ในขณะที่บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา ของตระกูลจิราธิวัฒน์ กำลังเฟ้นหามืออาชีพเข้ามาร่วมทีมทางด้านงานพัฒนาที่ดินมืออาชีพคนหนึ่งของตระกูลคือ
"สุทธิพงษ์ จิราธิวัฒน์" ก็กำลังบุกไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งในนามของบริษัทเวฟ
ดีเวลลอปเม้นท์ บริษัทซึ่งเซ็นทรัลพัฒนาไม่มีส่วนเอี่ยวด้วย
บริษัทเวฟก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2535 ในช่วงปีที่ใครๆ ก็คาดคิดว่าวัฏจักรของการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะต้องกลับมาบูมอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน
นโยบายของบริษัทในช่วงนั้นจึงได้เน้นไปยังสร้างโครงการเพื่อขาย และการสร้างโครงการให้เช่าในย่านธุรกิจใจกลางเมืองโดยต่อเนื่อง
มาในปีนี้ ในขณะที่หลายบริษัทปรับเปลี่ยนนโยบายในการทำธุรกิจกันยกใหญ่รวมทั้งแสวงหาช่องทางใหม่ๆ
ในการทำธุรกิจเพื่อความอยู่รอด สุทธิพงษ์กลับประกาศจะเปิดตัวใหม่อีก 4 โครงการ
ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาที่ดินในย่านใจกลางเมืองตามแนวนโยบายเดิมตั้งแต่เริ่มเปิดตัวบริษัททั้งสิ้น
โครงการแรกคือเวฟทาวเวอร์บนถนนวิทยุติดกับธนาคารกรุงศรีอยุธยาสำนักงานใหญ่ในปัจจุบัน
ที่ดินแปลงนี้เดิมเป็นสถานฑูตสเปน มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ทางบริษัทไปทำสัญญาเช่า
33 ปี โดยต้องการจะสร้างเป็นอาคารสำนักงานสูง 28 ชั้น ขณะนี้อยู่ในช่วงการทำฐานรากโดยจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี
2541
โครงการที่ 2 คือการเข้าไปรับงานบริหารโครงการสร้างสำนักงานใหญ่ให้กับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนสยามบนถนนหลังสวน
งานบริหารโครงการนับเป็นงานใหม่อีกสาขาหนึ่งของเวฟที่เริ่มขึ้นในปี 2539
นี้ ลักษณะงานจะเริ่มตั้งแต่การจัดหาที่ดินสร้างโครงการ การออกแบบ รับเหมาก่อสร้างจนกระทั่งวางแผนทางด้านการตลาดเพื่อขายพื้นที่อาคาร
"ที่ดินตรงหลังสวนประมาณ 2 เศษนี้ไร่นี้ เป็นที่ดินที่ทางเราซื้อไว้แล้วตั้งใจจะทำโครงการที่พักอาศัย
พอดีทางธนสยามเขาติดต่อมาบอกว่าอยากได้ที่ย่านนี้สร้างสำนักงานใหญ่ เราเลยเสนอขาย
และเสนอตัวเข้าไปบริหารโครงการให้ด้วย ซึ่งทางเขาก็ตกลง"
สุทธิพงษ์ เล่าให้ "ผู้จัดการฟัง" อาคารสำนักงานของธนสยามนี้มีความสูงประมาณ
25 ชั้นการก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2540
ส่วนอีก 2 โครงการจะเปิดตัวกลางปีนี้ เป็นโครงการที่พักอาศัยบนถนนสุขุมวิท
แม้ตลาดที่พักอาศัย และอาคารสำนักงานที่เป็นโครงการหลักสำคัญของบริษัท
จะเป็นโครงการประเภทที่มีการแข่งขันกันสูงมากก็ตามสุทธิพงษ์ยังยืนยันว่า
สินค้าคุณภาพดีราคาเหมาะสมในใจกลางเมืองยังขายได้
"แต่สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนทุกคนต้องยอมรับก็คือในสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้การขายต้องใช้เวลานานออกไป
