|

กระดาษยิ้มได้ที่ "555 Paperplus"
โดย
สุภัทธา สุขชู
นิตยสารผู้จัดการ( กุมภาพันธ์ 2551)
กลับสู่หน้าหลัก
ร้านขายกระดาษเขียนจดหมาย ภายในตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนน่ารักๆ มีกระดาษและซองจดหมายลวดลายการ์ตูนสีสันสดใสหลากหลายรูปแบบเรียงรายจนลานตา เห็นแล้วแทบไม่อยากเชื่อว่า นี่เป็นผลิตภัณฑ์จากกลุ่มบริษัทเดียวกับซองจดหมายยี่ห้อ "สีทอง 555" จนได้เห็นชื่อร้าน "555 Paperplus"
ด้วยลวดลายที่น่ารักเข้าตาโดนใจวัยรุ่น กระดาษจดหมายของร้าน 555 Paperplus จึงมักไม่ได้ถูกใช้เพื่อการเขียนจดหมาย แต่มักถูกนำไปใช้ในรูปแบบอื่นๆ เช่น กระดาษเขียนกลอน ใช้เป็นการ์ด ทำเป็นปกรายงาน ฯลฯ แต่ที่ดูเหมือนว่าวัยรุ่นจะนิยมมากก็คือเป็นกระดาษสำหรับเขียน "เฟรนด์ชิพ"
มีกระดาษบางลายที่ทีมออกแบบตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าได้นำไปใช้ประโยชน์ในวัตถุประสงค์อื่นได้ด้วย เช่น กระดาษลายกาแฟและคุกกี้ เหมาะที่จะเอาไปใช้ทำเมนูเครื่องดื่มในร้านกาแฟ กระดาษลายบันไดงู หากมีลูกเต๋าก็เล่นเกมได้ด้วย หรือกระดาษลายประกาศนียบัตรที่เพียงแค่พิมพ์รายละเอียดเข้าไป กระดาษแผ่นนั้นก็กลายเป็นประกาศนียบัตรได้เลย ฯลฯ
เหล่านี้ถือเป็น value creation ที่ 555 Paperplus พยายามใส่ลงไปบนแผ่นกระดาษแต่ละใบ โดยหลายไอเดียเป็นของลูกค้าที่มาถามหาจากที่ร้าน แล้วทีมออกแบบก็จะนำความต้องการนั้นไปพัฒนา
ไม่เพียงกระดาษเขียนจดหมาย ภายในร้านยังเต็มไปด้วยสินค้าอื่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซองใส่ CD การ์ดอวยพร pop-up card ถุงกระดาษ ที่คั่นหนังสือ สติ๊กเกอร์ magnet ติดตู้เย็น แฟ้มเอกสาร ปฏิทิน กล่องของขวัญ รวมถึงสินค้า DIY อีกหลายรายการ ฯลฯ
"เรามี item ในร้านเป็นหลักหมื่น เพราะลำพังการเขียนจดหมายของวัยรุ่น ทุกวันนี้มันน้อยลง เราก็เลยต้องพยายามตอบสนองความต้องการใช้งานผ่านสินค้าอย่างอื่น" อมรรัตน์ เลิศสีทอง น้องคนที่ 3 ของตระกูล ผู้ดูแลบริษัท 555 Paperplus กล่าวเป็นการแนะนำร้านซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 10 สาขาในกรุงเทพฯ
นอกจากความหลากหลายของสินค้า อีกแนวทางการต่อยอดธุรกิจที่ทีมออกแบบใช้ก็คือ การพัฒนาคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนที่มีบุคลิกน่ารักและเอกลักษณ์เฉพาะขึ้นมาให้เป็นขวัญใจวัยรุ่น เพราะนั่นหมายถึงคอลเลกชั่นของสินค้าที่จะตามมาได้อีกมากมาย
จากการ์ตูนลายเส้นรุ่นพ่อ .... "น้องแว่น" คาแร็กเตอร์การ์ตูนเด็กผู้หญิงน่ารักสดใส อารมณ์ดี มีเอกลักษณ์ตรงที่มีแว่นใหญ่ เป็นตัวการ์ตูนที่แม้จะออกแบบมามากกว่า 5 ปีแล้ว แต่ทุกวันนี้สินค้าลายน้องแว่นก็ยังขายได้ขายดี จนได้โก-อินเตอร์ไปสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้แล้ว
