ผลงานQ3'TU-PF'กำไรแค่ล้านเศษ


ผู้จัดการรายวัน(14 พฤศจิกายน 2551)



กลับสู่หน้าหลัก

"TU-PF" กำไรทรุดต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศกำไรไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน เพียงล้านเศษเท่านั้น ด้าน "ไอเอ็นจี" แจง เป็นผลจากการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าสิทธิการเช่ากว่า 8 ร้อยล้านบาท ฉุดเงินลงทุนในพันธบัตรและตั๋วเงินคลังลดลง ทำรายได้หาย คาดผู้ถือหน่วยอดรับปันผลเช่นเคย ด้านบลจ.วรรณ เผย "BKKCP" กำไรสุทธิกว่า 68 ล้าน ล่าสุด จ่ายปันผลในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.18 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด ได้รายงานผลการดำเนินงานของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) ภายใต้การบริหารทั้งหมดจำนวน 6 กองทุน ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที ยู โดม เรสซิเดนท์เชียล คอมเพล็กซ์ (TU-PF) ซึ่งมีปัญหาเรื่องของสินทรัพย์ที่ก่อสร้างล่าช้า เป็นกองทุนที่ผลการดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และจากการรายงานผลการดำเนินงานล่าสุด กองทุนมีกำไรสุทธิเพียง 1.005 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3.063 ล้านบาท ในขณะที่งวด 9 เดือน กองทุนมีกำไร 1.373 ล้านบาท ลดลงจากกำไรสุทธิ 18.840 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของที่แล้วเช่นกัน

โดยการที่ผลการดำเนินงานกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที ยู โดม เรสซิเดนท์เชียล คอมเพล็กซ์ ประจำไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนที่เปลี่ยนแปลงลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 67.19% และ 92.57% ตามลำดับนั้น เป็นผลมาจากงวดสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551 กองทุนได้จ่ายเงินล่วงหน้าค่าสิทธิการเช่าเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 800.19 ล้านบาท และเพื่อเป็นการตอบแทนการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าสิทธิการเช่าดังกล่าว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มอบรายได้ค่าเช่าสุทธิจากหอพักอาคารที ยู โดม ให้แก่กองทุนเป็นจำนวน 3.9 ล้านบาทให้แก่กองทุน ผลจากการจ่ายเงินล่วงหน้าดังกล่าวนี้ ทำให้เงินลงทุนในพันธบัตรและตั๋วเงินคลังของกองทุนลดลง และส่งผลให้รายได้จากดอกเบี้ยจากเงินลงทุนของกองทุนลดลงจาก 6.44 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปีก่อน เหลือ 0.46 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2551 นี้ ในขณะที่งวด 9 เดือนลดลงจาก 30.93 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 7.87 ล้านบาทในปีนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการขาดทุนต่อเนื่องของกองทุนดังกล่าว ทำให้ผู้ถือหน่วยกองทุนจะยังไม่ได้รับเงินปันผลจากกองทุนดังกล่าว ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา กองทุนได้งดจ่ายปันผลไปแล้วถึง 2 ครั้ง นั้นเพราะผลการดำเนินงานของกองทุนขาดทุนต่อเนื่อง ทั้งนี้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที ยู โดม เรสซิเดนท์เชียล คอมเพล็กซ์ มีนโยบายลงทุนในหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งรูปแบบของกองทุนนี้ จัดตั้งขึ้นทั้งๆ ที่สินทรัพย์นั่นคือ หอพัก ยังดำเนินการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งบลจ.ไอเอ็นจี ได้นำเงินลงทุนไปลงทุนในตราสารหนี้แทน

ส่วนผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ประกอบด้วย กองทุนรวมรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยอินดัสเตรียล 1 (TIF1) มีกำไรสุทธิประจำไตรมาสที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551 อยู่ที่ 13.675 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 18.482 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือน กองทุนมีกำไรสุทธิ 28.897 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 32.111 ล้านบาท

โดยสาเหตุที่กองทุนมีกำไรสุทธิประจำไตรมาสที่ 2 ลดลง 26.01% เนื่องมาจากในไตรมาส 2 ปี 2551 นี้ กองทุนมีรายได้ค่าเช่าและบริการลดลงในอัตราร้อยละ 17.26 เนื่องจากมีจำนวนผู้เช่าลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมมียอดเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.96 เนื่องจากกองทุนต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอันเป็นผลมาจากผู้เช่ามีการทำสัญญาเช่าระยะสั้นเพิ่มขึ้น

สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์ (MJLF) 48.854 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 51.218 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือนกองทุนมีกำไรสุทธิ 147.547 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 51.22 ล้านบาท ซึ่งการที่ผลการดำเนินงานในรอบนี้ เปลี่ยนแปลงถึง 188.08% นั้น เนื่องจากระยะเวลาการดำเนินการของงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551 นั้น เป็นระยะเวลาที่ครบ 9 เดือนเต็ม ในขณะที่ระยะเวลาการดำเนินการของปีก่อนนั้นมีระยะเวลาดำเนินการเพียงประมาณ 3 เดือนและ 5 วัน เนื่องจากกองทุนได้จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 26มิถุนายน 2550 ซึ่งจำนวนวันของงวด 9 เดือนสิ้นสุด 30 กันยายน 2551 ที่มากกว่านั้นมีผลต่อรายได้ค่าเช่าและบริการและรายได้ดอกเบี้ยของกองทุนซึ่งคิดตามระยะเวลาทำให้กองทุนมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 78.04 ล้านบาท เป็น 228.31 ล้านบาท

นอกจากนี้ กองทุนมีรายจ่ายรวมเพิ่มขึ้นจาก 51.22 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 147.23 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งมีผลเนื่องมาจากจำนวนวันที่มากกว่าดังกล่าว

ขณะที่ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ฟิวเจอร์พาร์ค (FUTUREPF) ประจำไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2551 กองทุนมีกำไรสุทธิ 164.577 ล้านบาท เพื่อขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 130.55 ล้านบาท ในขณะนี้ที่งวด 9 เดือน กองทุนมีกำไรสุทธิ 452.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิ 449.942 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้ กองทุนมีรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 164.24 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 166.59 ล้านบาทในปีนี้และในขณะเดียวกันกองทุนมีรายจ่ายรวมลดลงจาก 56.56 ล้านบาทในปีก่อนเป็น 31.97 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกองทุน

นอกจากนี้ กองทุนมีการว่าจ้างผู้ประเมินราคาอิสระให้ทำการประเมินมูลค่าเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกองทุนได้ปรับมูลค่าเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และได้รับรู้กำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้นใน ไตรมาส 3 ปี 2551 เป็นจำนวน 29.96 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 7.09 ล้านบาท

ส่วนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บ้านแสนสิริ (SIRIPF) ประจำงวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 15.825 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากกำไรสุทธิ 15.945 ล้านบาทของงวดเดียวของปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิงวด 9 เดือนอยู่ที่ 85.326 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดือนกันของปีที่แล้วซึ่งมีกำไรสุทธิ 67.963 ล้านบาท ทั้งนี้ สาเหตุที่กองทุนมีกำไรเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 25.55% นั้น เนื่องมาจากกองทุนมีการว่าจ้างผู้ประเมินราคาอิสระให้ทำการสอบทานการประเมินมูลค่าเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในเดือนมิถุนายน 2551 ซึ่งมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนได้ลงทุนไว้มีมูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้น จาก 878.00 ล้านบาทเป็น 915.72 ล้านบาท และบริษัทได้รับรู้กำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจำนวน 37.72 ล้านบาทในเดือนมิถุนายน 2551 นี้

สำหรับกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ ฮอสพิทอลลิตี้ (QHOP) มีกำไรสุทธิไตรมาส 3 ทั้งสิ้น 48.623 ล้านบาท ส่วนกำไรสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2551 ถึง 30 กันยายน 2551 อยู่ที่ 92.865 ล้านบาท

วรรณปันผลBKKCPหน่วยละ0.18บาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) วรรณ จำกัด รายงานผลการดำเนินงานกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก (BKKCP)ว่า กองทุนมีกำไรสุทธิ 68.847 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 33.084 ล้านบาท ในขณะที่ผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือน กองทุนมีกำไรสุทธิ 106.433 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิ 62.367 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บลจ.วรรณ ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์บางกอก มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของกองทุน จากกำไรสุทธิของผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2551 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.18 บาท โดยบริษัทฯ กำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 18 ธันวาคม 2551 และกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา 12.00 น.


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.