|

ซิโน-ไทยปรับโครงการลงทุนหลังราคาวัสดุพุ่ง-งานรัฐทำกำไรหด
ผู้จัดการรายวัน(17 มีนาคม 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
"ซิโน-ไทย" ปรับพอร์ตรับงานก่อสร้าง หลังราคาวัสดุพุ่งแถมรับจ่ายค่าเคล่าช้า ระบุเน้นรับงานภาคเอกชนเพิ่ม ลดงานภาครัฐจาก 70% ให้เหลือ 50% ในปี 2552 เน้นรับงานสร้างกำไรไม่ต่ำกว่า 8% เผยงานรัฐกำไรมากสุดแค่ 5% เผยสนลงทุนอินเดีย
นายวรพันธ์ ช้อนทอง กรรมการรองผู้จัดการ สายงานการเงินและบริหาร บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เปิดเผยว่า จากปัญหาราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาเหล็กที่ขึ้นลงสูงมาก นอกจากนี้หากงานก่อสร้างเป็นของภาครัฐ การจ่ายค่าเคยังมีความล่าช้า 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งทำให้มีกำไรน้อยมาก
นอกจากนี้ บริษัทยังประเมินว่างานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ามักกะสัน-สุวรรณภูมิ (แอร์พอร์ตลิงก์) ขาดทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ล่าช้า รวมไปถึงต้นทุนวัสดุที่ปรับขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯได้ขอขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปอีก 463 วัน เพื่อชดเชยกับการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ รัฐได้ขยายระยะเวลาก่อสร้างให้แก่บริษัทไปแล้ว 180 วัน ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จไม่ทันกำหนดจะต้องถูกปรับวันละ 12 ล้านบาท และจากปัญหาต่างๆ ดังกล่าวเป็นเหตุให้บริษัทมีแผนที่จะปรับโครงสร้าง(พอร์ต)การลงทุนใหม่ทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน รวมไปถึงการชะลอลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย โดยล่าสุดได้ขายโรงแรม ซีโวลา รีสอร์ต บนเกาะพีพี ซึ่งเป็นของบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มน้ำตาลบ้านโป่ง ให้แก่ เอเชีย พาร์ทเนอร์ชิพ ฟันด็ กรุ๊ป (กองทุนญี่ปุ่น) ในราคา 630 ล้านบาท และจะบันทึกกำไรไตรมาสแรกของปี 51 วงเงิน 50 ล้านบาท
โดยแผนหลักจะเน้นที่การรับงานก่อสร้างที่สร้างกำไรมากกว่าแทนงานที่สร้างชื่อเสียง นอกจากนี้ ยังลดสัดส่วนการรับงานภาครัฐลงจาก 70% ในปี 2550 ให้เหลือ 60% ในปีนี้ และเหลือ 50% ในปี 2552 เนื่องจากการรับงานภาครัฐได้กำไรน้อย
"งานภาครัฐ นอกจากจ่ายค่าเคช้าแล้ว หากเราสร้างเสร็จช้า แม้ว่าจะเกิดจากปัญหาส่งมอบพื้นที่หรือบางงานเราต้องเคียร์พื้นที่ก่อสร้างเอง ทำให้เราก่อสร้างไม่ทันหรือช้า รัฐจะไม่รับผิดชอบใดๆ แม้ว่าจะไม่ต้องเสียค่าปรับ แต่การก่อสร้างล่าช้าอาจทำให้เราเสียหายจากการลงทุน จ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม ในขณะที่งานของเอกชนเจ้าของโครงการจะรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ การรับงานรัฐทำกำไรได้ 5% ก็ถือว่าดีมากแล้วในขณะที่รับงานเอกชนเรามีกำไร 9-10% ซึ่งงานใหม่ที่เราจะรับเข้ามาจะเน้นที่สร้างกำไรอย่างน้อย 8% ขึ้นไป" นายวรพันธ์ กล่าวถึงทางออกของบริษัทในขณะนี้
นายวรพันธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อเลือกรับงานมากขึ้นจะส่งผลต่องานที่บริษัทรับเข้ามา โดยที่ในปี 50 วางเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 15,000-16,000 ล้านบาท จากที่ปีที่ผ่านมามีรายได้ 17,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทจะมีกำไรเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับการเข้าประมูลงาน วางแผนเตรียมยื่นประมูลงานรัฐไว้ที่ 10,000 ล้านบาท หรือ 10 โครงการ และงานเอกชน 10,000 ล้านบาทเช่นกัน
สำหรับแผนการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทสนใจลงทุนก่อสร้างในประเทศอินเดีย ภายหลังจากที่ประมูลงานในประเทศกาต้าไม่สำเร็จ โดยในวันนี้ (17 ) ทีมผู้บริหารของบริษัทจะเดินทางไปศึกษาการลงทุนในประเทศอินเดีย โดยการลงทุนจะเป็นการร่วมทุนกับบริษัทในอินเดีย โดยบริษัทสนใจลงทุนประมูลงานก่อสร้างประเภทสาธารณูปโภค รวมถึงโรงงานไฟฟ้า ซึ่งอินเดียมีความต้องการโรงไฟฟ้าเพิ่มปีละ 4 แห่งๆละ 20,000 ล้านบาท
ด้านนายวัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัท คาดว่าจะมีงานก่อสร้างใหม่เข้ามามูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีงานก่อสร้างมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน บริษัท มีงานรับเหมาก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งปีคาดว่าจะทำให้บริษัท มีรายได้ประมาณ 16,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 17,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีอัตรากำไรกว่า 3%
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|