เช้าวันเปิดตัวประธานกรรมการบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มหาธนกิจอย่างเป็นทางการ
ขลุกขลักพอควรกับดอกไม้ช่องามที่พนักงานบรรจงติดให้พงส์ สารสิน เพราะช่อที่หนักเกินไปจนห้อยหล่นๆ
ก่อให้เกิดความรำคาญแก่พงส์ตั้งแต่ก้าวแรกจนนั่งแป้นแถลงข่าวร่วมกับสองหนุ่มผู้บริหารระดับสูงอย่างเทพ
รุ่งธนาภิรมย์และมาริษ ท่าราบ ในที่สุดพงส์อดรนทนไม่ไหว ขอให้ถอดออกเพราะไม่ต้องมีช่อดอกไม้ติดอก
ใครๆ ก็รู้ดีว่า สำหรับอดีตรองนายกรัฐมนตรีอย่าง "พงส์" ย่อมเป็นคนพิเศษอยู่แล้ว
พงส์ สารสินรู้จักกับเจริญ สิริวัฒนะภักดี อภิมหาเศรษฐีน้ำเมาเหล้าเบียร์มานานไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี
เคยถือหุ้นในกลุ่มค่ายสุราทิพย์ที่เปิดศึกน้ำเมากับค่ายแม่โขงอย่างยืดเยื้อ
วันเซ็นสัญญายุติสงครามระหว่างแม่โขงกับหงส์ทองในปี 2529 พงส์ สารสินกับเถลิง
เหล่าจินดาเป็นตัวแทนค่ายหงส์ทอง ส่วนค่ายแม่โขงก็นำโดย อุเทน เตชะไพบูลย์
เมื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ของบริษัทสุรามหาราษฎร ซึ่งเป็นบริษัทแม่
โดยมีสุราทิพย์และแสงโสมเป็นบริษัทในเครือ อุเทนเป็นประธานกรรมการ พงส์ย่อมหนีไม่พ้นเป็นประธานกรรมการบริหารขณะนั้น
พันธมิตรธุรกิจของพงส์กับเจริญแนบแน่นขึ้นไปตามผลประโยชน์เมื่อปี 2534 กลุ่มบริษัทสุราทิพย์ของเจริญเข้าเทคโอเวอร์ธนาคารมหานคร
ด้วยการกว้านซื้อหุ้นเพิ่มทุนมูลค่า 2,000 ล้านทั้งหมด ขณะนั้นพงส์ก็นำบริษัทฮอนด้า
(ประเทศไทย) เข้าถือหุ้นเพิ่มจาก 2.17% เป็น 10.51% ติดอันดับผู้ถือหุ้นสูงสุดอันดับหนึ่ง
จากฐานการเงินด้านธนาคาร เจริญสะสมทุนต่อทุน โดยต่อมากลุ่มสุราทิพย์ของเจริญได้เข้าเทคโอเวอร์บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
มหาธนากิจ (FBCF) ซึ่งเดิมชื่อ ธนพัฒนาทรัสต์ ดำเนินงานโดยคนแซ่ตันหรือตันเปงคุน
ที่ทำมาหากินกับฐานลูกค้าชาวจีนมาตั้งแต่ปี 2515 โดยล้างภาพพจน์เดิม และผลักดันให้ขยับฐานจากซับขึ้นเป็นโบรกเกอร์หมายเลข
40 และเตรียมแต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปีหน้า จึงเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น
500 ล้านบาท ที่สามารถขยายธุรกิจได้มากขึ้นจากขนาดกองทุนที่ใหญ่ขึ้น
เพื่อสร้างภาพพจน์ เจริญได้พยายามขอให้พงส์เข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทมานาน
แต่พงส์ก็ยังไม่รับ เพราะอยากจะทำงานน้อยลงแต่ให้เวลาตีกอล์ฟและสะสมของเก่ามากขึ้น
และเป็นไปได้ว่าในวัยใกล้ 70 นี้ พงส์เปรยๆ ว่าอยากจะถอนตัวจากตำแหน่งประธานสปอร์ตคลับที่เป็นมานานที่สุดถึง
18 ปี เหลือไว้เพียงตำแหน่งประธานสโมสรใหม่ที่โอ่อ่า "ราชพฤกษ์"
และงานเบาๆ ในฐานะประธานกรรมการในการประชุมบอร์ดวนเวียนในกิจการไม่ต่ำกว่าห้าสิบแห่ง
เช่น บริษัทไทยน้ำทิพย์ ฮอนด้าคาร์ส์ สยามซินเทค ฯลฯ
"ทั้งปีผมจะประชุมเยอะมาก พรุ่งนี้ก็ต้องไปประชุมอีก วันพฤหัสก็ประชุม
ตามปกติตอนหนุ่มๆ ผมจะมีเวลาทำงานทั้งวัน แต่ตอนนี้อายุ 68 แล้ว ผมจะทำงานแค่ครึ่งวัน
พอเที่ยงผมจะเลิก แล้วกลับไปกินข้าวกับคุณพ่อ เพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะพบกัน
ก็คุยกันเรื่องงานบ้าง พอตกบ่ายผมจะเล่นกอล์ฟที่สปอร์ตคลับ ตกกลางคืนถ้ามีงานก็ไป
แต่ถ้าไม่มีผมจะดูหนังวิดีโอหนังจีน" พงส์เล่าให้ฟังถึงความสุขจากการตีกอล์ฟฝีมือแฮนดิแคป
14 ที่เคยฟลุ้กทำโฮลอินวันได้ถ้วยรางวัล
