พงส์ สารสินกับงานเบาๆ "ประธานกรรมการ" อันดับที่ครึ่งร้อย


นิตยสารผู้จัดการ( กันยายน 2538)



กลับสู่หน้าหลัก

เช้าวันเปิดตัวประธานกรรมการบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มหาธนกิจอย่างเป็นทางการ ขลุกขลักพอควรกับดอกไม้ช่องามที่พนักงานบรรจงติดให้พงส์ สารสิน เพราะช่อที่หนักเกินไปจนห้อยหล่นๆ ก่อให้เกิดความรำคาญแก่พงส์ตั้งแต่ก้าวแรกจนนั่งแป้นแถลงข่าวร่วมกับสองหนุ่มผู้บริหารระดับสูงอย่างเทพ รุ่งธนาภิรมย์และมาริษ ท่าราบ ในที่สุดพงส์อดรนทนไม่ไหว ขอให้ถอดออกเพราะไม่ต้องมีช่อดอกไม้ติดอก ใครๆ ก็รู้ดีว่า สำหรับอดีตรองนายกรัฐมนตรีอย่าง "พงส์" ย่อมเป็นคนพิเศษอยู่แล้ว

พงส์ สารสินรู้จักกับเจริญ สิริวัฒนะภักดี อภิมหาเศรษฐีน้ำเมาเหล้าเบียร์มานานไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี เคยถือหุ้นในกลุ่มค่ายสุราทิพย์ที่เปิดศึกน้ำเมากับค่ายแม่โขงอย่างยืดเยื้อ วันเซ็นสัญญายุติสงครามระหว่างแม่โขงกับหงส์ทองในปี 2529 พงส์ สารสินกับเถลิง เหล่าจินดาเป็นตัวแทนค่ายหงส์ทอง ส่วนค่ายแม่โขงก็นำโดย อุเทน เตชะไพบูลย์

เมื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ของบริษัทสุรามหาราษฎร ซึ่งเป็นบริษัทแม่ โดยมีสุราทิพย์และแสงโสมเป็นบริษัทในเครือ อุเทนเป็นประธานกรรมการ พงส์ย่อมหนีไม่พ้นเป็นประธานกรรมการบริหารขณะนั้น

พันธมิตรธุรกิจของพงส์กับเจริญแนบแน่นขึ้นไปตามผลประโยชน์เมื่อปี 2534 กลุ่มบริษัทสุราทิพย์ของเจริญเข้าเทคโอเวอร์ธนาคารมหานคร ด้วยการกว้านซื้อหุ้นเพิ่มทุนมูลค่า 2,000 ล้านทั้งหมด ขณะนั้นพงส์ก็นำบริษัทฮอนด้า (ประเทศไทย) เข้าถือหุ้นเพิ่มจาก 2.17% เป็น 10.51% ติดอันดับผู้ถือหุ้นสูงสุดอันดับหนึ่ง

จากฐานการเงินด้านธนาคาร เจริญสะสมทุนต่อทุน โดยต่อมากลุ่มสุราทิพย์ของเจริญได้เข้าเทคโอเวอร์บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มหาธนากิจ (FBCF) ซึ่งเดิมชื่อ ธนพัฒนาทรัสต์ ดำเนินงานโดยคนแซ่ตันหรือตันเปงคุน ที่ทำมาหากินกับฐานลูกค้าชาวจีนมาตั้งแต่ปี 2515 โดยล้างภาพพจน์เดิม และผลักดันให้ขยับฐานจากซับขึ้นเป็นโบรกเกอร์หมายเลข 40 และเตรียมแต่งตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปีหน้า จึงเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 500 ล้านบาท ที่สามารถขยายธุรกิจได้มากขึ้นจากขนาดกองทุนที่ใหญ่ขึ้น

เพื่อสร้างภาพพจน์ เจริญได้พยายามขอให้พงส์เข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทมานาน แต่พงส์ก็ยังไม่รับ เพราะอยากจะทำงานน้อยลงแต่ให้เวลาตีกอล์ฟและสะสมของเก่ามากขึ้น และเป็นไปได้ว่าในวัยใกล้ 70 นี้ พงส์เปรยๆ ว่าอยากจะถอนตัวจากตำแหน่งประธานสปอร์ตคลับที่เป็นมานานที่สุดถึง 18 ปี เหลือไว้เพียงตำแหน่งประธานสโมสรใหม่ที่โอ่อ่า "ราชพฤกษ์" และงานเบาๆ ในฐานะประธานกรรมการในการประชุมบอร์ดวนเวียนในกิจการไม่ต่ำกว่าห้าสิบแห่ง เช่น บริษัทไทยน้ำทิพย์ ฮอนด้าคาร์ส์ สยามซินเทค ฯลฯ

"ทั้งปีผมจะประชุมเยอะมาก พรุ่งนี้ก็ต้องไปประชุมอีก วันพฤหัสก็ประชุม ตามปกติตอนหนุ่มๆ ผมจะมีเวลาทำงานทั้งวัน แต่ตอนนี้อายุ 68 แล้ว ผมจะทำงานแค่ครึ่งวัน พอเที่ยงผมจะเลิก แล้วกลับไปกินข้าวกับคุณพ่อ เพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะพบกัน ก็คุยกันเรื่องงานบ้าง พอตกบ่ายผมจะเล่นกอล์ฟที่สปอร์ตคลับ ตกกลางคืนถ้ามีงานก็ไป แต่ถ้าไม่มีผมจะดูหนังวิดีโอหนังจีน" พงส์เล่าให้ฟังถึงความสุขจากการตีกอล์ฟฝีมือแฮนดิแคป 14 ที่เคยฟลุ้กทำโฮลอินวันได้ถ้วยรางวัล

