|

แอสคอนรุกดึงพันธมิตรร่วมทุนเสริมความแกร่ง
ผู้จัดการรายสัปดาห์(8 กันยายน 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
แอสคอนเร่งขยายงานสู่อาบูดาบี รองานผลประมูลงานลงตัว เตรียมเลือกนักลงทุนไต้หวัน-ดูไบถือหุ้น พร้อมกำหนดทิศทางบริษัท เร่งเจรจาปิดดีลซื้อโครงการค้างพัฒนาต่อ วางแผนระยะยาวดึงแลนด์ลอร์ดถือหุ้นบริษัทลูก ก่อนนำเข้าตลาดหลักทรัพย์
ในระยะหลังที่งานรับเหมาภาครัฐเริ่มหดตัวลง เป็นช่วงจังหวะที่แอสคอนเลือกที่จะตามรอยรับเหมารุ่นพี่ ด้วยการขยายออกไปมองหาโอกาสในการรับงานในต่างประเทศ โดยประเดิมที่ดูไบ ในรูปแบบของการตั้งสาขาแทนการร่วมทุนกับผู้ว่าเทศบาล ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังผลประมูลงานก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยสูง 12 ชั้น รวม 20 อาคาร มูลค่างาน 16,000 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน หากชนะประมูล จะเริ่มรับรู้รายได้ทันทีในปีหน้า รวมไปถึงมีแผนจะตั้งสาขาที่อาบูดาบี ซึ่งความน่าสนใจของเม็ดเงินผลตอบแทนของการรับงานในต่างประเทศ พัฒนพงษ์ ตนุมัธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 20% และกำไรสุทธิ 5-10% ซึ่งถือเป็นอัตราที่น่าพอใจ
สิ่งที่น่าจับตาของแอสคอนต่อจากนี้ คือ ในอนาคตจะมีพันธมิตรรายใหม่เข้ามาร่วมถือหุ้น จากการขายหุ้นใหม่ 60 ล้านหุ้น ซึ่งขณะนี้พัฒนพงษ์กล่าวว่า มี 2 รายที่สนใจ ได้แก่ ดูไบและไต้หวัน แต่ละรายวางทิศทางในอนาคตของแอสคอนไว้แตกต่างกัน ภายใต้เงื่อนไขที่จะเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 20% แต่ขณะนี้แอสคอนยังไม่มีการตัดสินใจ แต่จะรอฟังผลการประมูลงานก่อสร้างที่ดูไบก่อน ซึ่งหากบริษัทเลือกนักลงทุนจากดูไบ นอกจากเข้ามาเสริมเรื่องฐานเงินทุนให้แข็งแกร่งแล้ว มีคุณสมบัติพร้อมที่จะเข้าประมูลงานเมกะโปรเจกต์แล้ว ยังจะช่วยเป็นใบเบิกทางที่ดีในการเข้าไปรับงานที่ดูไบเพิ่มในอนาคต ในขณะที่นักลงทุนจากไต้หวัน มีเงินทุนและเทคโนโลยีการก่อสร้างของรับเหมาจีน สามารถผลักดันให้แอสคอนเติบโตติดอันดับท็อปไฟว์ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้
ในส่วนของงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้บริษัทลูก “แอสคอน ดีเวลลอปเมนท์” พัฒนพงษ์กล่าวว่า ยอดรับรู้รายได้ของโครงการอินสไปร์ เพลส พระราม 9 ประมาณ 1,400 ล้านบาทจะเข้ามาช่วยผลักดันรายได้รวมของบริษัทฯในปีนี้เป็น 3,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 50% ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมียอดขายแล้ว 80% โดยได้ออกแคมเปญการันตีผลตอบแทน 8% เป็นการเจาะกลุ่มนักลงทุน เพื่อเร่งปิดการขาย ทั้งนี้แอสคอนยังอยู่ระหว่างการหาซื้อโครงการคอนโดมิเนียมที่ชะงักการก่อสร้างมาพัฒนาต่อเนื่องอีก 2 โครงการ มูลค่าขาย 1,000 ล้านบาทต่อโครงการ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สามารถรับรู้รายได้ได้เร็วภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี โดยอาจจะเป็นการซื้อขาดจากเจ้าของหรือดึงเจ้าของโครงการที่มีแลนด์แบงก์ในมือมาร่วมทุน นอกจากนี้ยังมีแผนจะผลักดันบริษัทฯนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตด้วย
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|