'คีรี'คัมแบ็กบุกอสังหาฯ ประกาศ8ปีขึ้นเบอร์1


ผู้จัดการรายวัน(28 กรกฎาคม 2551)



กลับสู่หน้าหลัก

“คีรี กาญจนพาสน์” ประกาศคืนสังเวียนอสังหาฯ หลังออกจากแผนฟื้นฟู ลั่นอีก 8 ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง ส่งบริษัทธนายงฯผนึกบีทีเอส-แอ๊บโซลูท-ฮิบเฮง บุกตลาดอสังหาฯ งัดที่ดิน 6 แปลง ผุดโรงแรม คอนโดฯ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ชูจุดขายทำเลเด่นกว่าใคร ช็อก!!เปิดโรงแรมพูลวิลลากลางสาทร เช่า30ปี สนนราคาหลังละ 50 ล้านบาท

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) หรือ TYONG กล่าวว่า ภายหลังจากออกจากแผนฟื้นฟู กลุ่มบริษัทมีแผนที่จะกลับมารุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง โดยนำที่ดินในแนวรถไฟฟ้าซึ่งเป็นที่ดินส่วนตัวที่มีอยู่ 6 แปลง ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส 5 สถานี เนื้อที่รวมกว่า 20 ไร่ ราคาเฉลี่ย 1.5- 2.5 แสนบาท/ตารางเมตร(ตร.ม.) มาพัฒนาเป็นโรงแรม คอนโดมิเนียม และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โดยแบ่งสัดส่วนการพัฒนาเป็นโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์70% ส่วนอีก 30% เป็นคอนโดมิเนียม มูลค่ารวมพันล้านบาท

“หลังจากที่บีทีเอสออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ เราได้เริ่มกลับมารุกตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง หลังจากที่เราประสบกับภาวะวิกฤตทางการเงินจนต้องมีหนี้สินจำนวนมาก ทำให้ต้องชะลอการลงทุนมากว่า 11 ปี แต่หลังจากนี้ เราจะกลับมาใหญ่อีกครั้ง โดยจะนำที่ดินสะสมของตนเองออกมาพัฒนา โดยอาศัยบริษัทในเครือดำเนินการ ซึ่งตอนนี้เราเตรียมแผนทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ต้องรอให้การออกจากแผนฟื้นฟูเรียบร้อยก่อน ต่อจากนี้ธนายง และ บีทีเอส จะร่วมมือกันเชิงธุรกิจมากขึ้น แม้ว่า การพัฒนาโครงการตามแนวรถไฟฟ้าผู้ประกอบการรายอื่นได้ทำมาก่อนแล้ว ขณะที่ธนายงเพิ่งจะเริ่มทำ แต่จะใช้จุดแข็งของบีทีเอส และธนายง ร่วมกันพัฒนาโครงการในรูปแบบที่รายอื่นไม่เคยทำมาก่อน แต่ทั้งนี้จะต้องรอให้ บีทีเอาสามารถออกจากแผนฟื้นฟูในเร็วๆ นี้ก่อน”

ทั้งนี้ การออกจากแผนฟื้นฟูกิจการของบีทีเอสนั้น มีกำหนดชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รวมทั้งสิ้น 24,000 ล้านบาท แบ่งการชำระออกเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกจ่ายทันที 14,000 ล้านบาท ก้อนที่สองจำนวน 10,000 ล้านบาททยอยจ่ายเป็นรายงวด ส่วนเม็ดเงินที่จะนำมาชำระหนี้ รวมถึงผู้ร่วมทุนรายใหม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ธนายงฯสร้างฐานธุรกิจให้เข้มแข็ง

ด้านนายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนายงได้อกจากแผนฟื้นฟูเมื่อปีกว่าที่ผ่านมา ส่วนแผนการดำเนินงานนั้นในช่วง 3 ปีแรกนี้ จะเป็นการวางรากฐานของกลุ่มธนายง ด้วยการพัฒนาโครงการที่สร้างรายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง การดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นจะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ 1.โครงการที่สร้างรายได้ระยะยาว เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์, 2. โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และ 3. การรับบริหารโครงการ

“ในช่วง 3 ปีแรกจะเป็นการสร้างฐานรากของธุรกิจให้แข็งแกร่ง แต่หลังจากนั้นเราจะโตอย่างก้าวกระโดดซึ่งในใจอยากขึ้นเบอร์หนึ่งภายใน 8 ปีข้างหน้า และเชื่อว่าเราจะสามารถทำได้ ตอนนี้เรามีความพร้อมในทุกด้าน และจะยังใช้ชื่อธนายงต่อไป เพราะมีแบรนด์และฐานธุรกิจเดิมอยู่แล้ว อีกอย่างตอนที่ธนายงฯล้ม ไม่ใช่เพราะการดำเนินธุรกิจ แต่เป็นเพราะเศรษฐกิจและค่าเงินบาท ” นายกวินกล่าวและว่า

"แบรนด์ธนายงรุ่นคุณพ่อ (คีรี กาญจนพาสน์) ถือเป็นแบรนด์ที่มีความคลาสสิค แต่ในรุ่นผมจะเป็นโมเดิร์นคลาสสิค ที่อาจมีสีสันอื่นเข้าไปแต่งแต้มบ้าง เหมือนผู้หญิงที่ทาแป้งอย่างเดียว ตอนนี้ก็เริ่มทาลิปสติก ต่อไปจะเริ่มปัดแก้มบ้าง”

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานทั้ง 3 ส่วนดังกล่าวประสบความสำเร็จ บริษัทจึงได้ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาร่วมดำเนินงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ธนายงได้ร่วมกับ Hip Hing Construction Company Limited (Hong Kong) จัดตั้งบริษัท ฮิบเฮง คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ทุนเรียกชำระ 25 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทธนายงจะถือหุ้น 51% ของทุนจดทะเบียน และ Hip Hing Construction Company Limited (Hong Kong)ถือ 49%

