|

บลจ.แพ้ภัยแบงก์ขึ้นดอกเบี้ยดูดเงินฝาก
ผู้จัดการรายวัน(10 มิถุนายน 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
บลจ.ตื่นตัวรับมือเงินเฟ้อ-แบงก์ระดมเงินฝาก ค่ายทหารไทยโอด เอยูเอ็มทั้งปีอาจไม่เข้าเป้า 15% หลัง ECP ครบอายุดึงเงินหด แม้จะส่งกองบอนด์เกาหลีทดแทนแล้ว แต่ยังติดลบกว่า 2 พันล้าน "โชติกา" ระบุแบงก์ขึ้นดอกเบี้ย ไม่กระทบกองมันนี่มาร์เกต เหตุยิลด์วิ่งตามแถมยังสูงกว่า ด้านเอวายเอฟ มั่นใจเงินเฟ้อพุ่ง กองทุนรวมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเงินฝากที่ติดลบ 3% ยืนยันเป้าหมายเดิม สิ้นปีโกยเงินเข้าพอร์ตเอยูเอ็มแตะ 1 แสนล้าน
นางโชติกา สวนานนท ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้การเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (เอยูเอ็ม) ของบลจ.ทหารไทยอาจจะต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนใหม่เพิ่มขึ้น 15% จากปลายปี 2550 ที่บริษัทมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ ประมาณ 130,000 ล้านบาท โดยในเดือนมิถุนายนบริษัทจะมีการพิจารณาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวและทำการเสนอให้แก่คณะกรรมการบริษัทอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม
ทั้งนี้ สาเหตุที่การเติบโตของเม็ดเงินลงทุนต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องมาจากช่วงต้นปีที่ผ่านมากองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารของสถาบันการเงินในทวีปยุโรป (ECP) ของบริษัทได้ครบกำหนดอายุโครงการ ขณะเดียวกันธนาคารทหารไทยได้มีการระดมเงินฝาก รวมไปถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหาร ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวและความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้นส่งผลทำให้การเติบโตลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้
"ช่วงแรกเม็ดเงินลงทุนติดลบกว่า 8,000 ล้านบาท แต่ช่วงที่ผ่านมา บลจ.ได้มีการออกกองทุนในซีรีส์พันธบัตรเกาหลีใต้มูลค่ารวมประมาณ 20,000 ล้านบาท และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ลักซ์ชัวรี่ ทำให้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมยอดเงินลงทุนเหลือติดลบเพียง 2,000 ล้านบาท และถ้าการขยายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท สามารถดำเนินการได้ภายในปีนี้ตามแผนงานที่วางไว้ก็อาจจะทำให้ยอดเม็ดเงินลงทุนใหม่เพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 15% เช่นเดียวกัน " นางโชติกากล่าว
นางโชติกา กล่าวว่า แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์จะมีการปรับตัวขึ้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกองทุนตลาดเงิน (มันนี่มาร์เกต) เนื่องมาจากกองทุนมันนี่มาร์เกตของบริษัทมีระยะเวลาการลงทุนที่สั้นทำให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับอัตราดอกเบี้ย และเชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ทำให้นักลงทุนย้ายเงินลงทุนจากกองทุนมั่นนี้มาร์เกตไปฝากธนาคาร เนื่องมาจากปัจจุบันกองทุนมันนี่มาร์เกตยังสามารถให้ผลตอบแทนในระดับที่สูงกว่าการฝากเงินรวมไปถึงเป็นการลงทุนที่ไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย ส่วนกองทุนพันธบัตรเกาหลีใต้ก็ยังสามารรถให้ผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจ จึงเชื่อว่าไม่น่าจะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
ด้านการออกกองทุน ETF พลังงานนั้น นางโชติกา กล่าวว่าปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนในการจัดตั้งรวมไปถึงการทำการตลาดและให้ความรู้แก่นักลงทุน โดยคาดว่าน่าจะสามารถออกจำหน่ายหน่วยลงทุนได้ภายในกำหนดเดิมคือสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม ซึ่งปัจจุบันราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานมีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก ทำให้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการเข้าลงทุน
"ราคาหุ้นลงมาค่อนข้างเยอะ ให้เป็นโอกาสที่ดีในการลงทุน และถ้าเราสามารถออกได้ก่อนที่นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้ออีกครั้ง ก็จะเป็นช่วงที่ดีมาก ส่วนแผนโรดโชว์เราคงจะทำภายในประเทศก่อน" นางโชติกา กล่าว
AYFมั่นใจเป้าหมาย1แสนล้าน
