สัดส่วนอาหารกุ้งต่อเนื้อกุ้งสูงถึง 4-5 : 1 กก. ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงกุ้งสูงมากเกินไป แม้หากปัจจัยด้านการตายของกุ้งไม่มาก (ซึ่งนับว่าโชคดี) แต่ราคากุ้งไม่มีความแน่นอน ความเสี่ยงจากการลงทุนจึงสูงมาก" แหล่งข่าวในกรมประมงให้ข้อสังเกตกับ "ผู้จัดการ"

บริษัทใหญ่ ๆ ที่ลงทุนในอุตสาหกรรมกุ้งกุลาดำครบวงจรอย่างแอดวาสตาร์ ซีพี และยูนิคอร์ด ต่างรู้ดีว่า การควบคุมต้นทุนการผลิตกุ้งให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม มีความเสี่ยงต่ำนั้น สัดส่วนในปริมาณอาหารต่อเนื้อกุ้งที่ได้ควรจะอยู่ใน 1.5-1.8 กก. ต่อ 1 กก.เท่านั้น

กานต์ คูนช์ ได้เล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟังว่า จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตกุ้งรุ่นแรกที่เลี้ยงในโครงการของบริษัทแอดควาสตาร์ ปรากฎว่าสามารถทำรายได้ให้เกษตรกรถึงครอบครัวละ 200,000 บาท เทียบจากเมื่อก่อนที่เกษตรกรลงทุนปลูกข้าวมีรายได้ครอบครัวละ 6,000 บาทเท่านั้น

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในโครงการของบริษัทแอควาสตาร์เกือบทั้งหมดเคยเป็นชาวนาปลูกข้าวที่ยากจนมาก่อน เมื่อแอควาสตาร์เข้าไปขายแนวคิด "เพื่อนร่วมพัฒนา" ในธุรกิจเลี้ยงกุ้งของบริษัทก็มีเกษตรกรละทิ้งจากการทำนาเข้ามาร่วมเลี้ยงกุ้งกับบริษัทร่วม 300 ครอบครัว

คำว่า "เพื่อนร่วมพัฒนา" เป็นแนวคิดทางอุดมการณ์ที่บริษัทถือเป็นนโยบายเลย คือบริษัทไม่ได้มองเกษตรกรเป็นลูกจ้างที่สามารถเข้าไปสูบเลือดสูบเนื้อเพื่อกำไรสูงสุดในธุรกิจของบริษัท แต่เป็นการมองเกษตรกรด้วยความหมายด้านการพัฒนาไปกับบริษัท คูนช์ยืนยันกับ "ผู้จัดการ" ว่าบริษัทไม่ต้องการที่ดิน่ของเกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการสักตารางนิ้วเดียว เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตทุกอย่างจากบริษัทไม่ว่าจะเป็นเงินลงทุนที่บริษัทจัดหามาจากธนาคารเอเชียให้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 11% อาหารกุ้งที่บริษัทผลิตได้ขายให้ราคาถูกกว่าตลาด ลูกกุ้งที่บริษัทเพาะเลี้ยงขึ้นมา เกษตรกรเพียงทำหน้าที่เป็นผู้เลี้ยงกุ้งภายใต้การฝึกฝนอบรมและควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญของบริษัท และเมื่อกุ้งเติบโตเต็มที่แล้ว บริษัทจะเป็นผู้จับกุ้งมาขาย โดยบริษัทรับซื้อในราคาที่สูงกว่าตลาดทั่วไปทั้งหมด และถ้าหากว่ากุ้งที่บริษัทขายออกต่างประเทศมีกำไร บริษัทจะนำมาแบ่งเฉลี่ยนส่วนหนึ่งของกำไรนั้นให้เกษตรกรที่ขายกุ้งให้บริษัทด้วย ซึ่งวิธีการเช่นนี้เหมือนกับการขายของกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตแอปเปิ้ลในรัฐวอชิงตันสหรัฐฯ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง บริษัทได้ตัดคนกลางออกจากตลาดทำให้บริษัทสามารถวางแผนราคารับซื้อได้ล่วงหน้า และนอกจากนี้ "บริษัทก็จะสามารถคาดการณ์คุณภาพและปริมาณกุ้งที่จะผลิตได้ล่วงหน้า ซึ่งมีความสำคัญมากต่อการทำตลาดกุ้งส่งออกของบริษัท" กานต์คูนช์ เลาถึงผลดีอีกจุดหนึ่งในโครงการให้ "ผู้จัดการ" ฟัง

ปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัทแอควาสตาร์เก็บเกี่ยวกุ้งได้ 160 ตัน คาดหมายว่าสิ้นปีนี้ คงเก็บเกี่ยวได้อีก 160 ตัน เป็น 320 ตัน ผลผลิตทั้งหมดนี้ส่งออก 100% และเมื่อเทียบกับผลผลิตรวมทั้งหมดประมาณปีละ 40,000 ตัน ส่วนแบ่งตลาดผลผลิตของบริษัทจะตกราว ๆ 1%

กานต์ คูนช์ กล่าวกับ "ผู้จัดการ" ว่า เกษตรกรลงทุนเลี้ยงกุ้งในโครงการของบริษัทบ่อละ 800,000 บาท แต่รายได้ที่ได้ปีละ 1,000,000 กว่าบาท มีกำไรตกเฉลี่ยประมาณ 200,000 บาทใน 4 ปี จะคุ้มทุนและปีที่ 5 เป็นต้นไป ไม่ต้องผ่อนชำระค่าบ่อกับธนาคารอีกต่อไป

เมื่อเกษตรกรมีกำไรและรายได้มากขึ้นอย่างมีหลักประกัน บริษัทอะควาสตาร์ซึ่งกล้าคิด กล้าทำ ธุรกิจเลี้ยงกุ้งครบวงจร โดยใช้ระบบ "เพื่อนร่วมพัฒนา" อย่างแท้จริง ก็จะเจริญก้าวหน้าไปพร้อม ๆ กับเกษตรกรด้วย

วันนี้ กานต์ คูนช์ มีความสุขมากกับงานที่ทำอยู่เขาเคยยืนยันกับ "ผู้จัดการ" ว่า โดยแท้จริงตัวเขารักงานเกษตร และอยากใช้ชีวิตอยู่กับงานเกษตร เขาทำธุรกิจโดยใช้นโยบายว่า เมื่อเกษตรกรสมาชิกมีกำไร และสำเร็จในอาชีพบริษัทจะสำเร็จตามไปด้วย

"มันเป็นการลดช่องว่างความรวยความจนที่เป็นรูปธรรมและเป็นไปได้มากที่สุด" เขากล่าวกับ "ผู้จัดการ" ถึงอุดมการณ์และนโยบายที่บริษัทอะควาสตาร์ทำอยู่ว่ามีผลต่อการพัฒนาชนบทไทยอย่างแท้จริง ไม่ใช่มีแต่ลมปาก



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.