"TRAF" ปรับโครงสร้าง หาพันธมิตรหนุนธุรกิจ


ผู้จัดการรายวัน(17 กรกฎาคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

TRAF ยกเครื่ององค์กร ปรับโครงสร้างเงินทุนในทุกสายธุรกิจ พร้อมเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ขณะที่ ให้ 3 บริษัทย่อย คือทีวี ฟอรัม - ทราฟฟิกคอร์นเนอร์ เรดิโอ- ทราฟฟิกคอร์นเนอร์ พับลิชชิ่ง เพิ่มทุน พร้อมอ้าแขนรับพันธมิตรทางธุรกิจในสื่อบันเทิงทางวิทยุและสื่อสิ่งพิมพ์ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจ คาดเสร็จใน ก.ย.นี้ โบรกเกอร์ประเมิน TRAF อาจต้องเพิ่มทุนหลังประกาศปรับโครงสร้างการเงิน แต่ยังแนะนำ "ขาย" เพราะผลดำเนินงานยังขาดทุน

นายสุรพงษ์ เตรียมชาญชัย กรรมการบริษัท บริษัท ทราฟฟิกคอร์นเนอร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TRAF) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 7/2546 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2546 ได้อนุมัติการปรับโครงสร้างเงินทุนในสายธุรกิจต่างๆ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย และเปลี่ยนโครงสร้างการลงทุนในบริษัทย่อย โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2546 ซึ่งการปรับเปลี่ยนเงินทุนและสายธุรกิจเป็นดังนี้

สายธุรกิจสื่อบันเทิงทางโทรทัศน์จะดำเนินการโดย บริษัท ทีวี ฟอรัม จำกัด (TV) จะเพิ่มทุน จากทุนจดทะเบียนเดิม 20 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 500,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ซึ่งสัดส่วนการถือหุ้นบริษัทฯยังคง ถือหุ้นร้อยละ 99.99 เช่นเดิม

ขณะที่สายธุรกิจสื่อบันเทิงทางวิทยุจะดำเนินการโดย บริษัท ทราฟฟิกคอร์นเนอร์ เรดิโอ จำกัด (RADIO) เพิ่มทุน จากทุนจดทะเบียนเดิม 20 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 1,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท

ซึ่งสัดส่วนการถือหุ้น บริษัทฯจะถือหุ้นร้อยละ 70 (จากเดิมถืออยู่ร้อยละ 99.99) ส่วนอีกร้อยละ 30 จะเปิดโอกาสให้พันธมิตรทางธุรกิจ เข้ามาถือหุ้น เป็นมูลค่า 30 ล้านบาท (ซึ่งเป็นบุคคลที่มิได้มีความเกี่ยวโยงกับบริษัทแต่อย่างใด) จากการคำนวณขนาดรายการตามเกณฑ์มูลค่ารวมสิ่งตอบแทนขนาดรายการได้เท่ากับร้อยละ 6.04 ซึ่งการคำนวณตามเกณฑ์ดังกล่าว เป็นรายการที่ไม่เข้าข่ายที่ต้องดำเนินการตามประกาศ ตลาดฯ

ทั้งนี้ ประกอบด้วย บริษัทย่อย บริษัท ไลฟ์ โปรเจ็ค จำกัด (LIVE) เพิ่มทุน จากทุน จดทะเบียนเดิม 20 ล้านบาท เป็น 40 ล้านบาท แบ่ง ออกเป็น 400,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท โดยสัดส่วนการถือหุ้น RADIO ถือหุ้นร้อยละ 99.99 (เดิมบริษัทฯถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 และได้ขายหุ้น โดยการปรับเปลี่ยนโครง สร้างการถือหุ้นให้ RADIO ในสัดส่วนเท่าเดิม)

ขณะที่บริษัท ดรีม มีเดีย จำกัด (DREAM) เพิ่มทุน จากทุนจดทะเบียนเดิม 1 ล้านบาท เป็น 3.5 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 35,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท สัดส่วนการถือหุ้น RADIO ถือหุ้นร้อยละ 99.93 (เดิมบริษัทฯถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 99.93 และได้ขายหุ้น โดยการปรับเปลี่ยน โครงสร้างการถือหุ้นให้ RADIO ถือในสัดส่วนเท่าเดิม)

