|

GM เปิดแผนฝ่าวิกฤตฟรีก๊อบปี้-พ็อกเก็ตบุ๊ก สร้างแบรนด์ต่อยอด
ผู้จัดการรายสัปดาห์(17 พฤศจิกายน 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
จีเอ็ม มัลติมีเดีย ปรับทัพรับวิกฤตเศรษฐกิจ เตรียมเสริมแนวรบรอบด้าน ทั้งเปิดหัวหนังสือใหม่ในแบบฟรีก๊อบปี้ และ พ็อกเก็ตบุ๊ก พร้อมจัดหน่วยธุรกิจใหม่ดูแลอีเวนต์โดยเฉพาะ หลังพบเม็ดเงินไหลเข้ามามากกว่าค่าโฆษณา ด้านนิตยสารในเครือที่ยังทรงตัวจะมีการนำความแข็งแกร่งของแบรนด์จีเอ็มเข้ามาช่วยดูแล คาดผลจากการรุกตลาดจะส่งให้เป้าที่วางไว้ 250 ล้านไม่ไกลเกินฝัน
ความตกต่ำของตลาดนิตยสารในรอบกว่าปีที่ผ่านมา นำหน้าความตกต่ำของสื่อประเภทอื่นจากพฤติกรรมการบริโภคสื่อของคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเปลี่ยนไป และเมื่อปะทะเข้ากับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ และการเมืองตลอดปีนี้ จึงทำให้ตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาที่ไหลเข้ามายังสื่อนิตยสารนั้นดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง จากตัวเลข 8 เดือนแรกของปีนี้ พบว่าสื่อนิตยสารมีมูลค่า 3,732 ล้านบาท ลดลง 4.21% เมื่อเทียบกับ 8 เดือนแรกของปีก่อนที่มีมูลค่าราว 3,896 ล้านบาท
สภาพที่เกิดขึ้นในตลาดนิตยสารนี้ทำให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในแวดวงนิตยสารต่างต้องหาวิธีการออกมารับมือ และหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจนิตยสารที่น่าจับตามอง จากประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน ก็คือค่าย จีเอ็ม มัลติมีเดีย เจ้าของแบรนด์นิตยสารที่รู้จักกันดีอย่าง GM
ปกรณ์ พงศ์วราภา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัทจีเอ็ม มัลติมีเดีย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า สภาพเศรษฐกิจที่หดตัวอยู่ในขณะนี้ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อจีเอ็ม เนื่องจากว่าพฤติกรรมของลูกค้าหรือเอเยนซี นั้นปรับตัวไปในทางที่เจาะเข้าหานิตยสารแบบเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ซึ่งในส่วนของจีเอ็ม มีนิตยสารที่แบ่งเนื้อหาตามกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะลงโฆษณา นอกจากนั้นแล้วในแง่ของชื่อเสียงของแบรนด์ก็ถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของนิตยสารในเมืองไทย ดังนั้นหากเอเยนซีหรือลูกค้าจะลงโฆษณาก็ต้องเลือกลงกับนิตยสารใน3 อันดับแรกๆมากกว่า
"ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ธุรกิจจะยังคงขับเคลื่อนไปได้ เพียงแต่ว่าอาจจะเหนื่อยมากขึ้น แต่เราก็เชื่อมั่นว่านิตยสารที่อยู่ในกลุ่ม TOP 3 จะไม่โดนผลกระทบเรื่องโฆษณา เพราะเมื่อหันไปดูผู้ประกอบการรายใหญ่อี่นๆ รายได้ก็ไม่ตกลงแต่อย่างไร โดยผลกระทบน่าจะตกไปที่นิตยสารรายเล็กที่คาดว่าจะมีการปิดตัวอีกหลายเล่ม " ปกรณ์ กล่าว
