Merry-Go-Round เดือนกรกฎาคมถือเป็นฉบับพิเศษอีกวาระหนึ่งที่ท่านจะได้พบ
เรื่องราวหลากหลายตามปกติ แต่มาจากแหล่งเดียวกันคือนิตยสาร Wallpaper
ฉบับเดือนเมษายน 2003 โครงหลักของคอลัมน์จะเน้นไปที่เรื่องราวเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม
การออกแบบตกแต่ง และศิลปะ โดยเฉพาะศิลปะการนำเที่ยวแบบ "virtual tour"
ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง "เยี่ยมบ้านโอซามา บิน ลาเดน" เป็นมิติที่น่าสนใจมาก
มี 2 ศิลปินจากอังกฤษเป็นผู้สร้างสรรค์วิธีการโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบบพื้นๆ
(สำหรับผู้เชี่ยวชาญการใช้คอมพิวเตอร์) เข้าช่วย...อย่าพลาดอ่าน!!
สาหร่ายคลอเรลล่า (chlorella) เป็นพืชชั้นต่ำที่มีคุณสมบัติพื้นฐานของพืชครบทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นสีเขียวสด มีเซลล์เดียว เปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ให้กลายเป็นแก๊สออกซิเจน
และสามารถแบ่งเซลล์ได้อย่างรวดเร็ว แต่คุณสมบัติน่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นปรากฏในผลการวิจัยที่ว่า
ถ้าให้คลอเรลล่าเสริมในอาหารเลี้ยงสัตว์จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในผลผลิตได้อย่างวิเศษ
อาทิ ทำให้ไก่ออกไข่ได้มากขึ้น วัวเนื้อเติบโตเร็ว วัวนมให้นมมากขึ้น และลดความจำเป็นในการให้ยาปฏิชีวนะลง
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือผลในมนุษย์ ชาวตะวันออกไกลรู้จักสาหร่ายคลอเรลล่าในรูปของยาเม็ดสีเขียวมานานแล้ว
พวกเขากินเพื่อเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน รวมทั้งเป็นแหล่งแร่ธาตุ วิตามิน กรดไขมันไม่อิ่มตัว
กรดอะมิโน และโปรตีนอันอุดม
ในอดีตการปลูกสาหร่ายมหัศจรรย์อย่างประหยัดมีเพียงวิธีเดียวคือ ในสระกลางแจ้งขนาดยักษ์แถบเส้นศูนย์สูตร
แต่ประสบปัญหาไม่สามารถควบคุมสัตว์น้ำที่เจริญเติบโตในสระได้ จึงต้องนำสาหร่ายมาผ่านกระบวนการทำความสะอาดหลายขั้นตอนมาก
ก่อนจะได้ไฟเขียวนำมาให้มนุษย์บริโภค
2 ปีที่แล้ว บริษัท oPA GmbH ใน Klotze ประเทศเยอรมนี ประสบความสำเร็จในการผลิตคลอเรลล่าเชิงพาณิชย์ด้วยการสร้างโรงงานในร่มขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
เป็นหลอดแก้วยาวถึง 500 กิโลเมตร ขดเป็นวงโดยรอบเรือนกระจกขนาดมหึมา ข้างในอุดมด้วยของเหลวสีเขียวมรกต
เมื่อให้อาหารคือแร่ธาตุต่างๆ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และแสงอาทิตย์ เจ้าสาหร่ายสีเขียวมหัศจรรย์ก็จะเจริญเติบโตด้วยการแบ่งเซลล์อยู่ในหลอดแก้วอย่างรวดเร็ว
จากนั้นจึงนำของเหลวนี้ไปเข้าเครื่องแยก (centrifuge) ขนาดยักษ์และผ่านกระบวนการอบแห้ง
ทำให้เป็นผงและบรรจุหีบห่อ ได้ผลิตภัณฑ์สะอาด บริสุทธิ์ และปราศจากการเติมสารปรุงแต่งใดๆ
แรงผลักดันเริ่มแรกของโครงการนี้มาจากการที่รัฐบาลเยอรมันขู่จะเก็บภาษีผู้ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ทำให้ Preussag บริษัทผลิตพลังงานต้องการหาหนทางลดการปล่อยของเสียคือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงผลิตไฟฟ้า
การปลูกคลอเรลล่าดูจะเป็นทางออกดีที่สุด เพราะต้องการเพียงน้ำ แร่ธาตุอีกหน่อย
แสงอาทิตย์อีกนิด แล้วมันจะเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ที่พึงรังเกียจให้กลายเป็นออกซิเจนที่จำเป็นต่อมนุษย์
แต่เจ้ากรรมที่กฎหมายรีดภาษีดังกล่าวไม่คลอดเสียที แถมยังมีคนมาซื้อกิจการ
Preussag ทำให้เงินอุดหนุนที่ลงในโครงการสาหร่ายมหัศจรรย์ถูกตัดไปด้วย
เมื่อขาดเงินทุน oPA ก็ประสบปัญหาการบริหารงาน เพราะมีกำลังผลิตมหาศาลถึงปีละ
130 ตัน ปีที่แล้วจึงถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ตอนนี้ทำได้เพียงดำเนินกิจการไปวันๆ
รอนักลงทุนเงินหนาผู้เก่งกาจด้านการตลาดและวิสัยทัศน์เป็นเลิศ เกี่ยวกับอนาคตของสาหร่ายสีเขียวสดตัวนี้จะเข้ามาเป็นอัศวินขี่ม้าขาวช่วยชีวิต