หม่อมหลวง ตรีทศยุทธ เทวกุล การกลับมาที่ไม่ธรรมดา

โดย อรวรรณ บัณฑิตกุล
นิตยสารผู้จัดการ( กุมภาพันธ์ 2539)



กลับสู่หน้าหลัก

การกลับสู่สนามเรียลเอสเตทครั้งใหม่ของหม่อมหลวงตรีทศยุทธ เทวกุล เป็นเรื่องสั่น สะเทือนวงการธุรกิจไม่น้อย

เพราะนอกจากการขายโครงการที่อยู่อาศัยในแนวความคิดใหม๋แล้ว

มาคราวนี้เขากลายเป็นผู้เทกโอเวอร์ "สยามโพสต์" หนังสือพิมพ์ที่กำลังเป็น "ของร้อนประจำปี"อีกด้วย

ทำไมเขาถึงกลับมา เพื่ออะไร และเขาวางยุทธศาสตร์การสู้รบไว้อย่างไร ?

การขายบริษัทโมเบลกส์ ยูไอซีของหม่อมหลวงตรียุทธ เทวถุล เจ้าของโรงแรมภูเก็ต ยอช์ทคลับ และโรงแรมเลอเมอริเดียนที่ภูเก็ตให้กับ วินัย พงศธร แห่งบริษัทเฟิร์สท์ แปซิฟิคแลนด์จำกัด(มหาชน) เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมานั้นทำให้คิดกันไปว่า คงถึงเวลาที่สถาปนิกนักพัฒนาที่ดินคนนี้จะปิดฉากงานทางด้านพัฒนาที่ดิน และใช้ชีวิตที่เรียบง่ายในบ้านพักริมหาดกะตะน้อยจังหวัดภูเก็ตเสียที

แต่เมื่อต้นปี 2539 นี้เองหม่อมตรีกลับประกาศตัวกลับคืนสังเวียนการพัฒนาที่ดินอีกครั้งหนึ่ง

"ผมก็เคยคิดว่าจะหยุดทำงานทางด้านพัฒนาที่ดินเหมือนกันเพราะเศรษฐกิจทุกวันนี้ไม่ดี แต่พอมองดูแล้วเห็นว่าทุกวันนี้บ้านเมืองเราพัฒนาไปในแนวที่ไม่ค่อยดีนักอยู่เฉยก็คงไม่ได้แล้ว"

การกลับมาครั้งนี้ได้มีการเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ เปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหม่ และเพิ่มทุนจดทะเบียนขึ้นเป็น 500 ล้านบาท พร้อมๆกับดึงตัวลูกน้องมือดีหลายคนที่แตกกระจายไปตั้งแต่เมื่อครั้งขายบริษัทโมเบลกส์ ยูไอซีให้กลับมารวมพล เพื่อบุกงานทางด้านพัฒนาที่ดินอีกครั้งภายใต้ชื่อ "บริษัทตรีทศ ทรีเจเนอเรชั่น"

ผู้ถือหุ้นของบริษัทตรีทศ ทรี-เจเนอเรชั่น จะประกอบไปด้วยหม่อมตรี ถือในนามบริษัทโมเบลกส์จำกัด บริษัทเก่าแก่ของหม่อมตรีเองจำนวน 70 % ,กฤตย์ รัตนรักษ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารศรีอยุธยาถือหุ้นในนามบริษัท ซุปเปอร์ แอสเซทส์ จำกัด 20% , สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์และชาตรี โสภณพนิช ถือหุ้นกันอีกฝ่ายละ 5 %

ทั้งกฤตย์ ชาตรี และทรัพย์สินส่วนพระองค์ ล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มผู้ที่มีแหล่งเม็ดเงิน และเม็ดดินมากมายมหาศาล ในขณะเดียวกันหม่อมหลวงตรีทศยุทธก็คือสถาปนิกนักพัฒนาที่ดินคนหนึ่งซึ่งมีแนวคิดใหม่ๆ ในการทำโครงการอยู่เสมอ

การผนึกกำลังร่วมกันครั้งนี้จึงน่าสนใจทีเดียว

และภายใต้การทำงานของผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่โครงการ "ตรีทศ ทรี-เจเนอเรชั่นสกูลวิลเลจ"ก็ได้เกิดขึ้น

