เจียม ลิ้มสดใส: "พี่ฝากวิคเตอร์เจียมไว้ด้วยนะ"


นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2533)



กลับสู่หน้าหลัก

บริษัทวิคเตอร์เจียม (VICTOR CHEM LIMITED) เป็นบริษัทเอเยนซีโฆษณาเล็ก ๆ ที่มียอดบิลลิ่งประมาณ 50 ล้านบาทต่อปีมีพนักงานราว ๆ 25-26 คนเท่านั้น

แต่สำหรับเจียม ลิ้มสดใสแล้วใคร ๆ ก็ตระหนักดีว่า "วิคเตอร์ เจียม" เป็นสถานที่ที่เจียมรักมากที่สุดแห่งหนึ่งเพราะเขาได้สร้างเอเยนซีแห่งนี้กับมือในช่วงเวลาเกือบ 8 ปีเจียมเคยกล่าวว่าเขาไม่ได้คาดหมายว่าวิคเตอร์เจียมจะเป็นเอเยนซีโฆษณาที่ใหญ่ที่สุด แต่เขาอยากให้มันเป็นเอเยนซีที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเท่านั้น

แล้วเจียมก็พยายามพิสูจน์ความเชื่อของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต !

เจียมเป็นศิษย์เก่าอัสสัมชันบางรักและอัสสัมชันชัยพาณิชย์ จบนิเทศศาสตรบัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจียมเริ่มงานโฆษณามาตั้งแต่ปี 2507 ที่บริษัทสตูริโอวัน บริษัทแกร้นท์แอดเวอร์ไทซิ่งอิ้งค์ บริษัทแมคเคน แอริคสันและแห่งสุดท้ายของชีวิตการเป็นลูกจ้างคือที่บริษัทเอสเอสซีแอนด์บีลินตาส (ประเทศไทย) ซึ่งที่นี่เขาเคยเป็นทั้งผู้อำนวยการฝ่ายสื่อโฆษณา และก้าวขึ้นสูงสุดถึงกรรมการบริหารของบริษัทก่อนที่เขาจะลาออกในปี 2525 เพื่อมาทำธุรกิจส่วนตัว คือบริษัทโฆษณาที่ชื่อ วิคเตอร์โปรโมชั่นซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น "วิคเตอร์ เจียม"

แม้วิคเตอร์เจียมจะเป็นเอเยนซีขนาดเล็ก แต่เจียมก็เป็นที่เคารพนับถือในวงการโฆษณาเป็นอย่างยิ่ง เขารับตำแหน่งเลขาธิการของสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทยถึง 3 สมัย ก่อนที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมในปี 2529-2531

นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้จัดการรายการวิทยุสำหรับผู้นิยมชมชื่นเพลงสากลในอดีต รายการนี้เป็นรายการหนึ่งที่มีคนนิยมติดตามเป็นแฟนประจำมากมาย

ความที่เขาเป็นนักจัดรายการและเป็นผู้ชื่นชอบในเพลงสากลในอดีต เจียมจึงเป็นนักสะสมแผ่นเสียงตัวยงคนหนึ่ง เขาเคยกล่าวกับ "ผู้จัดการ" ว่าที่บ้านของเขามีแผ่นเสียงนับหมื่น ๆ แผ่นจนอาจจะเป็นนักสะสมแผ่นเสียงที่มีแผ่นมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย

หลังจากที่เขาหมดวาระจากตำแหน่งนายกสมาคมโฆษณาธุรกิจ เขาก็กลับมาโหมงานที่วิคเตอร์เจียมอย่างเต็มีที่จนล้มป่วยลงเมื่อประมาณต้นปี 2532

เจียมป่วยเป็นมะเร็งในลำไส้ !

ช่วงแรก ๆ เจียมยังมาดูแลงานที่วิคเตอร์เจียมได้พอสมควร แต่มีอาการเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด พอบ่าย ๆ ก็ต้องกลับ ในช่วงนั้นสิ่งที่เจียมกระทำอย่างสุดความสามารถก็คือการบริการลูกค้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทให้ดีที่สุด โดยไม่รับลูกค้าใหม่เลย

ลูกค้าที่สำคัญของวิคเตอร์เจียมในช่วงนั้นก็เช่น บริษัท ธานินทร์ สีวินวิน ยูเอ็มไอ ชำนาญ เพ็ญชาติ บิสสิเนส เซ็นเตอร์ เป็นต้น ซึ่งลูกค้าเหล่านี้ก็ไม่ได้หลีกหนีหายไปอยู่กับเอเยนซีอื่นแต่ประการใด รวมตลอดจนถึงบรรดาพนักงานของวิคเตอร์เจียมทุกคนก็ปักหลักอยู่กับเจียมอย่างหนักแน่นมั่นคง ทั้งเพื่อคอยบริการลูกค้าตามระบบที่วางไว้ และเพื่อคอยการกลับมาอีกครั้งของเจ้านายที่เขารัก

ว่าวจุฬาสองตัวถูกนำมาประดับไว้บนฝาผนังห้องทำงานในวิคเตอร์เจียมด้วยความเชื่อว่า ว่าวนั้นแม้จะลอยไปแต่ก็ยังมีสายใยแห่งความรักความผูกพันเกี่ยวกระหวัด เพื่อการหวนคืนกลับมาสักวันหนึ่ง !

