|

"เอชเอสบีซี"แนะนักลงทุนถอยตลาดหุ้นเอเชียเหตุตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งแซงอัตราการเติบโตเศรษฐกิจ
ผู้จัดการรายสัปดาห์(23 มิถุนายน 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
เอชเอสบีซีแนะนักลงทุนลดน้ำหนักหุ้น ถือเงินสดเพิ่ม โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ซึ่งอัตราเงินเฟ้อพุ่งแซงการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ชี้แม้หลายตลาดด้ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดมากแล้ว แต่ก็ยังถือว่ามีราคาแพง
รายงานของเอชเอสบีซีระบุว่า กำลังลดความเสี่ยงในการลงทุนหุ้นทั่วโลกประมาณ 5% เหลือ 54.5% และหันไปลงทุนหุ้นในตลาดที่พัฒนาแล้วในระดับปานกลาง เนื่องจากธนาคารกลางต่างๆเริ่มมีมุมมองเห็นพ้องถึงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อที่สูงเกินกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจมาก
เอชเอสบีซีแนะนำให้นักลงทุนเพิ่มสัดส่วนในการถือเงินสดจาก 6% เป็น 11% โดยระบุว่า เงินเฟ้อเป็นปัญหาที่สำคัญมากในเอเชีย และมีความเสี่ยงที่นักลงทุนหมดศรัทธาในสกุลเงินของภูมิภาค
รายงานของเอชเอสบีซีระบุด้วยว่า แม้ว่าตลาดต่างๆจะได้ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดมากแล้ว แต่ก็ยังถือว่ามีราคาแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่เงินเฟ้อกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงต่ำสุดในรอบ 2 เดือน หลังจากที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจนใกล้สถิติสูงสุดอีกครั้ง จากที่มีรายงานว่า ซัพพลายน้ำมันตึงตัวประมาณ 4 สัปดาห์ จึงยิ่งเพิ่มความิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
ดัชนีหุ้นเอเชีย เอ็มเอสซีไอ ซึ่งไม่รวมญี่ปุ่น ได้ปรับตัวลงเกือบ 16% ในปีนี้ และลดลงจากช่วงที่พุ่งสูงสุดในเดือนพฤศจิกายนเกือบ 25% ส่วนดัชนีหุ้นโลกเอ็มเอสซีไอ ปรับตัวลง9.2% ในปีนี้
เอชเอสบีซีมองว่า นักลงทุนไม่ควรจะเสี่ยงต่อหุ้นในตลาดเกิดใหม่ของเอเชีย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ธนาคารเห็นว่านักลงทุนควรจะลงทุนในนตลาดหุ้นเกิดใหม่ของเอเชีย 25%
นอกจากนี้รายงานยังคาดการณ์ด้วยว่า ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียอาจขาดทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้น เงินเฟ้อถือเป็นปัญหาอย่างแท้จริงในเอเชีย และมีความเสี่ยงว่านักลงทุนจะสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินของภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อของอินเดียพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 8.24% สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเวียดนามอยู่ที่ 25.2% ในเดือนพ.ค. สูงสุดตั้งแต่ปี 2535 จนธนาคารกลางต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 14% จาก 12% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ปัญหาเงินเฟ้อกำลังสร้างความปวดหัวให้กับธนาคารกลางในเอเชีย เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาธนาคารกลางอินเดียได้ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี ขณะที่ธนาคารกลางในจีน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ก็ได้เข้มงวดนโยบายเพื่อปราบเงินเฟ้อในสัปดาห์ที่ผ่านมา และที่เวียดนาม เงินเฟ้อได้พุ่งขึ้นมากกว่า 25% จนธนาคารกลางได้ประกาศขึ้นดอกเบี้ยและลดค่าเงินด่องลง ขณะที่ในสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็มีเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 26เดือน โดยอยู่ที่ 7.5% ในเดือนเมษายน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|