โครงการดังกล่าวเป็นโรงเรียนในแนวความคิดที่แปลกใหม่จริงๆ เพราะโรงเรียนนี้จะเข้าไปศึกษาได้ผู้ปกครองต้องมีเงินเสียค่าสมาชิกๆ ละ 3 ล้านบาท

สมาชิกทั่วไปจะมีสิทธิ์ส่งบุตร-ธิดาเข้ามาศึกษาได้ 1 คน โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องผ่อนดาวน์ 30 % ในระยะเวลาประมาณ 18 เดือน ที่เหลือผ่อนต่อกับทางธนาคารกรุงเทพฯ เป็นจำนวนเงินต่อเดือนเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาว่าจะใช้เวลากี่ปีและต้องเสียค่าเล่าเรียนอีกปีละประมาณ 2 แสนบาท

สมาชิกนี้มีสิทธิ์ขายต่อได้ ซึ่งอาจจะขายคืนให้กับบริษัทหรือผู้สนใจทั่วไปได้โดยวางไว้ว่าจะมีจำนวนสมาชิกทั้งหมดประมาณ 1,200 คน ดังนั้นนอกจากเป็นการซื้อสมาชิกเพื่อเป็นการลงทุนทางด้านการศึกษาแล้ว ทางโครงการยังมั่นใจว่าเป็นการลงทุนที่มั่นคงทางการเงินในแง่ของหลักทรัพย์และสิ่งตอบแทนอีกด้วย

ที่ต่างไปจากโรงเรียนทั่วไปอีกก็คือเป็นโรงเรียนประจำที่ส่งเสริมให้ผู้ปกครองเข้ามาพักอาศัยร่วมกันกับนักเรียน ในโรงเรียนจึงมีทั้งส่วน ของการศึกษา และส่วนของที่ พักอาศัย สำหรับผู้ซื้อสมาชิกจะมีสิทธิ์ได้ที่พักอาศัยอีก 1 ยู-นิต โดยโรงเรียนจะสร้างที่พักแบบโลว์ไรท์คอนโดมิเนียม ยูนิตละ 2 ห้องนอนจำนวนประมาณ 1,000 ยูนิตไว้ให้อีก ด้วย รวมทั้งมีศูนย์ชุมชน แหล่งจับจ่าย หอประชุมและเวทีกลางแจ้ง และแหล่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ สำหรับชุมชนกว่า 2,000 คน

ถ้าจะมองกันในมุมมองหนึ่งก็คือการขายโครงการที่อยู่อาศัยอีกรูปแบบหนึ่ง ก็อาจจะไม่ผิดนัก

โรงเรียนตรีทศ ทรี-เจเนอเรชั่นนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริมท่ามกลางขุนเขาและแนวไม้ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 20 กิโลเมตร ในพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ โรงเรียนนี้ไม่ใช่โรงเรียนนานาชาติ เพราะหลักสูตรการสอนมีทั้งหลักสูตรภาษาไทยตามมาตรฐานกระทรวงศึกษาธิการ และหลักสูตรภาษาอังกฤษตามระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา

"ทุกวันนี้การอยู่ร่วมกันแบบสังคมไทยในสมัยก่อนทำได้ยากขึ้นทุกที เพราะวิถีการใช้ชีวิตของคนได้เปลี่ยนไป โรงเรียนที่นี่เปิดโอกาสให้พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายมาอาศัยในโรงเรียนกับลูกหลานได้เพื่อใช้ชีวิตร่วมกัน" ม.ล.ตรีทศยุทธพูดถึงแนวความคิดในการทำโรงเรียน

โครงการนี้จะเปิดบริการได้ในปี 2540 ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าในปีการศึกษาแรกจะมีนักเรียนประมาณ 400-500 คน โดยมีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์เป็นประธานกรรมการการปกครองส่วนคณะกรรมการปกครองท่านอื่นๆ ก็เช่น คุณหญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ อมเรศ สศิลาอ่อน ดิลกมหาดำรงกุล เป็นต้น

คงต้องคอยดูกันว่าจากแนวความคิดการอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุขของคน 3 รุ่นที่ทางหม่อมตรีได้นำเสนอออกสู่ตลาดในรูปแบบของโรงเรียนนั้นได้รับการตอบสนองจากคนในสังคมนี้เป็นอย่างไร

