เซ็นทรัลปัดเทคบิ๊กคิงส์-อุดรเจริญศรีเตรียมงบพันล.รีโนเวตสาขาลาดพร้าว


ผู้จัดการรายวัน(5 มิถุนายน 2551)



กลับสู่หน้าหลัก

ซีพีเอ็นไม่ปรับเป้าลงทุน จำนวนศูนย์ 18 แห่ง ในปี 2553 มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังแกร่ง ล่าสุดทุ่ม 5,000 ล้านผุดสาขาที่เชียงใหม่อีกแห่ง มั่นใจต่อสัญญาสาขาลาดพร้าวได้แน่เตรียมงบ 1,000 ล้านบาทรีโนเวตใหญ่

นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า จากภาวการณ์เมืองและเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการชุมนุม ส่งผกระทบต่อธุรกิจเล็กน้อย ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อนั้นมีมานานแล้ว ส่วนค่าครองชีพในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานี้สูงขึ้น ราคาน้ำมันปรับตัวต่อเนื่อง แต่ภาวะทั้งหมดนั้นโดยเฉพาะน้ำมันเกิดจาก ดีมานด์ซัปพลายของตลาดโลก เพราะว่าบางประเทศในเอเซียได้พัฒนาประเทศเร็วมาก ส่งผลให้มีการบริโภคน้ำมันมากขึ้น

“ตลาดค้าปลีกครึ่งปีแรกถือว่าไปได้ดี บางรายโตมากกว่า 10% แต่เฉลี่ยอยู่ที่ 5-6% ในระยะยาวแล้วเศรษฐกิจของไทยยังไปได้อีกไกลและมีความมั่นคงมาก”

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังคงแผนการลงทุนและเป้าหมายเดิมไว้ คือ จะต้องมี ศูนย์การค้าทั้งหมด 18 แห่ง ภายในปี 2553 ด้วยงบลงทุนรวม 18,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีศูนย์ฯในการบริหารที่เปิดบริการแล้ว 10 แห่ง และที่ประกาศเปิดโครงการไปอีก 4 แห่งเมื่อปีที่แล้วคือที่ แจ้งวัฒนะ พัทยา, ชลบุรีและขอนแก่นจะทยอยเสร็จในปีหน้า ล่าสุดคือ โครงการเซ็นทรัลพลาซ่าเชียงใหม่ แห่งที่ 2 ด้วยงบลงทุน 5,000 ล้านบาท เป็นโครงการที่ 15

นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะเพิ่มทุนในกองทุนซีพีเอ็นอาร์เอฟอีก จากเดิมที่มี สาขาพระรามสองและพระรามสาม โดยจะเอาสาขาปิ่นเกล้าและที่เชียงใหม่เข้าร่วมด้วย ซึ่งปัจจุบันกองทุนมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท และสัดส่วนการลงทุนของบริษัทฯ นั้นแบ่งเป็น หนี้สินต่อทุน 0.6 ต่อ 1

แนวทางการพัฒนาโครงการจะมีทั้งการพัฒนาเองและการเข้าเทคโอเวอร์ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเทคโอเวอร์โครงการใด พร้อมทั้งปฎิเสธข่าวการเจรจาซื้อขายโครงการศูนย์การค้าของกลุ่มเจริญศรีที่อุดรธานีด้วยว่าไม่ได้มีการเจรจากัน ขณะที่โครงการบิ๊กคิงส์ที่บางใหญ่นั้น ก็ไม่ได้มีการเจรจาซื้อขายกันแต่อย่างใด

นายกอบชัยกล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าของโครงการเซ็นทรัลที่ลาดพร้าวนั้น ไม่ได้เป็นผู้เจรจาโดยตรง เป็นเรื่องของทางสำนักงานใหญ่ แต่แนวโน้มไม่น่าจะมีอะไรที่พลิกผัน เพราะกลุ่มเซ็นทรัลไม่ได้ทำอะไรที่ผิดสัญญา การที่จะต่อสัญญา 20 ปี หรือ 30 ปี ก็รับได้ เพราะคุ้มอยู่แล้ว โดยเตรียมงบประมาณ 1,000 ล้านบาทไว้สำหรับการรีโนเวทใหญ่

ส่วนโครงการที่สวนลุมไนท์บาซ่าร์นั้น คาดว่าจะเริ่มเข้าไปดำเนินการได้ก่อนปลายปีนี้ ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการทยอยออกจากพื้นที่ของผู้เช่าเก่าบ้างแล้ว โดยสัญญา 30 ปีนี้จะเริ่มตั้งแต่ทางเจ้าของที่ดินส่งมอบพื้นที่ให้กับบริษัทฯ

สำหรับโครงการล่าสุดคือ เซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ ถือเป็นสาขาที่ 2 ที่เชียงใหม่ จากเดิมมี เซ็นทรัลแอร์พอร์ทเชียงใหม่อยู่แล้ว โครงการใหม่นี้ลงทุน 5,000 ล้านบาท พื้นที่ 70 ไร่ พื้นที่ก่อสร้าง 250,000 ตารางเมตร บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ ทางตอนบนของเชียงใหม่ มีรูปแบบเป็นโมเดิร์นล้านนา จะผลักดันให้เป็นไลฟ์สไตล์ฮับของภาคเหนือ และมั่นใจว่าจะไม่ซ้ำซ้อนกับสาขาแรกที่มีฐานลูกค้าบริเวณรอบสนามบินเป็นหลัก ซึ่งทำเลของสาขาใหม่เป็นทำเลค้าปลีกมีไฮเปอร์มาร์เก็ตครบทั้ง บิ๊กซี เทสโก้โลตัส คาร์ฟูร์ แม็คโคร เปิดบริการ

สาเหตุที่ลงทุนสาขาที่เชียงใหม่อีก เพราะเป็นเมืองที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจดี มีจำนวนประชากรที่ลงทะเบียน 1.6 ล้านคน จำนวนประชากรที่อาศัยอยู่จริง 2.5 ล้านคน และมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 5 ล้านคน รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 12,586 บาทต่อเดือน จำนวนที่อยู่อาศัย 6 แสนครัวเรือน แต่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่แค่ 2 แห่งคือ ที่แอร์พอร์ทและกาดสวนแก้ว ขณะที่กรุงเทพฯนั้นมีมากกว่ 34 ศูนย์การค้า ทำให้เชียงใหม่ยังมีตลาดอีกมาก และสามารถรองรับพื้นที่บริวารอีกเช่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย

ส่วนสาขาแรกที่แอร์พอร์ตนั้น ก็มีแผนที่จะปรับใหม่เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เดินเข้าศูนย์วันธรรมดามากกว่า 80,000 คน วันเสาร์-อาทิตย์มากกว่า 100,000 คน และถือเป็นสาขาที่สร้างรายได้ให้อันดับประมาณ 5 หรือ 6 ของบริษัทฯ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.