ส่วนสายธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ จะดำเนินการโดยบริษัท ทราฟฟิกคอร์นเนอร์ พับลิชชิ่ง จำกัด (TCP) เพิ่มทุนจากทุนจดทะเบียนเดิม 10 ล้าน บาท เป็น 100 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 1,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท โดยสัดส่วนการถือหุ้น บริษัทฯจะถือหุ้นร้อยละ 70 (จากเดิมถืออยู่ ร้อยละ 99.99) ส่วนอีกร้อยละ 30 จะเปิดโอกาส ให้พันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาถือหุ้นเป็นมูลค่า 30 ล้านบาท (ซึ่งเป็นบุคคลที่มิได้มีความเกี่ยวโยงกับ บริษัทแต่อย่างใด) จากการคำนวณขนาดรายการ ตามเกณฑ์มูลค่ารวมสิ่งตอบแทนขนาดรายการได้เท่ากับร้อยละ 6.04 ซึ่งการคำนวณตามเกณฑ์ดังกล่าว เป็นรายการที่ไม่เข้าข่ายที่ต้องดำเนินการ ตามประกาศตลาดหลักทรัพย์

ซึ่งประกอบด้วย บริษัทย่อย บริษัท มายา แชนแนล จำกัด (MAYA) สัดส่วนการถือหุ้น TCP ถือหุ้นร้อยละ 55 (เดิมบริษัทฯถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 55 และได้ขายหุ้น โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้นให้ TCP ถือในสัดส่วนเท่าเดิม)

และสายธุรกิจสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จะดำเนินการโดย บริษัท ฟิวเจอร์ บิส จำกัด (FUTURE BIZ) ประกอบด้วย บริษัทย่อย บริษัท บลิส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (BLISS) บริษัท 108 1900 ออดิโอเท็กซ์ จำกัด (108) บริษัท ฐิรัตน์ จำกัด (TIRAT)และ บริษัท บิส ไดเมนชั่น จำกัด (BIZ)

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่ากรณีที่ TRAF มีการปรับโครงสร้างทางการเงินใหม่นั้น คาดว่าจะทำให้ตัวแม่คือ TRAF ต้องมีการเพิ่มทุนอย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีการปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นในบางธุรกิจลง แต่ก็ยังในสัดส่วนที่มากอยู่

อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างในครั้งนี้จะส่งผลดีให้กับธุรกิจของ TRAF เนื่องจากจะเป็น การกระจายความเสี่ยงออกไป โดยเปิดทางให้ผู้ร่วมทุนเข้ามาลงทุนด้วย เป็นการลดสัดส่วนการถือหุ้นลง

นักวิเคราะห์รายเดิมกล่าวว่าในปัจจุบัน TRAF เป็นธุรกิจที่อยู่ในช่วงของการลงทุนส่งผลให้ผลประกอบการที่ออกมานั้นไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยในไตรมาสแรกนั้น บริษัทยังประสบกับภาวะขาดทุนอยู่ 41 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 2 คาดว่าจะขาดทุนต่ออยู่ 14 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปี TRAF จะขาดทุนประมาณ 5 ล้านบาท

แม้ว่าตัวเลขครึ่งปีจะขาดทุนถึง 55 ล้านบาท เนื่องจากในครึ่งปีหลังคาดว่าผลประกอบการ จะดีขึ้น เนื่องจากธุรกิจเริ่มมีความชัดเจนทำ ให้มีโฆษณาเข้ามามากขึ้น และเมื่อดูจากผลประกอบการที่ออกมาของ TRAF แล้วนั้นแนะนำ "ขาย" โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 2.40 บาท

สำหรับวานนี้ราคาหุ้นปิดที่ 3.32 บาท เปลี่ยนแปลง 10 สตางค์ หรือลดลง 2.92% มูลค่าการซื้อขาย 11.34 ล้านบาท



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.