แต่หากโครงการนี้สำเร็จโครงการตรีทศ ทรี-เจเนอเรชั่น แห่งที่ 2 ในระดับมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นแน่นอน ในที่ดินบนเกาะภูเก็ต

โครงการตรีทศ ทรี-เจเนอเรชั่นนับเป็นโครงการแรกของการกลับมาของหม่อมตรี

แต่แล้วก็มีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อหม่อมตรีและบริษัทตรีทศ ทรี-เจเนอเรชั่นเทกโอเวอร์หนังสือพิมพ์"สยามโพสต์"รายวัน หนังสือพิมพ์ที่อยู่ในช่วง "ร้อน" ที่ สุดทั้งในแง่การเสนอข่าวและผลประกอบการ

จากสถาปนิก ก้าวสู่ความเป็นนักพัฒนาที่ดินมาหลายสิบปี วันนี้การรุกเข้าธุรกิจสิ่งพิมพ์ในยุคที่การแข่งขันเข้มข้นไม่แพ้ธุรกิจอื่นๆ เป็นเรื่องที่ใครๆ สงสัย (อ่านในล้อมกรอบ)

ส่วนงานทางด้านพัฒนาที่ดินในรูปแบบใหม่นั้นขณะนี้หม่อมตรี กำลังให้ความสนใจกับซิตี้คอนโด หรือคอนโดมิเนียมในเมือง โดยที่เมื่อปีที่แล้วได้ทำโครงการ สมาร์ทลีฟวิ่ง บนถนนศรีอยุธยาซอย 10 ในพื้นที่ 283 ตารางวา เป็นคอนโดขนาดเล็กเพียง 44 ยูนิต ขนาด 60-90 ตารางเมตรต่อยูนิต ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายคือกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน และเป็นรูปแบบคอนโดที่ผุดโผล่ขึ้นมากมายเมื่อประมาณ 1-2 ปีที่ผ่านมา จนถึงปีนี้นักพัฒนาที่ดินหลายรายบอกว่ามันเริ่มจะโอเวอร์ซัฟพลายกันอีกแล้ว

อย่างไรก็ตามความมั่นใจในตลาดว่ายังมีความต้องการแน่นอนยังคงมีอยู่สูง ซิตี้คอนโดจึงเป็นรูปแบบหนึ่งในการพัฒนาที่ดินของบริษัท ตรีทศฯ และในเร็วๆ นี้สมาร์ทลีฟวิ่งแห่งที่ 2 บนถนนสุขุมวิทจะเกิดขึ้น

อีกโครงการหนึ่งที่หม่อมตรีกำลังหาที่ดินและจะเปิดตัวในปีนี้เช่นกันคือ ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ เป็นโครงการคอนโดมีเนียม ที่ห้องไม่ใหญ่นัก แต่ต้องมีพื้นที่สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกมากเป็นพิเศษในโครงการจะประกอบไปด้วยคลีนิกซึ่งมีหมอประจำคอยดู และมีที่ออกกำลังกายของผู้สูงอายุ

"อาจจะมีวัดอยู่ข้างบนเลยก็ได้" หม่อมตรีพูดพลางหัวเราะ สำหรับพื้นที่ตั้งโครงการนี้ต้องการคือที่ดินริมแม่น้ำประมาณ 8-10 ไร่ในย่านฝั่งธนซึ่งยังมีราคาที่ดินไม่แพงนักและหาที่ดินได้ง่ายกว่าฝั่งพระนคร

นอกจากโครงการพัฒนาที่ดินดังกล่าวแล้วในขณะนี้หม่อมตรีกำลังรอใบอนุญาตเรือด่วน ซึ่งถ้าสำเร็จก็หมายความว่าจะเป็นเจ้าของเรือด่วนรายที่ 3 ที่วิ่งในแม่น้ำเจ้าพระยานอกเหนือจากบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา และบริษัทแหลมทอง เพียงแต่ว่าเรือด่วนของหม่อมตรี จะเป็นเรือด่วนที่เน้นความสวยงามและสะดวกสบายในราคาที่อาจจะแพงกว่าเรือด่วนทั้ง 2 เจ้าที่มีอยู่แล้ว

