|

โฮมมาร์ทรับมือเศรษฐกิจผันผวน ชูกลยุทธ์ Innovative CRM
ผู้จัดการรายสัปดาห์(16 มิถุนายน 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
โฮมมาร์ทชูInnovative CRM รับสารพัดปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งการเมือง เศรษฐกิจตก กำลังซื้อหด ตั้งเป้าปรับโฉมตัวแทนจำหน่ายเป็นร้านโฮมมาร์ทรุปแบบใหม่ใน 3 ปี เผยยอดขาย 5 เดือนแรกโตฉลุย 20% มั่นใจปลายปีรักษาเก้าอี้ผู้นำตลาดแน่น
การแข่งขันของธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างที่รุนแรงขึ้นทุกวัน ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่แล้ว การรักษายอดขายและส่วนแบ่งการตลาดก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ม เพราะการทำธุรกิจแค่เพียงย่ำอยู่กับที่ คู่แข่งก็จะแซงหน้าไปอย่างไม่ยากนัก
ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างในเครือซิเมนต์ไทยหรือปูนใหญ่เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่ปูนใหญ่ให้ความสำคัญ เพราะเป็นธุรกิจหลักที่สามารถสร้างรายได้เข้าองค์กรอย่างงดงามทุกปี อีกทั้งยังมีอัตราเติบโตด้วยตัวเลข 2 หลักมาตลอด ทำให้ปูนใหญ่ต้องเร่งสปีคตัวเองหนีคู่แข่งตลอดเวลา
ล่าสุด ร้านโฮมมาร์ท ซึ่งเป็นศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างครบวงจร ได้ปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสร้างยอดขาย ภายใต้ระบบ Innovative CRM ซึ่งจะช่วยงานขายได้เป็นอย่างดี โดยโฮมมาร์ทได้เริ่มนำระบบดังกล่าวเข้ามาทดลองใช้มาตั้งแต่ปี 2548 ทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะซบเซา กำลังซื้อจะหดหายก็ตาม โดยในช่วง 5 เดือนแรก มียอดขายรวมประมาณ 15,500 ล้านบาท มีอัตราเติบโตขึ้นประมาณ 20% ยอดขายดังกล่าวเฉพาะผ่านทางร้านโฮมมาร์ท ไม่รวมยอดขายผ่านร้านค้าปลีกทั่วไปที่ยังไม่ได้ปรับเป็นร้านโฮมมาร์ทเต็มรูปแบบ
ระบบ Innovative CRM ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2548 โดยร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลของกลุ่มลูกค้าปลายทาง ( End User) เพื่อใช้ในการวางแผนการตลาด ด้วยงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท และในปี 2549 โฮมมาร์ทได้จัดทำโครงการ Dealer Integration&Collaboration เพื่อเชื่อมข้อมูลของผู้แทนจำหน่ายกับระบบ CRM ด้วยการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ระหว่างร้านโฮมมาร์ททั่วประเทศกับส่วนกลาง จัดทำข้อมูลรายละเอียดลูกค้า เพื่อให้รู้จักลูกค้าเป้าหมายทุกกลุ่ม ทั้งพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า และความต้องการของลูกค้า และข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปวางแผนการขายและการตลาดร่วมกันระหว่างร้านโฮมมาร์ท และผู้แทนจำหน่าย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คาดว่า ภายในสิ้นปี 2551 โฮมมาร์ทจะมีผู้แทนจำหน่ายเข้าร่วมโครงการมากกว่า 200 ราย จากปัจจุบันที่มีกว่า 80 ราย
ขจรเดช แสงสุพรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจจัดจำหน่ายในเครือซิเมนต์ไทย (SCG Distribution ) เปิดเผยว่า “สถานการณ์ทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเมืองและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้การทำตลาดของเครือซิเมนต์ไทยค่อนข้างเหนื่อย แต่ตลาดวัสดุก่อสร้างยังมีอัตราเติบโต เฉลี่ยเติบโตเพียง 2-3% ขณะที่ต้นทุนการผลิตยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากวัสดุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปูน และน้ำมันซึ่งเป็นปัจจัยหลักของกระบวนการผลิต ทำให้การทำตลาดต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยร้านโฮมมาร์ทได้ปรับตัวไปบางส่วนในช่วงปี 2548 ทำให้ปัจจุบันยังรับมือกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้ดี และยอดขายยังเติบโตขึ้นถึง 20%”
ขณะที่กฤช กุลเนตุ กรรมการผู้จัดการ บจก.SCG Network Management กล่าวว่า “ระบบ Innovative CRM จะช่วยให้เรารู้ว่าลูกค้าขาดสินค้าอะไรบ้าง ทางทีมขายก็จะนำเสนอสินค้าให้ลูกค้าพิจารณาซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้มียอดขายเพิ่มขึ้น เพราะมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็วกว่าคู่แข่ง เพราะระบบดังกล่าวทำให้เราเข้าถึงลูกค้าขั้นสุดท้าย และตัวแทนจำหน่าย”
ในปี 2549 มีผู้แทนจำหน่ายร่วมในระบบนี้ 30 ราย คิดเป็น 15% ของตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด และในปี 2550 เพิ่มเป็น 100 ราย คิดเป็น 35% ส่วนปีนี้จะเพิ่มเป็น 200 ราย คิดเป็น 70% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 100% ในปี 2554
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|