แต่ในที่สุดพงส์ก็ตกลงเข้ามาเป็นประธานกรรมการบงล.มหาธนกิจ เพราะปีหน้าบริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเล็งเห็นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อส่วนรวมและส่วนตัว ย่อมเป็นเหตุแห่งการตัดสินใจ

"ในแง่สถาบันการเงิน ผมเป็นประธานกรรมการได้เพียงแห่งเดียว เพราะกฎหมายห้าม ผมไม่สามารถเป็นกรรมการที่อื่นได้เลย ส่วนที่แบงก์มหานครผมเคยเป็น แต่เขาบังคับให้ออก แล้วเลือกระหว่างแบงก์กับไฟแนนซ์ ผมเลือกที่นี่เพราะคิดว่ามืออาชีพและมีใบอนุญาตครบ 8 ใบ แต่ผมก็บอกคุณเจริญว่าผมไม่ทำงานนะ เพียงแต่ชี้แนะนิดหน่อยเท่านั้นเอง" พงส์เล่าให้ฟัง

เกือบปีที่ผ่านมา เจริญสามารถระดมมืออาชีพระดับสูงมาร่วมงานได้ ได้แก่ เทพ รุ่งธนาภิรมย์ ที่ลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทยมาทำงานเป็นซีอีโอ หรือประธานกรรมการบริหารติดตามมาด้วยการได้ตัวมาริษ ท่าราบ และทีมงานบริษัทดีเอสแอดไวเซอรี่ก็เข้ามาร่วมเสริมทีมงานด้านค้าหลักทรัพย์ในฐานะเป็นโบรกเกอร์หมายเลข 40 ตามมาด้วยทีมวิเคราะห์วิจัยที่ได้คนของเชลล์อย่าง บุญเลิศ ว่องพิบูลย์เป็นผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ด้วย

นอกจากนี้เจริญได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากย่านสวนมะลิมาสู่ถนนสีลม ที่โอ่อ่าทันสมัยแบบมีมาตรฐาน ห้องค้าหลักทรัพย์ทันสมัย ด้วยการลงทุนจ้างบริษัทไมโครเนติควางระบบโปรแกรมแอดวานซ์ บอส โดยเลือกใช้โปรโตคอลชนิดเดคเนทกับเครื่องดิจิตอล 2100 ไว้คอยบริการลูกค้าระดับวีไอพีหรือขาใหญ่

ปีที่แล้วยอดวอลุ่มค้าหลักทรัพย์ของมหาธนกิจสูงถึง 41,102 ล้านบาท เป็นอันดับที่ 34 และในครึ่งปีแรกของปีนี้ไต่อันดับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 24 เพราะออเดอร์ที่ได้จากนักลงทุนขาใหญ่ทั้งนิติบุคคลและบุคคลถึง 50%

นักลงทุน "ขาใหญ่" คนหนึ่งของมหาธนกิจก็คือ เจริญ สิริวัฒนภักดีและบริษัทกลุ่มสุราทิพย์ที่มีพอร์ตใหญ่แบบเงินเย็น ใช้สไตล์ลงทุนระยะยาวและระยะสั้นแบบเก็งกำไรในหุ้นธนาคารพาณิชย์ได้อย่างเร้าใจ ดูจากกรณีวันที่ตลาดหุ้นผันผวนรุนแรง ภายหลังมีข่าวลือลดค่าเงินบาทจากผลกระทบวิกฤตเม็กซิโก ขาใหญ่เช่นเสี่ยเจริญกลับสั่งลุยซื้อสวนกระแสตั้งแต่วันที่ 10-13 ม.ค. 38 มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,944 ล้านบาท กลายเป็นว่ามหาธนกิจเป็นโบรกเกอร์เดียวที่มียอดวอลุ่มซื้อสูงสุด หุ้นที่กว้านซื้อเก็บส่วนใหญ่เป็นหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ ซึ่งราคาปรับลงมาต่ำมาก เนื่องจากต่างชาติเทขาย

แต่พอราคาหุ้นดีดขึ้นแรงในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เสี่ยเจริญไม่พลาดชิงจังหวะทำกำไร โดยทยอยระบายหุ้นผ่านโบรกเกอร์ เช่น มหาธนกิจ โบรกเกอร์เบอร์ 40 ซึ่งมียอดขายตั้งแต่วันที่ 3-7 ก.ค. 38 มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท โดยเฉพาะวันที่ 5 และ 7 ก.ค.ที่มียอดขายสูงระดับวันละ 1,064 ล้านบาท

หมวกสองใบที่เจริญสวมในตำแหน่งรองประธานกรรมการของมหาธนกิจกับฐานะนักลงทุน "ขาใหญ่" ที่มีพอร์ตมหาศาล ให้ภาพขัดแย้งด้านผลประโยชน์มากๆ ถ้าหากโบรกเกอร์เบอร์ 40 นี้จะนำหุ้น FBCF เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การเชิญพงส์ สารสินมาเป็นประธานจึงช่วยได้มากตรงจุดนี้ ในยุคที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อบรรหาร ศิลปอาชา !!



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.