|

2 บลจ.ปรับเทคนิค-เปิดกองใหม่รับกระแสคาดครึ่งปีหลังหุ้นกระทิง
ผู้จัดการรายสัปดาห์(21 เมษายน 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
ผู้จัดการกองทุนมองอนาคตตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังสดใส เหตุคาดบริษัทจดทะเบียนยังสร้างกำไรได้ดีและมีเงินฝรั่งไหลเข้า บลจ.ไทยพาณิชย์- บลจ.บีทีปรับเทคนิคการบริหารพอร์ต เปิดกองใหม่ อ้าแขนรับเม็ดเงินใหม่ คาดสร้างผลตอบแทนได้ 10-15%
จากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งไตรมาสแรกของปีนี้ที่ 5% ขณะที่ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยกลับคงที่อยู่ ณ ระดับ 3.25% เท่านั้น ทำให้ผลตอบแทนแท้จริงที่ได้เป็นอัตราที่ติดลบ พูดง่ายๆก็คือ เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนเงินที่ออมไว้แม้จะมีมากำขึ้น แต่กลับซื้อของได้จำนวนที่ลดลง ดังนั้นหนึ่งในทางออกที่น่าสนใจคือ การลงทุนในหุ้นรวมถึงการลงทุนในกองทุนรวมประเภทหุ้น
กำพล อัศวกุลชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นจังหวะดีในการทยอยซื้อหุ้น โดยประเมินว่านับจากนี้จนถึงสิ้นปี ดัชนีหุ้นน่าจะปรับเพิ่มขึ้น 10-15%
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นที่จะดีขึ้น มาจาก 2 ปัจจัย คือ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้น่าจะโตมากกว่า 10% และเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ โดยคาดว่าจะเริ่มเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังจากเดือนมิถุนายนไปแล้ว เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มคลี่คลายและปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยที่ยังต้องจับตามองอย่างระมัดระวังก็คือปัจจัยเรื่องการเมืองซึ่งมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา
ทั้งนี้ในปัจจุบันกองทุนหุ้นทุกกองทุนของ บลจ.ไทยพาณิชย์ มีน้ำหนักอยู่ในหุ้นมากกว่า 95% แล้วโดยลดสัดส่วนการถือครองเงินสดลง
สำหรับกลุ่มหุ้นที่ให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ค้าปลีก และโรงพยาบาล ขณะที่ลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงานลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาขึ้นไปมากแล้ว
ทั้งนี้ตั้งแต่กลางปี 2550 บลจ.ไทยพาณิชย์ เริ่มปรับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนเปิดไทยพาณิชย์เพิ่มผลมั่นคง ให้เป็นแบบเดียวกับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวเอ็มเอไอ ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก ทั้งในตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ประมาณ 30% และ 70% ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ นอกจากนี้จะลงทุนในตราสารอนุพันธ์ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น และภายในปีนี้จะนำกองทุนหุ้นที่มีอยู่มาปรับนโยบายการลงทุนให้เหมือนกองทุนหุ้นระยะยาวที่มีอยู่อีก 5 กองทุน เพื่อรองรับความต้องการลงทุนของนักลงทุน
ขณะที่ด้าน บลจ.บีที ก็ได้เตรียมเปิดขาย“กองทุนเปิดบีที หุ้น ทาร์เก็ต 15/1” ระหว่างวันที่ 21-28 เมษายน 2551 มูลค่า 1 พันล้านบาท มีระยะเวลาลงทุนประมาณ 18 เดือน หรือจะขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยมากกว่า 15% ได้ ทั้งนี้ผู้ถือหน่วยสามารถซื้อ-ขายกองทุนระหว่างทางได้ทุกวันที่ 1 ของทุกเดือน
เจิดพันธุ์ นิธยายน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.บีที มองว่าหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเป็นตัวนำตลาดหลังภาพรวมเศรษฐกิจเติบโต ส่งผลให้มีการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น รวมทั้งหุ้นพลังงาน สื่อสารและอสังหาริมทรัพย์ก็ยังน่าสนใจ
สำหรับกลยุทธ์ของ บีที ก็คือ ถือหุ้นให้น้อยตัวลง โดยได้ปรับพอร์ตหุ้นที่เคยกระจายอยู่ใน 25-30 บริษัท เหลือ 15-20 บริษัท นอกจากนี้ยังมีการหาจังหวะเมื่อหุ้นขึ้นเต็มมูลค่าก็จะขายออก และโยกไปเข้าตัวที่ยังถูกส่งผลให้กองทุนมีผลตอบแทนที่ดีซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ได้ประสบความสำเร็จมาแล้วจาก กองทุนเปิดบีที ไลฟ์ หุ้นทุนเพื่อ การเลี้ยงชีพและกองทุนทุนเปิดบีที ไลฟ์ 70 หุ้นระยะยาวปันผล
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|