วิโรจน์วางเป้ากรุงไทยแผนกำไรระยะยาว!


ผู้จัดการรายวัน(24 กรกฎาคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

"วิโรจน์ นวลแข" กรรมการผู้จัดการแบงก์กรุงไทย เผยการตัดสินใจตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญของธนาคารสูงกว่าเกณฑ์แบงก์ชาติกำหนดเพื่อให้ธนาคารหลักของไทย แห่งนี้เติบใหญ่ในวันข้างหน้าอย่างมั่นคง และมีประสิทธิภาพ ยืนยันจะกระจายหุ้นเพิ่ม 3 พันล้าน หุ้นไตรมาสสุดท้ายปีนี้แน่ และเตรียมจ่ายปันผลเพิ่มจากปีที่แล้ว หลังคาดกำไรเพิ่มขึ้นจากปีม้า ขณะที่ขุนคลังหนุนเดินมาถูกทาง เพราะเป็นผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นธนาคาร รวมถึงรับใช้สังคมระยะยาว ไม่ใช่มองเพียงวันนี้ ด้านเอสแอนด์พีชื่นชมนโยบายนี้เช่นกัน

วานนี้ (23 ก.ค.) หลังจากที่มีข่าวธนาคารกรุงไทยขยายสินเชื่อเพลิน จนต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญสูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด และสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ อื่นๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย

นักวิเคราะห์ต่างประเทศ มองว่าธนาคารกรุงไทยเป็นเพียงธนาคารขนาดใหญ่ของไทยเพียงแห่งเดียวในขณะนี้ที่ตั้งสำรองฯ ไว้สูง เป้าหมายก็เพื่อให้ธนาคารขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต สวนทางแบงก์พาณิชย์ในไทยอื่นๆ ที่ต่างยังมีปัญหากันสำรอง และหนี้เน่าเพิ่มต่อเนื่อง เพราะด้านหนึ่งธนาคารกรุงไทยทำหน้าที่รับใช้ สังคม อีกด้านหนึ่ง ธนาคารต้องทำงานสนองนโยบายรัฐบาล

ขณะที่กลุ่มมอร์แกน สแตนเลย์ วาณิชธนากรยักษ์ใหญ่จากแดนมะกันวิเคราะห์ว่าระบบธนาคารพาณิชย์ไทยขณะนี้ยังมีปัญหา โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ไทยทั่วไปตั้งสำรองฯไม่ครบ จึงเกิดปัญหาเอ็นพีแอลเพิ่มต่อเนื่อง เป็นปัญหาหลักของระบบธนาคารไทยปัจจุบันที่ยังแก้ไม่ได้ ยกเว้นธนาคารกรุงไทยที่กลุ่มยักษ์ใหญ่นี้มองว่าเป็นธนาคารดีที่สุดในประเทศไทยขณะนี้

เพื่อกรุงไทยระยะยาว

ด้านนายวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวยืนยันในเรื่องนี้ว่าการตั้ง สำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญธนาคารไว้สูงถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะแม้แต่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างชาติยังมองว่าธนาคารกรุงไทยเป็นเพียงธนาคารเดียวในประเทศไทยที่ตั้งสำรองฯสูง เพื่อความรอบคอบ ทำให้เป็นธนาคารที่สะอาด (Clean Bank) ที่สุดในไทยขณะนี้

เขากล่าวว่า ธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นของคณะกรรม การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (คปน.) เพิ่มต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันกว่า 6 หมื่นล้านบาทแล้ว ทำให้ขณะนี้ สำรองฯ ธนาคารเกินเกณฑ์แบงก์ชาติแล้ว ถึง 1.33 หมื่นล้านบาท

"การแก้ไขหนี้ของคปน.ในอดีต เป็นการยืดหนี้ให้มีระยะยาวขึ้น ไม่ได้มีการประนอมหนี้ หรือลดหนี้ ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง"

นายวิโรจน์กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารเริ่มมีกำไรจากผลดำเนินงานตั้งแต่ปีที่แล้ว และจ่ายเงิน ปันผลกว่า 2.6 พันล้านบาท หรือ 26 สตางค์ต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทนต่อปีประมาณ 3.7% ซึ่ง ปีนี้แนวโน้มจ่ายเพิ่มจากปีม้าแน่

