Yes We Can! President-elect Barack Obama

โดย มานิตา เข็มทอง
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( ธันวาคม 2551)



กลับสู่หน้าหลัก

ตามกำหนดการ วันอังคารที่ 20 มกราคม 2009 ที่จะถึงนี้จะเป็นวันที่บารัค โอบามา (Barack Obama) เข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 44 ที่ชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย และหน้าประวัติศาสตร์อเมริกันต้องจารึกไว้ว่า เขาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่มีเชื้อสายเป็นแอฟริกัน-อเมริกัน

โอบามาและทีมใช้กลยุทธ์ที่คู่แข่งรายอื่นไม่ให้ความสำคัญเท่ากับพวกเขา ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ผนวกกับทักษะการจัดการแบบดั้งเดิม ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มรากหญ้าที่มีความตื่นตัวในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยคนกลุ่มนี้เป็นแรงจักรสำคัญในการช่วยหาเสียง และหารายได้เพื่อใช้ในแคมเปญ ทุกคนทำงานด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของสีผิว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก แต่พวกเขาก็สามารถใช้กลวิธีโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้มีความสะดวกใจในการเปิดรับประธานาธิบดีและครอบครัวที่มีเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน เข้าสู่ทำเนียบขาวได้สำเร็จ

โอบามา มีวาทศิลป์ในการโน้มน้าวความเชื่อมั่นของประชาชน จากฝีปากที่คมคาย เฉียบขาด ตรงไปตรงมา ผนวกกับข้อมูลที่เพียบแน่น ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของสื่อ อันทำให้งานของเขายิ่งง่ายขึ้น เขางัดแผนการลดภาษีสำหรับกลุ่มชนชั้นกลางมาเป็นข้อจูงใจคนกลุ่มนี้ เพราะเท่าที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้ไม่ได้รับการใส่ใจจากรัฐบาลและจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่สั่นคลอนเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้คนยิ่งหมดหวังจากการบริหารประเทศของพรรครีพับลิกันที่ล้มเหลว และต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างที่สุด เพื่ออนาคตของลูกหลานที่ดีกว่า

Associate Press (AP) และสถานีโทรทัศน์ผู้เสนอข่าวหลักของสหรัฐฯ ร่วมมือกันสำรวจผู้ที่มาใช้สิทธิในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2008 จำนวน 17,856 คน พบว่า แคมเปญการหาเสียงของ Obama ชนะใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งหนุ่มสาวที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี โดยสูงถึง 66% นับเป็นสถิติที่มากเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ จอห์น แมคเคน ได้เสียงจากคนกลุ่มนี้เพียง 31% รวมถึงผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเป็นครั้งแรกด้วย คืออายุ 18 ปี ที่มีจำนวนมากถึง 68% ที่ลงคะแนนให้โอบามา ขณะที่ 31% โหวตให้แมคเคน

แคมเปญการหาเสียงของ Obama ชนะใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ใช่คนขาว ซึ่งได้แก่ คนผิวดำ เชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน (African-American) ที่โหวตให้เขาสูงถึง 95% นับเป็นการออกมาใช้เสียงมากเป็นประวัติการณ์ของคนกลุ่มนี้ ซึ่งปกติสังกัดพรรคเดโมแครตอยู่แล้ว และมีเพียง 4% โหวตให้แมคเคน นอกจากนี้ ยังมีคนเชื้อสายสเปน (Hispanic) และเชื้อชาติอื่นๆ อีกส่วนหนึ่งที่ลงคะแนนให้โอบามาด้วย

แคมเปญการหาเสียงของ Obama ชนะใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพศหญิง โดย 56% โหวตให้เขา นับว่าคะแนนเสียงจากเพศหญิงเป็นกุญแจสำคัญอีกดอกหนึ่งที่ทำให้พรรคเดโมแครตชนะในครั้งนี้

ประชาชนที่ออกมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับประเด็นเศรษฐกิจที่กำลังปะทุเป็นหลัก ซึ่งโอบามาให้นโยบายการจัดการที่ชัดเจนต่อวิกฤติการณ์เศรษฐกิจกว่าฝ่ายตรงข้าม โอบามา ชนะใจหนุ่มสาวรุ่นใหม่ เขาเปรียบเสมือน Role Model ยิ่งกว่าซุปเปอร์สตาร์ แคมเปญการเลือกตั้งครั้งนี้ของโอบามาแห่งพรรคเดโมแครต นับเป็นแคมเปญที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี และมีวินัยเป็นเลิศ มุ่งเน้น ตรงประเด็น ยิ่งกว่านั้น การที่มี โจ ไบเด้น (Joe Biden) ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในการเมืองสหรัฐฯ และเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก มาเป็นว่าที่รองประธานาธิบดีของเขา ทำให้แคมเปญของเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

โอบามาและทีมเข้าใจและใช้ประโยชน์จากพลังของอินเทอร์เน็ต เพื่อเข้าถึงประชาชนทุกเพศทุกวัย ด้วยการสร้างเว็บไซต์ Change.gov ที่อัพเดท รายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ ของเขาและทีมงาน รวมทั้งมี Blog และพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ และเล่าเรื่องราวประสบการณ์สู่กันและกัน เป็นความใกล้ชิดระหว่างระดับผู้บริหารประเทศและประชาชนที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ นอกจากนี้ โอบามาจะพูดคุยผ่านวิทยุสัปดาห์ละครั้ง (The Weekly Democratic Radio) และถ่ายทอดเทปผ่าน youtube.com อีกด้วย

แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกหลายวัน ก่อนที่โอบามาและไบเด้นจะเข้ามาเริ่มงานในทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการ แต่พวกเขามีระเบียบวาระสำคัญที่อเมริกาจำเป็นต้องปฏิรูปอย่างเร่งด่วน (The Obama-Biden Plan) เข้าแถวยาวเหยียดรอการปฏิบัติการ เริ่มจากประเด็นที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่

1. การทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ฟื้นคืนชีพ ด้วยการสร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่อเมริกัน ช่วยเหลือเจ้าของบ้านที่กำลังมีปัญหาในการจ่ายหนี้ แทนการให้ผู้กู้ที่โลภมาก และพยายามทุกวิถีทางในการกู้วิกฤติเศรษฐกิจให้

2. การสิ้นสุดสงครามในอิรัก

3. การจัดการเฮลท์แคร์ให้กับประชากรทุกคน

4. การปกป้องอเมริกาให้เป็นชาติที่ปลอดภัยและมั่นคงกว่าที่เป็นอยู่ในอดีต

5. การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการเป็นผู้นำของอเมริกาในเวทีโลก

ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่สามารถพลิกเปลี่ยนกันได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่างทั้งภายนอกและภายใน และความร่วมมือจากทุกฝ่าย แม้แต่จากพรรครีพับริกันเอง ปีหน้าจะเป็นปีเริ่มต้นแห่งการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ต้องเกาะติดสถานการณ์...

ขอส่งท้ายปีเก่ากันด้วยการนับถอยหลัง...สู่การต้อนรับและติดตามผลงานของประธานาธิบดี บารัค โอบามา รองประธานาธิบดี โจ ไบเด้น และทีมงาน ในฐานะผู้ที่จะเข้ามาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่สหรัฐอเมริกาและเวทีโลก


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.