จากที่เคยใช้เวลาเพียง 1 ปีก็อาจจะต้องเพิ่มเป็น 2-3 ปี หลักการง่ายๆ เมื่อเป็นอย่างนี้คุณก็ต้องบริหารการเงินให้ดี
สายป่านต้องยาวมันก็อยู่ได้"
สุทธิพงษ์เป็นนักพัฒนาที่ดินรายหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการหาที่ดินย่านถนนวิทยุ
และหลังสวน หลายโครงการของเขาได้ทำเลที่ดีบริเวณนี้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นทำเลที่ดี
แต่อุปสรรคสำคัญอยู่ที่ว่ายังคงเหลือที่ดินอยู่เพียงไม่กี่แปลงดังนั้นเจ้าของที่ดินเลยตั้งราคาไว้ค่อนข้างสูงมากเขาให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า
"ตราบใดที่ราคาค่าเช่าออฟฟิศในบ้านเรายังอยู่ที่ตารางเมตรละไม่เกิน
700 บาทอย่างนี้ การซื้อราคาที่ดินแพงเกินไปก็ไม่คุ้ม แต่เมื่อไหร่ที่ค่าเช่าสูงถึง
1,000 บาทต่อตารางเมตรราคาที่ดินก็อาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีกได้"
สุทธิพงษ์กล่าวว่าราคาที่ดินติดถนนย่านนี้จะซื้อขายประมาณ 5 แสนบาทต่อตารางวา
ส่วนช่องทางในการพัฒนาโครงการในรูปแบบอื่นๆ นั้นเขายืนยันว่ายังไม่พร้อม
และต้องการสร้างความชำนาญเฉพาะด้านเสียก่อน รวมทั้งการผลึกกำลังร่วมกับค่ายอื่นๆ
อย่างเช่นกับค่ายเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งเป็นจิราธิวัฒน์ด้วยกันนั้น สุทธิพงษ์ให้ความเห็นว่าคงร่วมมือเกิดขึ้นได้ยาก
เพราะนโยบายของเซ็นทรัลพัฒนาจะเน้นทำเลย่านชานเมืองมากกว่า ในขณะที่ของเวฟต้องการสร้างความชำนาญในเมืองอย่างต่อเนื่อง
สำหรับโครงการที่กำลังก่อสร้างของบริษัทในขณะนี้ก็คือ โครงการเวฟเพลส อาคารสำนักงานสูง
21 ชั้นบนถนนวิทยุตัดกับถนนเพลินจิตเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ประมาณกลางปีนี้
และโครงการพักอาศัยหลังสวนวิลล์สูง 39 ชั้น ที่จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์กลางปี
2539 เช่นกัน
ถึงวันนี้ในภาระหน้าที่รับผิดชอบสุทธิพงษ์คงไม่หวนกลับคืนค่ายเซ็นทรัล
ระยะเวลาหลายปีที่เขาบ่มเพาะประสบการณ์ในการทำธุรกิจที่ดิน หลังจากจบปริญญาโทสาขาการตลาดจากมหาวิทยาลัยโรดไอส์แลนด์สหรัฐอเมริกา
โดยเริ่มที่ตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการในบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา การเข้าไปร่วมงานทางด้านพัฒนาที่ดินกับปิ่น
จักกะพาก ในบริษัทเอกโฮลดิ้ง การเข้าไปเป็นกรรมการในบริษัทปลาแดง คอมเพล็กซ์จำกัด
บริษัทท่าจีน หรือ บริษัทเวลโฮลดิ้ง
รวมทั้งการได้บริหารความคิดทางด้านเรียลเอสเตทกับมืออาชีพอย่างอนันต์ อัศวโภคินผู้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเวฟคนหนึ่ง
ในนามของบริษัทแปซิฟิค เรียลเอสเตททำให้หนทางของสุทธิพงษ์คนหนุ่มวัย 36 ปีนี้มีทีท่าว่าจะไปได้ไกลบนถนนสายนี้อีกนานทีเดียว