|

UPS จับมือ DHL กินรวบธุรกิจขนส่งทางอากาศ
ผู้จัดการรายสัปดาห์(16 มิถุนายน 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
ดีเอชแอล (DHL) กิจการรับขนส่งของและพัสดุภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ที่มีชื่อเสียงเรื่องส่งของเที่ยงตรงและฉับไว ที่เป็นคู่แข่งกับยูพีเอส (UPS) มาโดยตลอด ไม่ต่างจากการแข่งขันทางธุรกิจระหว่างโค้กกับเป๊ปซี่ เริ่มมีปัญหาทางธุรกิจมากขึ้นเมื่อภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย กระทบต่อปริมาณความต้องการของผู้บริโภคให้หดหายไปอย่างน่าสนใจ
การดิ้นรนเพื่อหาทางออกให้กิจการพ้นจากภาวะขาดทุน ทำท่าว่าจะหดขนาดของการประกอบการไปมุ่งธุรกิจหลักในสหรัฐฯ และปล่อยให้คู่แข่งอย่างเฟดเอ็กซ์และยูพีเอสมีโอกาสในตลาดต่างประเทศมากขึ้น
มีนักการตลาดที่เชี่ยวชาญวงการลอจิสติกส์ประเมินว่า ถ้าดีเอชแอลปิดช่องทางและศูนย์การขนส่งในจุดต่างๆ ตามแผนงานที่กำหนดไว้ เฟดเอ็กซ์จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจทางอากาศเพิ่มขึ้น 35% ทันที ในขณะที่ธุรกิจการขนส่งภาคพื้นดินน่าจะเพิ่มขึ้นราว 25% รวมทั้งยูพีเอสที่ค่อนข้างมีความได้เปรียบในเครือข่ายการขนส่งภาคพื้นดินเหมือนกัน
ปัจจุบันดีเอชแอลเป็นธุรกิจย่อยในเครือข่าย ดอยซ์ โฟสต์ เวิลด์ เน็ต ถือว่าเป็นกิจการด้านลอจิสติกส์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของธุรกิจส่งพัสดุด่วนแบบข้ามคืนในสหรัฐฯ คาดหมายว่าจะมียอดรายได้จากธุรกิจในสหรัฐฯปีนี้ราว 23,000 ล้านดอลลาร์ มีส่วนแบ่งทางการตลาดราว 9% ขณะที่กิจการที่ครองอันดับ 1 คือ ยูเอส โพสตัล เซอร์วิส ที่มีสัดส่วน 32% เฟดเอ็กซ์อยู่ในอันดับ 2 ด้วยส่วนครองตลาด 34% และยูพีเอสด้วยส่วนครองตลาดประมาณ 25%
ดีเอชแอลเพิ่งเข้ามารุกตลาดส่งพัสดุแบบเร็วด่วนข้ามคืนในสหรัฐฯเมื่อปี 2003 ด้วยการเข้าไปซื้อกิจการแอร์บอร์น เฟรจ์ด (Air borne Freight) ซึ่งกว่าจะได้มาก็ถูกเฟดเอ็กซ์และยูพีเอสรวมหัวกันฟ้องร้องว่าการซื้อกิจการดังกล่าวสร้างการผูกขาด แต่ในที่สุดแอร์บอร์ดก็ชนะ
จุดแข็งของแอร์บอร์นคือเป็นทางเลือกส่งพัสดุแบบราคาถูก มีส่วนแบ่งตลาดราว 10% ของการส่งของทางอากาศและราว 2% ในธุรกิจภาคพื้นดิน
จุดอ่อนของดีเอชแอลมาจากความสั่นคลอนของความเชื่อมั่นของลูกค้า หลังจากที่พบว่าการค้าเป็นงานมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นหลายราย ทำให้กิจการดีเอชแอลมีผลขาดทุนกว่า 28,000 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาเหนือ จนต้องเลิกจ้างคนงานกว่า 600 คน
การประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยการปิดช่องทางให้บริการทางบกและทางอากาศถึง 85 จุด ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เพราะเท่ากับศักยภาพทางธุรกิจถึง 25% ของทั้งหมดทีเดียว
ด้วยเหตุนี้จึงมีข่าวออกมาเมื่อไม่นานมานี้ว่า ดีเอชแอลอาจจะยอมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทอื่นๆ ในการนบริหารตลาดรายย่อยในสหรัฐฯ ต่อไป
อย่างเมื่อไม่นานมานี้ก็มีกระแสข่าวออกมาว่าดีเอชแอลอยากจะจับมือกับยูพีเอสในการช่วยขนพัสดุภัณฑ์ทางอากาศ เป็นการจับมือที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้สำหรับกิจการ 2 กิจการที่เคยมีเรื่องราวฟ้องร้องถึงขึ้นโรงขึ้นศาลกันมาแล้ว