"ผมถือว่าการบริหารเชิงนี้ เป็นการบริหารที่กล้าหาญ เพราะมองกำไรระยะยาวมากกว่าระยะสั้น ผมมองว่าการที่ธนาคารตั้งสำรองฯ สูง และสามารถจ่ายเงินปันผลได้ ถือว่าการบริหารงานธนาคารน่าพอใจแล้ว"

จากรายงานงบการเงินธนาคารกรุงไทย ไตรมาส 2 ปีนี้ ธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญ และหนี้สงสัย จะสูญ 6.08 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสแรกที่ตั้งสำรอง 5.82 หมื่นล้านบาท

ทางด้านนางกิตติยา โตธนะเกษม รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าการตั้งสำรองฯของธนาคารที่ตั้งเกินเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อต้องการให้เป็นประโยชน์กับนักลงทุนที่สนใจหุ้นธนาคาร รวมถึงผู้ถือหุ้นปัจจุบันของธนาคาร

เธอกล่าวว่า ปี 2545 ธนาคารกรุงไทยตั้งสำรองเกินเกณฑ์แบงก์ชาติถึง 9.7 พันล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 2 ปีนี้ นายวิโรจน์ตัดสินใจสั่งให้ตั้งสำรองฯเพิ่มอีก 3.7 พันล้านบาท ทำให้ปัจจุบัน ธนาคารมีฐานะสำรองฯ เกินเกณฑ์ ธปท. ถึง 1.33 หมื่นล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารก็ไม่ มีปัญหา ถือว่าธนาคารเข้มแข็งมาก

"คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าการที่ธนาคารตั้งสำรอง เพราะไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ธปท. ซึ่งไม่ใช่ เพราะกำไรของธนาคารก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง" เธอย้ำ

เธอกล่าวว่า สาเหตุที่ธนาคารต้องตั้งสำรองเผื่อไว้มาก เพื่อความรอบคอบ กันปัญหาลูกหนี้รายใหญ่ของธนาคารที่ปัจจุบันมีมูลหนี้รวมกันกว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2545 อาจจะกลับมาเป็นลูกหนี้มีปัญหาอีก และจะไม่กระทบกำไรของธนาคาร

"สมมุติฐานนี้เป็นกรณีเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเราไม่เชื่อว่าจะเกิด แต่ขณะนี้ลูกหนี้กลุ่มนี้ชำระหนี้ให้ธนาคารได้ปกติดี"

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตัวแทนเอสแอนด์พี ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ที่พบกับตัวแทนธนาคาร เมื่อฟังคำชี้แจงเหตุผลการตั้งสำรองของกรุงไทย ก็เข้าใจ และชื่นชมธนาคารที่ใช้นโยบายนี้บริหาร เชิงระมัดระวัง ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลให้อันดับความ น่าเชื่อถือของธนาคารดีขึ้นอนาคต

กระจายหุ้นเพิ่มไตรมาสสุดท้ายปีนี้

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า แผนกระจายหุ้น 3 พันล้านหุ้นของธนาคารกรุงไทย ยังคงเป็นไปตาม กำหนดเดิม ไม่เลื่อนแน่ โดยจะเริ่มทำโรดโชว์กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศในเดือนก.ย.นี้ และพร้อมจดทะเบียนตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ย.

ขุนคลังยันกรุงไทยทำเพื่ออนาคต

ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีแบงก์กรุงไทยที่เป็นแบงก์รัฐและขาดทุนอยู่เพียงแบงก์เดียวนั้น ไม่ได้เป็นกังวล เพราะไม่ใช่เป็นเพราะผลการดำเนินงานของธนาคาร แต่เป็นเพราะต้องสำรอง หนี้สูญเพื่อให้ธนาคารมีความแข็งแกร่งขึ้น

ด้านแหล่งข่าววงการธนาคารกล่าวว่ารายงาน ข่าวของหนังสือพิมพ์รายวัน โพสต์ ทูเดย์ที่กล่าว อ้างว่าธนาคารกรุงไทยขยายสินเชื่อเพลินจนต้อง ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และรับขาดทุนจากการ ปรับโครงสร้างหนี้ไตรมาส 2 ฉุดผลดำเนินงานขาดทุน 624.46 ล้านบาท เป็นรายงานข่าวที่ผิดพลาด และไม่เข้าใจภาพรวมที่แท้จริง



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.