ปัจจุบันจีเอ็ม มีนิตยสารจำนวน 8 หัว แบ่งออกเป็นนิตยสารทั่วไป 6 เล่มและฟรีก๊อบปี้อีก 2 เล่มซึ่งนิตยสารที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดคือ GM คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 45 - 50 %, รองลงมาคือ Home & D?cor คิดเป็นสัดส่วน 25 % อันดับสาม Mother & Care คิดเป็นสัดส่วน 20 % ขณะที่ความนิยมของฟรีก๊อบปี้ ซึ่งประกอบด้วย 247 และ Women Plus ได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนนิตยสารเล่มอื่นๆ อาทิ GM Car, GM Watch, GM 2000 นั้นผลการดำเนินงานค่อนข้างทรงตัว
ด้านภาพรวมของตลาดนิตยสารในปีหน้า ปกรณ์ กล่าวว่าตลาดจะไม่แตกต่างจากปีนี้สักเท่าไรโดยค่ายใหญ่ๆ ยังคงรักษาตัวรอดและยังคงเติบโต แต่ค่ายเล็กอาจจะรายได้ตก หรืออาจจะถึงปิดตัว คาดว่าปีหน้าภาพรวมตัวเลขการเติบโตคงตกมาอีกประมาณ 10 % ในส่วนของการแนะนำหนังสือใหม่เข้าสู่ตลาดจะลดลงรวมไปถึงหัวนอกก็จะลดลง เพราะมีการนำเข้ามาเปิดเป็นจำนวนมากแล้ว ดังนั้นเมื่อมองส่วนที่เหลือก็เหลือเพียงน้อยแต่ในส่วนของจีเอ็มฯ เองในปีหน้าคาดว่าจะเติบโต 10 % หรือคิดเป็นรายได้ราว 250 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งมาจากนิตยสารที่เคยได้รับความนิยมอยู่แล้ว รวมไปถึงการส่งฟรีก๊อบปี้เล่มใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดในปีหน้าอีก 4 เล่ม
"เมื่อคนไม่ซื้อหนังสือ เราก็คงต้องทำแจก และนี่คือที่มาของฟรีก๊อบปี้ที่จีเอ็มฯ ได้จัดทำออกมา 2 เล่มด้วยกัน แต่การรุกตลาดนี้มิใช่ใครก็สามารถทำได้ จำเป็นต้องเป็นค่ายใหญ่ที่สามารถแบกรับภาระขาดทุน อย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี โดยกุญแจของความสำเร็จที่จีเอ็มฯ มองว่าสำคัญที่สุดสำหรับการทำฟรีก๊อบปี้คือ ช่องทางการวางหนังสือ ปัจจุบันจีเอ็มฯ มีการกระจายจุดวางหลายแห่งด้วยกัน แต่ที่เป็นหลักคือร้านสตาร์บัค "ปกรณ์กล่าว
สำหรับฟรีก๊อบปี้ที่จะเปิดตัว 4 เล่มนั้น เบื้องต้นจะทำการเปิดตัวเล่มแรกในเดือนกุมภาพันธ์ และอีกหนึ่งเล่มในเดือนมีนาคม โดยจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของผู้ชาย เนื่องจากในตลาดนิตยสารผู้ชายนั้นยังคงมีช่องว่างให้เจาะอีกมาก นอกจากนั้นแล้วรายได้อีกส่วนหนึ่งจะมาจากกลุ่มพ็อกเก็ตบุ้คที่จะทำการผลิตออกมา อาทิ จีเอ็มคาเฟ่,ท่องเที่ยวกับโตมร ศุภปรีชา, เข็นธรรมะขึ้นภูเขากับว.วชิรเมธี และหนังสือจากต่างประเทศ อาทิ เรื่องราวของบารัค โอบามา