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อยุธยา จำกัด (เอวายเอฟ) เปิดเผยว่า ถึงแม้ในขณะนี้อัตราเงินเฟ้อในประเทศจะปรับเพิ่มขึ้นและธนาคารพาณิชย์แห่ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อระดมเงินฝาก แต่บริษัทก็ไม่ได้ปรับเป้าขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารสำหรับกองทุนรวมลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ 1 แสนล้านบาทภายในปีนี้แต่อย่างใด เนื่องจากเชื่อว่าในช่วงที่เงินเฟ้อสูงดังกล่าว กองทุนรวมจะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ผู้ลงทุนใช้เป็นช่องทางในการลงทุน เพื่อหาผลตอบแทนในระดับที่ใกล้เคียงหรือสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ ถึงแม้ธนาคารพาณิชย์จะจูงใจด้วยการขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ถ้าเทียบกับเงินเฟ้อแล้วยังติดลบอยู่ค่อนข้างมากประมาณ 3% กว่าๆ
"จริงๆ แล้วอยากให้ผู้ลงทุนไทยเข้าใจการลงทุนมากๆ ซึ่งเงินเฟ้อที่ระดับ 7.6% ถือว่าสูงอยู่แล้ว แต่เดือนหน้าจะพุ่งขึ้นกว่านี้อีก ถ้าถามว่าจะลงทุนอะไรที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้่อได้ กองทุนรวมน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่ง เพราะเงินฝากเองแม้จะปรับขึ้น แต่เงินเฟ้อก็ขยับขึ้นตามไปด้วย ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้ ที่เงินไหลเข้าระบบเงินฝากแต่ช่วงนั้น เงินเฟ้อไม่ได้สูงเท่าขณะนี้"นายฉัตรพีกล่าว
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.เอวายเอฟ กล่าวว่า สำหรับกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีนั้น ขณะนี้บริษัทเองก็กำลังอยู่ระหว่างเปิดขายกองทุนอายุ 3 เดือนและ 6 เดือนอยู่ ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี แต่หลังจากนี้ ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถมีกองทุนเกาหลีออกมาอีกหรือเปล่า เพราะต้นทุนอัตราแลกเปลี่ยนปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผลตอบแทนลดต่ำลง
"ภาพรวมของกองทุนเกาหลีตอนนี้ยังพอไปได้ แต่หลังจากนี้อาจจะมีให้เห็นน้อยลง หรืออาจจะออกยากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าตอนนี้ บลจ.เองก็เริ่มหันมาออกกองทุนพันธบัตรในประเทศเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะอัตราดอกเบี้ยในประเทศอยู่ในช่วงขาขึ้น"นายประภาสกล่าว
LUXFเทรดวันแรกต่ำจอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (9 มิ.ย.51) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ลักซ์ชัวรี่ (LUXF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.ทหารไทย ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วันแรก โดยเปิดตลาดราคาซื้อขายอยู่ที่ 10.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาตามมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 10.00 บาท ก่อนจะขยับลงมาปิดที่ 9.85 บาท ลดลง 0.15 บาท หรือ 1.5% หลังปิดการซื้อขาย ด้วยมูลค่า 2.99 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ 805.58 จุด ลดลง 11.75 จุด หรือ 1.44%
นางโชติกา กล่าวว่า บริษัทได้นำหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ลักซ์ชัวรี่ มูลค่าโครงการ 1,965 ล้านบาท เข้าจดทะเบียนทำการซื้อขายในตลท. โดยใช้ชื่อย่อว่า "LUXF" เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่นักลงทุน โดย LUXF เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีนโยบายลงทุนโดยการซื้อกรรมสิทธิ์ (Freehold) ของโครงการซิกส์เซ้นส์ไฮด์อะเวย์ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นรีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว ของบริษัท โรงแรมป่าเกาะ จำกัด โดยกองทุนจะได้รับประโยชน์จากการให้เช่าทรัพย์สินแก่บริษัท อีเอชวาย จำกัด ซึ่งที่ถือหุ้นโดยบจ.โรงแรมป่าเกาะ 99% เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยจะมีการต่อสัญญาออกไปอีก 2 ปี หลังจากนั้นจะมีการต่อสัญญาเช่าอีกครั้งละ 3 ปี จำนวน 5 ครั้ง โดยอีเอชวายจะว่าจ้างให้เครือซิกส์เซ้นส์ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงแรมระดับโลกเป็นผู้บริหารโครงการ ซึ่งกองทุนจะได้รับค่าเช่าเป็น 3 ส่วนคือ ค่าเช่าอัตราคงที่ ค่าเช่าผันแปร และค่าเช่าแปรผันตามความสามารถของการบริหารงานในแต่ละปี
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|