"จะเป็นแนวความคิดเดียวกับไมโครบัส ของเราก็เป็นไมโครโบท แพงหน่อยอาจจะติดแอร์ด้วยลงทุนเฉพาะตัวเรือก็ประมาณ 2-300 ล้านบาท" ในเรื่องของเรือด่วนขณะนี้ได้ตั้งบริษัทขึ้นมาแล้วชื่อบริษัทไมโครโบทซึ่งคาดว่าจะมีผู้ร่วมทุนประมาณ 3-4 กลุ่มหุ้นส่วนที่แน่นอนแล้วรายหนึ่งคือธนาคารกสิกรไทย

"ธนาคารกสิกรไทยมีสำนักงานใหญ่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านถนนพระรามที่ 3 มีคอนโดที่พักอาศัยที่ทำขายให้พนักงานในย่านใกล้ๆ กัน โครงการเรือด่วนนี้ก็จะได้เป็นการบริการพนักงานของเขาด้วย"

หม่อมตรีอธิบายถึงเหตุผลการเข้ามาถือหุ้นของธนาคารกสิกรไทย ส่วนสาเหตุส่วนตัวที่เข้ามาทำธุรกิจนี้เป็นเพราะว่าตนเป็นคนรักธรรมชาติ และต้องการส่งเสริมให้คนเดินทางโดยทางเรือมากขึ้น

การกลับเข้ามาครั้งนี้หม่อมตรีต้องเรียกทีมงานที่เคยอยู่ร่วมกันมานับ 10 ปีกลับมาหลายคนเพราะช่วงที่ขายบริษัทโมเบลกส์ ยูไอซีให้กับวินัยนั้นพนักงานหลายคนต้องออกไปด้วย

มือขวาคนสำคัญคนหนึ่งคือวรวุฒิ วรรณชัยวงศ์ ผู้จัดการทั่วไปบริษัทโมเบลกส์ ยูไอซีในสมัยนั้นต้องออกไปเป็นผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทคริสเตียนี แอนด์ นีลเส็น(ประเทศไทย) จำกัด มหาชน หลังจากทำที่ใหม่ได้ปีกว่าหม่อมตรีก็ ชวนกลับมาร่วมงานกันใหม่โดยดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทตรีทศ ทรี-เจอเนอเรชั่นคนปัจจุบัน

เช่นเดียวกับวิไล ศรีรัตนสถาวรที่ดูแลทางฝ่ายบัญชีและการเงิน ซึ่งออกไปอยู่ที่เฟิร์สท์ แปซิฟิก และบริษัทคริสเตียนีแอนด์ นีลเส็นกลับมาด้วย เธอบอกกับ "ผู้จัดการรายเดือน" ว่า

"ตอนแรกที่ออกกันไปเพราะไม่คิดว่าหม่อมท่านจะมาทำโครงการใหญ่ๆ อีก"

นอกจากทีมงานเก่าๆที่มากไปด้วยประสบการณ์แล้ว แล้วปัจจุบันงานขายโครงการเป็นหัวใจสำคัญของบริษัทในช่วงที่มีการแข่งขันกันสูงอย่างมากทีมงานฝ่ายขายวัยหนุ่ม-สาวที่เพิ่งเข้ามาร่วมงานเป็นส่วนหนึ่งที่จะตัดสินความก้าวหน้าบริษัทเช่นกัน

แหล่งเงิน ที่ดิน ทีมงานพร้อมผสมผสานไปกับความเป็นสถาปนิกนักคิดอย่างหม่อมตรี เป็นฐานสำคัญในการเติบโตของบริษัทประกอบกับนโยบายที่หม่อมตรีกล่าวว่า คงไม่จำเป็นต้องโตแบบก้าวกระโดดแบบบริษัทอื่นๆ แต่ค่อยเป็นค่อยไปทีละโครงการเท่านั้น

ภาพลักษณ์ของหม่อมตรีและบริษัทตรีทศ ทรี-เจเนอเรชั่นจึงดูเงียบสงบและเคร่งขรึมไม่ก้าวร้าว ตามสไตล์ของผู้ถือหุ้นใหญ่

แต่การซื้อ "สยามโพสต์" แทบจะเป็นสิ่งตรงข้ามกับที่เขาทำมา

การกลับมาครั้งนี้ของหม่อมตรีจึงไม่ธรรมดาเสียเลย



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.