โดยในส่วนพ็อกเก็ตบุ๊กนั้น จีเอ็ม วางแผนการที่จะเปิดตัวหนังสือเดือนละ 2 เล่ม หรือปีละ 24 เล่ม ซึ่งสาเหตุที่รุกตลาดนี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่กว้าง และมีความต้องการของตลาดสูง อย่างไรก็ตามจีเอ็ม มีแผนการที่จะ รุกตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าการปล่อยหนังสือออกมาจำนวนมาก เนื่องจากกังวลเรื่องปัญหาสต๊อก อีกทั้งความกว้างของตลาดนี้ก็อาจจะเป็นอุปสรรคได้ เพราะในตลาดก็จะมีหนังสือออกมามากเช่นกัน ดังนั้นจีเอ็ม จึงตระหนักไปถึงการวางโพสิชั่นให้ชัดเจนกับตัวหนังสือ มีการสร้างบุคลิกให้กับพ็อกเก็ตบุ๊ก ซึ่งหากสามารถสร้างตัวเองให้เป็นรู้จักแล้ว ก็จะเชื่อมโยงไปสู่การขายคอนเทนต์ของแบรนด์จีเอ็มได้ในอนาคต
นอกเหนือจากการรุกเปิดหัวหนังสือใหม่และลุยตลาดพ็อกเก็ตบุ๊กแล้ว จีเอ็มฯ ยังเพิ่มช่องทางรายได้จากธุรกิจอีเวนต์ ซึ่งถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้สูง โดยมีการจัดตั้งหน่วยธุรกิจที่ดูแลอีเวนต์โดยเฉพาะเข้ามาดูแล ซึ่งอีเวนต์ที่จีเอ็มฯ จัดขึ้นเป็นประจำและประสบความสำเร็จคือ การจัดงานMother & Care Festivalโดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการจัดขึ้นมาเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของนิตยสาร Mother & Care ซึ่งเป็นนิตยสารที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการดูแลลูกของคุณแม่ ตัวหนังสือวางโพสิชั่นไว้ที่การเป็นเสมือนคู่มือเลี้ยงลูกของแม่สมัยใหม่
โดยผลการตอบรับของนิตยสารเล่มนี้ถือได้ว่าเติบโตอย่างรวดเร็ว จากที่เปิดตัวสู่ตลาดในปี 2548 และมีอัตราการเติบโตเพียงแค่ 5.2 % แต่พอมาถึงปี 2551 ผ่านมาแล้ว 9 เดือนสามารถทำอัตราการเติบโตได้กว่า 21 - 22 % ซึ่งแนวโน้มการตอบรับที่ดีของนิตยสารเล่มนี้ ทำให้จีเอ็มฯ เล็งเห็นช่องทางการสร้างรายได้ และทำการขยายฐานเพื่อสร้างแบรนด์ด้วยการจัดอีเวนต์ งาน Mother & Care Festival จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ได้เริ่มทำแบบจริงจังในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำแบรนด์ Mother & Care ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งภายในงานจะประกอบไปด้วยกิจกรรมสำหรับลูกน้อย การให้ความรู้จากคุณหมอผ่านการเสวนา การให้เคล็ดลับต่างๆที่จะส่งเสริมทักษะให้กับเด็ก การสอนวิธีให้คุณพ่อและคุณแม่ให้เป็นมืออาชีพ นอกจากนั้นแล้วยังมีสินค้าสำหรับเด็กให้เลือกชมและช้อป ซึ่งการจัดงานในแต่ละครั้งนั้นได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งลูกค้าและผู้เข้าร่วมงาน โดยในปีที่ผ่านมารายได้รวมของ นิตยสาร Mother & Care ที่มีกว่า 50 ล้านบาท เมื่อแบ่งออกมาจะพบว่ามาจากอีเวนต์กว่า 20 ล้านบาท
นอกจากการขยายไปสู่อีเวนต์แล้ว แผนงานของ Mother & Care ยังเตรียมออกหนังสือเฉพาะกิจ อาทิ คู่มือเพื่อคุณแม่ ซึ่งจะมีนักเขียนเป็นคุณหมอ หรือจะเป็นการออกหนังสือเกี่ยวกับคู่มืออาหารสำหรับลูกน้อย โดยคาดว่าจะทำการเปิดตัวหนังสือเฉพาะกิจจำนวน 4 เล่มภายในงาน Mother & Care festival 2008 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22-23 พฤศจิกายนนี้ที่ลานน้ำพุ ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|