|

แคนนอน ขยายฐานเด็ก หนุนยูลีก เจาะไลฟ์สไตล์ ดนตรี กีฬา
ผู้จัดการรายสัปดาห์(14 กรกฎาคม 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
แคนนอน เดินกลยุทธ์ Youth Marketing ผุดแคมเปญ แคนนอน ยู ลีก 2008 เป็นปีที่ 2 อัดงบเพิ่มจากปีก่อนที่ใช้ไป 20 ล้านบาท เพิ่มเป็น 30 ล้านบาท รุกกิจกรรมสร้างแบรนด์ลอยัลตี้ในใจผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมเพิ่มกิจกรรมดนตรีขยายฐานลูกค้า หลังจากปีก่อนเน้นเรื่องกีฬา
การแข่งขันในสมรภูมิเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยสงครามราคา ส่งผลให้แบรนด์ต่างๆต้องเร่งสร้างจุดขายเพื่อปกป้องตลาดของตัวเองมิให้เอนเอียงไปหาสินค้าราคาถูก ดังนั้นแคมเปญการตลาดต่างๆจึงมุ่งเน้นไปสู่การสร้างแบรนด์ลอยัลตี้ โดยเน้นไปสู่ฐานผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา เนื่องจากเป็นกำลังสำคัญในอนาคต ขณะที่ตลาดผู้ใหญ่ค่อนข้างเสถียร คือเป็นผู้ที่มีแบรนด์ลอยัลตี้ต่อแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอย่างชัดเจน ยากที่จะเปลี่ยน หรือถ้าเป็นผู้ที่อ่อนไหวต่อราคาก็ยากที่จะสร้างแบรนด์ลอยัลตี้ในกลุ่มดังกล่าว
สำหรับตลาดกล้องดิจิตอลในปัจจุบันมีแนวโน้มของราคาที่ลดต่ำลง โดยมาตรฐานกล้องดิจิตอลมีการขยับจาก 3 ล้านพิกเซลมาสู่ 5 ล้านพิกเซล และกำลังขยับขึ้นไปที่ 7 ล้านพิกเซล และมีแนวโน้มว่าจะขยับไปสู่ 8-10 ล้านพิกเซลในไม่ช้า ส่งผลให้กล้อง 5 ล้านพิกเซลมีราคาต่ำลงทั้งที่เป็นรุ่นไฟติ้งโมเดลของแบรนด์เนมและกล้องราคาถูกทั่วไป ดังนั้นหลายๆแบรนด์จึงพยายามรักษาแบรนด์ลอยัลตี้ที่มีอยู่ของฐานลูกค้ากลุ่มเดิม และขยายฐานกลุ่มใหม่ เพื่อให้สามารถดำเนินกลยุทธ์การตลาดได้อย่างต่อเนื่องด้วยไลน์อัปสินค้าที่เริ่มตั้งแต่ New Entry สเตปต์อัปไปสู่รุ่นที่สูงขึ้นไป ซึ่งหากลูกค้าไม่มีแบรนด์ลอยัลตี้ก็ยากที่จะต่อยอดฐานลูกค้าให้ใช้สินค้าที่ดีขึ้นได้ รวมถึงการต่อยอดไปสู่สินค้ากลุ่มอื่นๆ เช่นเครื่องพรินต์รูปที่ต่อเชื่อมกับกล้องถ่ายรูปหรือคอมพิวเตอร์ได้
ในสมรภูมิกล้องถ่ายรูป โซนี่ กับ แคนนอน คือ 2 ผู้นำอันดับต้นของตลาด ซึ่งแต่ละค่ายต่างพยายามพัฒนาสินค้าตลอดจนโปรโมชั่นต่างๆ โดยมาพร้อมกับกิจกรรมการตลาดที่จะสร้างแบรนด์ลอยัลตี้ให้กับลูกค้า ซึ่งที่ผ่านมาโซนี่มีการจัดกิจกรรม Young Creative By Sony ครั้งที่ 1 โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนในระดับมัธยมที่สนใจในเรื่องเทคโนโลยีได้เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อกระตุ้นและสร้างสรรค์ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีความบันเทิงใกล้ตัว ตลอดจนเรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีมผ่านกิจกรรมต่างๆเช่น การศึกษาวิธีทำงาน กระบวนการผลิตรายการทีวี ตั้งแต่ขั้นตอนของการถ่ายทำจนถึงการรับชมผ่านทางทีวี โดยมีการทำสตูดิโอจำลอง พร้อมกับเปิดโอกาสให้เยาวชนเหล่านี้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตสินค้าของโซนี่
ส่วนปีที่ผ่านมาโซนี่มีการทำโครงการ Insight Out หรือโครงการอาสาสมัครเพื่อเยาวชนผู้ด้อยโอกาส โดยโซนี่สนับสนุนกล้องดิจิตอลให้กับเด็กที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์ซึนามิเพื่อใช้ในการถ่ายภาพในชีวิตประจำวันเป็นการบรรเทาความรู้สึกร้ายๆในอดีต พร้อมกันนี้ยังมีการนำภาพเหล่านั้นมาจัดนิทรรศการ ซึ่งจะถูกถ่ายทอดผ่าน สถานีโทรทัศน์ชั้นนำของโลก ทำให้ผู้บริโภคหันกลับมาสนใจภาพถ่ายจากการวิถีชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้ตลาดกล้องมีการขยายตัวมากขึ้น ขณะเดียวกัน เด็กๆเหล่านั้นก็จะซึมซับความทรงจำที่ดีต่อแบรนด์โซนี่