แต่ถ้ามองในเชิงธุรกิจ การร่วมมือกันทางธุรกิจครั้งนี้ก็ไม่น่าจะเหนือความคาดหมายเพราะยูพีเอสจะมีรายได้เพิ่มมหาศาลจากการช่วยลดต้นทุนการขนส่งแก่ดีเอชแอลในครั้งนี้
สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญยังคงลังเลกับปรากฎการณ์ใหม่ของความร่วมมือกันทางธุรกิจ และดำเนินงานทางการตลาดครั้งนี้ เพราะยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าการจับมือกันจะเป็นเพียงความพยายามในการปรับโครงสร้างทางธุรกิจชั่วคราวหรือว่าเป็นการเปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจในระยะราว
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดอยซ์โพสต์บริษัทแม่ของดีเอชแอลรายงานว่าไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วลดลงไปกว่า 60% หลังจากลดขนาดของกิจการดีเอชแอลในสหรัฐฯ การปรับโครงสร้างทางธุรกิจที่ผ่านมามีผลเห็นได้ชัดว่าศักยภาพของเครือข่ายธุรกิจลดลงไปมากกว่า 30% ทีเดียว
นักวิเคราะห์บางคนวิเคราะห์สถานการณ์การปรับตัวทางธุรกิจของดีเอชแอลครั้งนี้ว่าเป็นความพยายามครั้งใหม่ที่จะปรับตัวให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของยูพีเอสและเฟดเอ็กซ์ ที่มีความสามารถในการส่งพัสดุภัณฑ์ไปทุกที่ที่ลูกค้าต้องการและครอบคลุมบริการทุกประเภทก็จริง แต่ดีเอชแอลกลับไม่สามารถทำกำไรได้สักที
เมื่อเป็นเช่นนี้การทำความตกลงเป็นพันธมิตรกันทางธุรกิจกับยูพีเอส จึงน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีกว่าเดิมสำหรับดีเอชแอล และการเลือกจับมือกับยูพีเอสแทนที่จะเป็นเฟดเอ็กซ์ อาจมาจากเงื่อนไขทางด้านราคาที่ยูพีเอสเสนออาจจะดีกว่า
เนื่องจากสัญญาความร่วมมือครั้งนี้มีอายุยาวถึง 10 ปี จึงมีความคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มรายได้รายปีของยูพีเอสคือ 1,000 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมขอบเขตของตลาดในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก โดยทยอยเริ่มต้นดำเนินงานตามข้อตกลงได้ภายในปีนี้ แต่น่าจะดำเนินงานได้เต็มรูปแบบในครึ่งหลังของปีหน้า
สิ่งที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของความตกลงระหว่างกันในครั้งนี้คือ แต่ละบริษัทจะยังคงใช้แบรนด์ของแต่ละบริษัทในการดำเนินงานบริการขนส่งผลิตภัณฑ์ตามข้อตกลงครั้งนี้ และในช่วงที่ดำเนินงานจะเป็นการขนส่งพัสดุระหว่างท่าอากาศยานต่างๆ ในอเมริกาเหนือเท่านั้น ไม่ได้รวมไปถึงการขนส่งพัสดุภัณฑ์และเอกสารจนถึงมือลูกค้าแต่ละประการใด ซึ่งถ้ามองแนวทางความร่วมมือแบบนี้ให้ดีจะพบว่า ความตกลงครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกและไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ยูพีเอสก็เคยมีความตกลงทำนองนี้กับการไปรษณีย์มาแล้ว ทางดีเอชแอลจะยังทำหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าปลายทางของตนเอง เพียงแต่อาศัยอุปกรณ์และช่องทางการขนส่งระหว่างเมืองทางอากาศของยูพีเอสเท่านั้น
แม้ว่าจะมีความตกลงระหว่างแล้วก็ตาม การดำเนินธุรกิจของดีเอชแอลก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันที่จะต้องปรับตัวทางธุรกิจเพื่อให้ได้โมเดลธุรกิจที่สร้างสรรค์ และเหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มผลิตภาพของการขนส่งลอจิสติกส์ ต้นทุนการขนส่งและสะสางที่บรรจุ และต้องคงความสามารถในการแข่งขันในระดับที่ไม่ต่ำไปกว่าเดิมด้วย
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|