แต่ในที่สุดพงส์ก็ตกลงเข้ามาเป็นประธานกรรมการบงล.มหาธนกิจ เพราะปีหน้าบริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
โดยเล็งเห็นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อส่วนรวมและส่วนตัว ย่อมเป็นเหตุแห่งการตัดสินใจ
"ในแง่สถาบันการเงิน ผมเป็นประธานกรรมการได้เพียงแห่งเดียว เพราะกฎหมายห้าม
ผมไม่สามารถเป็นกรรมการที่อื่นได้เลย ส่วนที่แบงก์มหานครผมเคยเป็น แต่เขาบังคับให้ออก
แล้วเลือกระหว่างแบงก์กับไฟแนนซ์ ผมเลือกที่นี่เพราะคิดว่ามืออาชีพและมีใบอนุญาตครบ
8 ใบ แต่ผมก็บอกคุณเจริญว่าผมไม่ทำงานนะ เพียงแต่ชี้แนะนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
พงส์เล่าให้ฟัง
เกือบปีที่ผ่านมา เจริญสามารถระดมมืออาชีพระดับสูงมาร่วมงานได้ ได้แก่ เทพ
รุ่งธนาภิรมย์ ที่ลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทยมาทำงานเป็นซีอีโอ
หรือประธานกรรมการบริหารติดตามมาด้วยการได้ตัวมาริษ ท่าราบ และทีมงานบริษัทดีเอสแอดไวเซอรี่ก็เข้ามาร่วมเสริมทีมงานด้านค้าหลักทรัพย์ในฐานะเป็นโบรกเกอร์หมายเลข
40 ตามมาด้วยทีมวิเคราะห์วิจัยที่ได้คนของเชลล์อย่าง บุญเลิศ ว่องพิบูลย์เป็นผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ด้วย
นอกจากนี้เจริญได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากย่านสวนมะลิมาสู่ถนนสีลม ที่โอ่อ่าทันสมัยแบบมีมาตรฐาน
ห้องค้าหลักทรัพย์ทันสมัย ด้วยการลงทุนจ้างบริษัทไมโครเนติควางระบบโปรแกรมแอดวานซ์
บอส โดยเลือกใช้โปรโตคอลชนิดเดคเนทกับเครื่องดิจิตอล 2100 ไว้คอยบริการลูกค้าระดับวีไอพีหรือขาใหญ่
ปีที่แล้วยอดวอลุ่มค้าหลักทรัพย์ของมหาธนกิจสูงถึง 41,102 ล้านบาท เป็นอันดับที่
34 และในครึ่งปีแรกของปีนี้ไต่อันดับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 24 เพราะออเดอร์ที่ได้จากนักลงทุนขาใหญ่ทั้งนิติบุคคลและบุคคลถึง
50%
นักลงทุน "ขาใหญ่" คนหนึ่งของมหาธนกิจก็คือ เจริญ สิริวัฒนภักดีและบริษัทกลุ่มสุราทิพย์ที่มีพอร์ตใหญ่แบบเงินเย็น
ใช้สไตล์ลงทุนระยะยาวและระยะสั้นแบบเก็งกำไรในหุ้นธนาคารพาณิชย์ได้อย่างเร้าใจ
ดูจากกรณีวันที่ตลาดหุ้นผันผวนรุนแรง ภายหลังมีข่าวลือลดค่าเงินบาทจากผลกระทบวิกฤตเม็กซิโก
ขาใหญ่เช่นเสี่ยเจริญกลับสั่งลุยซื้อสวนกระแสตั้งแต่วันที่ 10-13 ม.ค. 38
มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,944 ล้านบาท กลายเป็นว่ามหาธนกิจเป็นโบรกเกอร์เดียวที่มียอดวอลุ่มซื้อสูงสุด
หุ้นที่กว้านซื้อเก็บส่วนใหญ่เป็นหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ ซึ่งราคาปรับลงมาต่ำมาก
เนื่องจากต่างชาติเทขาย
แต่พอราคาหุ้นดีดขึ้นแรงในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เสี่ยเจริญไม่พลาดชิงจังหวะทำกำไร
โดยทยอยระบายหุ้นผ่านโบรกเกอร์ เช่น มหาธนกิจ โบรกเกอร์เบอร์ 40 ซึ่งมียอดขายตั้งแต่วันที่
3-7 ก.ค. 38 มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท โดยเฉพาะวันที่ 5 และ 7 ก.ค.ที่มียอดขายสูงระดับวันละ
1,064 ล้านบาท
หมวกสองใบที่เจริญสวมในตำแหน่งรองประธานกรรมการของมหาธนกิจกับฐานะนักลงทุน
"ขาใหญ่" ที่มีพอร์ตมหาศาล ให้ภาพขัดแย้งด้านผลประโยชน์มากๆ ถ้าหากโบรกเกอร์เบอร์
40 นี้จะนำหุ้น FBCF เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การเชิญพงส์ สารสินมาเป็นประธานจึงช่วยได้มากตรงจุดนี้
ในยุคที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อบรรหาร ศิลปอาชา !!