ในขณะที่แคนนอนที่การสนับสนุนกิจกรรมยูลีก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักศึกษาจากสถาบันต่างๆให้ความสนใจ โดยแคนนอนได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ 20 แห่ง และพบว่านักศึกษามหาวิทยาลัยมีการรับรู้เรื่องกิจกรรมแคนนอนยูลีกถึง 73% ในจำนวนนี้ 65% รับทราบเรื่องการแข่งขันฟุตบอลและ 59% รับทราบเรื่องการประกวดมิสยูลีก และมีนักศึกษาเข้าร่วมเชียร์กิจกรรมของยูลีก 62%เมื่อสอบถึงความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อไป มีเยาวชนจำนวนมากแสดงถึงความตั้งใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ด้วยเหตุนี้แคนนอนจึงสนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่สอง พร้อมทั้งตั้งเป้าว่า “แคนนอน ยู ลีก 2008” นี้จะขยายการรับรู้แบรนด์แคนนอนไปสู่เยาวชนทั่วประเทศ
อย่างไรก็ดีแม้กิจกรรมที่แคนนอนทำจะมิได้เชื่อมโยงไปสู่การใช้ผลิตภัณฑ์โดยตรง ทว่ากิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็น กีฬา ดนตรี หรือการประกวดมิสยูลีก ล้วนแต่มีกองเชียร์ที่จะมาเก็บเกี่ยวภาพความประทับใจ เป็นการส่งเสริมให้เกิดการถ่ายรูปมากขึ้น เหลือแค่ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเหล่านี้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของแคนนอน
“แคนนอนประสบความสำเร็จจากการจัดการแข่งขัน “แคนนอน ยู ลีก”ในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ผลจากการสำรวจความเห็นของนักศึกษาจาก 20 สถาบัน พบว่านักศึกษารับรู้ และให้การสนับสนุนกิจกรรมนี้ ดังนั้นในปีนี้ “แคนนอน ยู ลีก 2008” จึงขยายกิจกรรมการแข่งขันวงดนตรี และมิสยูลีกให้ครอบคลุมนักศึกษาทุกภูมิภาค โดยใช้งบประมาณกว่า 30 ล้านบาท ในการสนับสนุนกิจกรรมรวม 6 เดือน ตั้งแต่กรกฎาคม-ธันวาคม เพื่อให้ “แคนนอน ยู ลีก 2008” คึกคักทั่วประเทศและยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยจัดมา” วาตารุ นิชิโอกะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) กล่าว
นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาแคนนอนยังใช้ พอลล่า เทเลอร์ เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสื่อภาพลักษณ์และฟังก์ชั่นการใช้งานของกล้องแคนนอนไปสู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะเพศหญิงที่ไม่ค่อยสันทัดในเรื่องเทคโนโลยีมากนัก ขณะเดียวกันก็ดึงดูดลูกค้าผู้ชายด้วยเช่นกัน จนทำให้กล้องแคนนอนรุ่น IXUS ประสบความสำเร็จ และบริษัทยังคงเลือกใช้ พอลล่า เป็นพรีเซ็นเตอร์ในปีนี้ โดยแคนนอน พยายามสเตปต์อัปลูกค้าให้ขยับขึ้นมาใช้กล้อง DSLR ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าตลาดให้สูงขึ้น ทั้งนี้นอกจากกิจกรรมยูลีกแล้วยังมีกิจกรรมอื่นๆที่สร้างแบรนด์ลอยัลตี้และกระตุ้นให้ลูกค้าแคนนอนขยับขึ้นมาใช้กล้องที่มีมาตรฐานสูงขึ้น เช่น การประกวดถ่ายภาพ การประกวดช่วงภาพสมัครเล่น เช่นเดียวกับโซนี่ที่มีการลอนช์กล้องดิจิตอล DSLR ภายใต้ซับแบรนด์ อัลฟ่า โดยมีรุ่นที่จับตลาดคนเล่นกล้องมือใหม่ และรุ่นโปรเพื่อรองรับฐานลูกค้าเดิมให้ยกระดับขึ้นมาเล่นกล้องมือโปร
ตลาดกล้องดิจิตอลในปีที่ผ่านมามีความต้องการอยู่ที่ 950,000 เครื่อง เติบโต 13% ขณะที่มูลค่าตลาดอยู่ที่ 9,000 กว่าล้านบาท เติบโตลดลง 4% โดยสัดส่วนตลาดกว่า 95% เป็นกล้องคอมแพก ที่เหลือ 5% เป็นกล้อง DSLR ส่วนในปีนี้คาดว่าปริมาณความต้องการในตลาดจะอยู่ที่ 1,000,000 เครื่อง โดยมูลค่ายังคงใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาคือ 9,000 กว่าล้านบาท ทว่าสัดส่วนตลาดกล้อง DSLR คาดว่าจะเพิ่มเป็น 10% ขณะที่ตลาดกล้องคอมแพกจะลดลงเหลือ 90% ปัจจุบันโซนี่เป็นผู้นำในตลาดกล้องคอมแพก และในตลาดรวมด้วยส่วนแบ่งการตลาด 23% ขณะที่แคนนอนเป็นที่ 2 ของตลาดกล้องโดยรวมด้วยส่วนแบ่งการตลาด 18% แต่แคนนอนเป็นผู้นำในเซกเมนต์กล้อง DSLR
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|