|

เดอะพิซซ่า-สเวนเซ่นส์ลดเงื่อนไขรับศก.ถดถอยโหมแฟรนไชส์ตลาดภูธร
ผู้จัดการรายวัน(10 ตุลาคม 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
ไมเนอร์ฟู้ดกรุ๊ป รับมือวิกฤติเศรษฐกิจ ปรับลดเงื่อนไขลงทุนแฟรนไชส์ เดอะพิซซ่าคอมปะนีและไอศกรีมสเวนเซ่นส์ มุ่งหน้าตลาดภูธรจังหวัดขนาดกลางและเล็ก
นายอรรถ ประคุณหังสิต ผู้จัดการทั่วไปธุรกิจแฟรนไชส์ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางและนโยบายการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์แบรนด์เดอะพิซซ่า คอมปะนี และไอศกรีมสเวนเซ่นส์ ว่า บริษัทได้ปรับลดเงื่อนไขการขายแฟรนไชส์สำหรับ 2 แบรนด์ดังกล่าว เพื่อให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจ เป็นการกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์สำหรับผู้สนใจมากขึ้น ท่ามกลางภาวะปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอกประเทศที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจถดถอยเวลานี้
โดยแบรนด์เดอะพิซซ่าคอมปะนี ลดวงเงินลงทุนเหลือ 11-12 ล้านบาท จากเดิม 14-15 ล้านบาทต่อสาขา ขณะที่ร้านสเวนเซ่นส์ ลงทุนเหลือ 5-6 ล้านบาท จากเดิม 7 ล้านบาท รวมทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบดีไซน์ ขนาดพื้นที่ร้าน และต้นทุนต่างๆให้เหมาะสมด้วย
ทั้งนี้แผนการเปิดสาขาใหม่ของเดอะพิซซ่าคอมปะนี ช่วง 3 เดือนท้ายปีนี้ จะเปิดอีก 3 แห่ง ซึ่งจะทำให้ภายในสิ้นปีนี้มีสาขารวม 49 แห่ง แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 17 แห่ง ต่างจังหวัด 32 แห่ง ส่วนร้านสเวนเซ่นส์ จะเปิดอีกอย่างต่ำ 2 สาขา ส่งผลให้ถึงสิ้นปีนี้มีร้านสเวนเซ่นส์รวม 95 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 40 แห่ง ต่างจังหวัด 55 แห่ง ซึ่งในปีหน้าคาดว่าจะมีร้านของแฟรนไชส์เปิดเพิ่มอย่างต่ำ แบรนด์ละ 10 แห่ง ซึ่งในส่วนของร้านสเวนเซ่นส์มีผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์มากกว่า 40 รายแล้ว
“บริษัทฯยังคงมุ่งขยายสาขาในระบบแฟรนไชส์ และมุ่งเน้นไปที่ตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดขนาดกลางและเล็กที่มีศักยภาพ เช่น นครสวรรค์ ศรีษะเกษ เป็นต้น เนื่องจากพื้นที่จังหวัดขนาดใหญ่นั้นมีสาขาครอบคลุมเพียงพอแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีแฟรนไชส์ซี 71 ราย
อย่างไรก็ตาม แม้ภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่ผลกระกอบการของเดอะพิซซ่าคอมปะนีในไทยเติบโต 14% ส่วนสเวนเซ่นส์เติบโตเฉลี่ย 35% ขณะที่ภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ของทั้งบริษัทฯเติบโตที่ 24%
สำหรับการเตรียมสร้างความแข็งแกร่งระบบแฟรนไชส์นั้น ล่าสุดได้จัดประชุมธุรกิจแฟรนไชส์ที่เชียงใหม่เป็นปีที่ 3 แล้ว เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านบริหารจัดการ โนว์ฮาว และลดอัตราความเสี่ยงของธุรกิจ
นายอรรถกล่าวต่อว่า เดอะพิซซ่าคอมปะนีถือเป็นแฟรนไชส์อันดับต้นๆที่นักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในธุรกิจอาหาร เนื่องจากคู่แข่งมีน้อยราย ศักยภาพของตลาดยังมีอีกมาก
นายวิลเลียม อี. ไฮเนคกี้ ประธานกลุ่มไมเนอร์ กล่าวเปิดการประชุมครั้งนี้ว่า เราทุกคนกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองและจากสภาพเศรษฐกิจที่สับสน เราไม่มีทางเลือก นอกจากจะต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ และสร้างการเติบโตของธุรกิจไปด้วยกัน ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ที่เก่งจะสามารถประคองตัวอยู่ได้ แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมพร้อมตนเองและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อฝ่าฟันช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|