หลังการผ่าตัดครั้งที่สอง นายแพทย์ไม่อนุญาตให้ใครเยี่ยมคนไข้อีก เพราะเมื่อเจียมขยับตัวเพื่อสนทนา เขาจะเจ็บปวดและทรมานมาก

เจียมสิ้นลมหายใจเมื่อเวลาประมาณ 4 ทุ่มของคืนวันที่ 21 มีนาคม 2533

ก่อนหน้าเขาเสียชีวิตไม่นานนัก เจียมเหมือนจะตระหนักดีว่า เวลาของเขาเหลือน้อยเต็มทีสิ่งีท่เขาเป็นห่วงอย่างยิ่งนอกเหนือจากครอบครัวก็คืออนาคตของวิคเตอร์เจียม

ภรรยาของเขาเป็นแม่บ้านที่ไม่ได้มายุ่งเเกี่ยวกับธุรกิจของสามีมากนัก ส่วนลูกสาวคนเดียวของเขาก็เพิ่งจะเรียนอยู่ชั้นปีสองที่ ABAC ดังนั้นโอกาสที่คนในครอบครัวของเขาจะมารับผิดชอบแทนคงเป็นไปไม่ได้

แล้วเจียมก็ตัดสินใจเลือกอดีตรุ่นน้องเขาจากคณะนิเทศศาสตร์จุฬามารับตำแหน่งกรรมการรองผู้จัดการ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่แทนเขาอย่างเป็นทางการ ก่อนเขาเสียชีวิตเพียง 10 กว่าวันเท่านั้น

เธอชื่อ ปริญดา อุทัยเจริญพงษ์

ปริญดาเธอจบคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี 2521 รุ่นหลังเจียมหลายปี แต่ก็ได้มีโอกาสรู้จักกับเจียมตั้งแต่เป็นนิสิตในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง

ปริญดาผ่านงานโฆษณามากว่า 10 ปี เริ่มต้นทำงานที่แมคเคนแอริคสันอยู่ถึง 6 ปีจนในที่สุดมาปักหลักที่ฟาร์อีสท์แอดเวอร์ไทซิ่ง ในตำแหน่ง ACCOUNT DIRECTOR ดูแลสินค้าที่สำคัญมาก ๆ คือสินค้าในเครือปูนซีเมนต์ไทย ซ฿งมีประมาณ 10 กว่าตัว มีงบโฆษณาปีหนึ่ง ๆ เกือบร้อยล้านบาท

เธอเล่าว่า เจียมได้ชักชวนทีเล่นทีจริงมานานแล้วที่จะให้มาช่วยงานที่วิคเตอร์เจียม แต่เธอก็ยังไม่ตัดสินใจอะไรลงไป เพราะการทำงานที่ฟาร์อีสก็เป็นไปด้วยดีจนในที่สุดเจียมก็พูดกับเธออย่างจริงจังเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์

"พี่เจียมบอกว่า พี่รักวิคเตอร์เจียมมาก พี่ฝากวิคเตอร์เจียมไว้ด้วยนะ" ปริญดาเล่า นั่นเป็นจุดที่ปริญดาคิดว่าถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจแล้ว

กล่าวกันว่าเจียมนั้นเติบโตมาจากสายมีเดีย คือซื้อสื่อโฆษณาเป็นหลัก มิได้มาจากสาย CLIENT SERVICE ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากที่จะติดต่อเจรจาดึงลูกค้าเข้ามา ดังนั้นการที่เจียมเลือกปริญดาเข้ามารับหน้าที่แทนจึงเป็นจังหวะที่เหมะสม เพราะปริญดาเติบโตมาทางด้าน CLIENT SERVICE โดยตรง

หากถามเธอในขณะนี้ว่าภาระหน้าที่ในยามหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ เธอรู้สึกหนักใจหรือไม่แน่นอนที่เธอยอมรับว่าหนักใจแต่เธอก็เชื่อว่าเธอสามารถทำได้

สิ่งที่เธอต้องตระเตรียม ก็คือดูแลลูกค้าที่มีอยู่ในขณะนี้ให้ดีที่สุดเช่นที่เจียมเคยกระทำมา เริ่มหาลูกค้าใหม่คนใหม่มาเสริมทีม หาผู้ร่วมทุนเพื่อขยายกิจการ และที่สำคัญสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานที่มีอยู่เดิมให้มีพลังร่วมกันที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า "พี่เจียมเป็นคนเปิดเผยไม่มีเลศนัยพูดจาตรง รับได้ก็รับกับลูกค้าทุกคนพี่เจียมเป็นคนซื่อมากไม่เคยคด" ปริญดากล่าวถึงจุดประทับในตัวเจียม ซึ่งแน่นอนที่เธอจะคาดว่า วิคเตอร์เจียมจะเป็นดังเช่นตัวเจียมที่จะคอยดูแลและบริการลูกค้าให้ดีที่สุดจริงใจและเปิดเผยมากที่สุด

เจียมลาลับจากโลกนี้ไปแล้ว ในโลกของวงการโฆษณาเจียมได้อุทิศวันเวลาให้เต็มที่แต่สำหรับวิคเตอร์เจียม ที่นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น ต่อไปนี้ก็คือภาระหน้าที่ของปริญดา และดูเหมือนว่าปริญดาจะตระหนักดีว่าสิ่งที่เจียมต้องการมากที่สุดคือวิคเตอร์เจียมไม่ต้องการเป็นเอเยนซีที่ใหญ่ที่สุด ขอเป็นเพียงเอเยนซีที่ดีที่สุดเท่านั้น

นั่นคือความหวังของเจียม ลิ้มสดใสที่คนข้างหลังเช่นปริญดาจะต้องสานต่อไป



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.