“ฮิบเฮงจะมาช่วยในการก่อสร้างโครงการต่างของบริษัทในเครือ และเมื่อมีการเติบโตได้ในระดับหนึ่งจะสามารถรับงานภายนอกได้ ซึ่งการที่เรามีบริษัทก่อสร้างเองจะทำให้สามารถควบคุมงานก่อสร้างได้ง่าย ทั้งในเรื่องของคุณภาพและเวลา และที่สำคัญต้นทุนก่อสร้างจะถูกกว่าจ้างบริษัทนอก ”

ในส่วนของธุรกิจรับบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ บริษัทได้ร่วมกับอดีตผู้บริหารของบริษัท ไมเนอร์ กรุ๊ป ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม ด้วยการจัดตั้งบริษัท แอ็บโซลูท เซอร์วิสเซส จำกัด เพื่อรับวางแผนและบริหารจัดการโครงการโรงแรมและเป็นที่ปรึกษาการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย สำหรับการบริหารจัดการโรงแรมนั้นเริ่มแรกจะใช้เชน ยู ในการบริหารโรงแรมระดับ 3-4 ดาวของในเครือและรับบริหารให้แก่เจ้าของโครงการทั่วไป

ปี51ลุยโครงการใหม่อย่างน้อย4แห่ง

นายกวินกล่าวต่อว่า นอกจากที่ดิน 6 แปลง ที่ธนายงมีแผนจะพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับบีทีเอสแล้ว บริษัทยังมีแผนการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้อีกอย่างน้อย 4 โครงการ ใช้งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ได้แก่ 1.ที่ดินย่านสาทร จำนวน 17 ไร่ จะพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไป และพูลวิลลาให้เช่าระยะเวลาเช่า 30 ปี หลังละประมาณ 50 ล้านบาท

2. ส่วนโครงการโรงแรมที่หาดกมลา ภูเก็ต บริษัทได้ซื้อที่ดินไว้ 480 ไร่ จะเริ่มพัฒนาในปีนี้เช่นกัน โดยจะพัฒนาเป็นโรงแรม 2 ระดับ คือ ระดับ 4 ดาว และ 5 ดาว ขึ้นไป ขณะนี้อยู่ระหว่างหาเชนมาบริหาร 3.ขณะที่บริษัทได้ซื้อที่ดินที่เขาใหญ่ โดยมีเนื้อที่มากกว่า 500 ไร่ เพื่อพัฒนาโรงแรมด้วยเช่นกัน

และ 4. โครงการคอนโดมิเนียมเนื้อที่ 2-3 ไร่ ย่านสุขุมวิท ซอย 60 จำนวนกว่า 100 ยูนิต โดยการพัฒนาคอนโดมิเนียมบริษัทจะแตกต่างไปจากคอนโดมิเนียมทั่วไป ด้วยการนำรูปแบบการให้บริการเหมือนในฮ่องกงมาใช้ เช่น บริการล้างรถ หรือบริการอื่นๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกรูปแบบว่าจะนำบริการใดมาใช้บ้าง

“คอนโดฯของเราจะต่างจากคู่แข่ง เราจะให้บริการเพิ่มที่เหนือกว่าเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ แต่จะไม่เท่ากับโรงแรม แต่การให้บริการจะไม่คิดค่าบริการที่สูงเกินจริง บริการบางอย่างจะเป็นการแถมให้ฟรี และจะไม่คิดค่าส่วนกลางเพิ่ม อย่างไรก็ตามลูกค้าจะรู้สึกว่าคุ้มค่ามากที่สุด และโครงการที่สุขุมวิท 60 จะเป็นโครงการนำร่อง”

ส่วนที่ดินบริเวณ สนามบินสุวรรณภูมิ รอบๆโครงการธนาซิตี้ ที่มีเหลือประมาณ 100 ไร่ กระจายโดยรอบ บริษัทมีแผนจะนำมาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเช่นกัน สำหรับรูปแบบการลงทุนนั้น จะพัฒนาที่ดินแปลงที่มีศักยภาพสูงสุดในขณะนั้นก่อน หากพิจารณาแล้วว่ามีความเป็นไปได้ของโครงการสูงสุด ไม่ว่าจะมีอยู่แผนการดำเนินงานหรือไม่ก็ตาม

แจงหลังออกแผนฟื้นฟูลุยอสังหาฯเต็มสูบ

ทั้งนี้ นายคีรี ได้เปิดเผยถึง บริษัทรถไฟฟ้ามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ว่า ในอีกสองสัปดาห์บริษัทจะออกจากแผนฟื้นฟูกิจการด้วยการนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 24,000 ล้านบาท โดยแบ่งการชำระออกเป็น 2 งวด งวดแรกชำระทันที 14,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือแบ่งชำระเป็นรายงวด ส่วนผู้ร่วมทุนและเม็ดเงินที่จะนำชำระหนี้นั้นขณะนี้ยังไม่สามารถบอกถึงที่มาได้ต้องรอให้ออกจากแผนฯก่อน

อย่างไรก็ตามในส่วนของการลงทุนโครงการรถไฟฟ้านั้น บริษัทมีแผนที่จะประมูลดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งหมดที่จะเป็นส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้า BTS เพราะเชื่อว่า BTS จะมีความได้เปรียบเพราะเป็นผู้ดำเนินการในปัจจุบัน อีกยังสามารถเชื่อมต่อระบบได้ง่ายหากเป็นเส้นทางต่อเนื่อง


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.