อนาคตอันใกล้สำหรับคาแร็กเตอร์การ์ตูนหรือรูปสัตว์ตัวไหนที่มีความน่ารักและมีตัวตนที่แข็งแรงมากๆ จะถูกนำไปขายเป็น license ให้บริษัทผลิตสินค้าอย่างอื่นได้นำไปใช้พิมพ์เป็นลวดลายได้ ทุกวันนี้ตัวการ์ตูนที่เป็นคาแร็กเตอร์ที่วางขายอยู่ในร้าน 555 Paperplus อยู่ราว 20 ตัว ทุกตัวจดลิขสิทธิ์ไว้หมดแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นตัวการ์ตูนที่เป็นคาแร็กเตอร์และการ์ตูนสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหมี ไก่ หรือหมู ฯลฯ ทุกตัวล้วนถูกใส่ "DNA ความเป็น 555 Paperplus" ซ่อนเอาไว้โดยจะรับรู้ได้จากความรู้สึกของลูกค้า ทันทีที่เห็นสินค้าลายการ์ตูนอารมณ์ดีเหล่านี้หลายคนมักจะแอบอมยิ้ม บ้างก็ยิ้มกว้างอย่างไม่รู้ตัว
ขณะที่กลุ่มลูกค้าของ "ซอง 555" เป็นกลุ่มบริษัท โรงพิมพ์ และห้างร้าน กลุ่มลูกค้าของ 555 Paperplus ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบุคคลและก็มีบางองค์กรที่ชอบเรื่องดีไซน์ที่แตกต่าง ขณะที่ "ซอง 555" ขายเป็น mass product สินค้าของ 555 Paperplus ขายเป็นชิ้นหรือขายแบบชั่งน้ำหนัก
ด้วย value creation ที่ใส่ลงไปในสินค้าแต่ละชิ้นของ 555 Paperplus ว่ากันว่าอาจต้องขาย "ซอง 555" ให้ได้ 500 ซอง ถึงจะได้กำไรเท่ากับขาย 555 Paperplus บางชิ้นเพียงแค่ชิ้นเดียว ...ปัจจุบันยอดขายของ 555 Paperplus คิดเป็น 25% ของรายได้ของบริษัททั้งหมด หรือราวๆ 50 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา
โดยทั่วไปธุรกิจกระดาษเขียนจดหมายมักกลายเป็นเหยื่อของยุค digital technology ที่ถาโถมกลืนกิน "สินค้า analog lifestyle" จนหายไปสิ้น แต่สำหรับ 555 Paperplus วันนี้พวกเขากระโจนกลับขึ้นไปขี่กระแสดิจิตอลอย่างมีชัยชนะ ในอนาคต พวกเขาจะมีบริการให้ดาวน์โหลด icon ที่เป็นคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนของบริษัทไปเป็น wallpaper หรือ e-card ฯลฯ
บางเคสก็ให้บริการฟรีเฉพาะผู้ที่มีบัตรสมาชิกของร้าน บางเคสก็ให้สิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่ซื้อสินค้าครบตามจำนวน ส่วนบางเคสก็เรียกเก็บเงินค่าบริการบ้าง... เรียกว่าในอนาคตอันใกล้ช่องทางอินเทอร์เน็ตก็จะกลายเป็นอีกแหล่งรายได้ของ 555 Paperplus ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ showroom อีกต่อไป
"จริงๆ เราก็อยากให้ลูกค้าของเราเอากระดาษของเราไปเขียนจดหมาย เพราะจดหมายมันมีเสน่ห์มนต์ขลังมากกว่า อย่างถ้าพรุ่งนี้เราได้อีเมลจากเพื่อน มันก็เป็นเรื่องธรรมดามากๆ แต่ ถ้าพรุ่งนี้เราได้จดหมายจากเพื่อนเขียนส่งมาให้ ความรู้สึกมันต่างกันเลย จดหมายมันผูกพันกันมากกว่า" อมรรัตน์กล่าวพร้อมกับเตือนตัวเองว่าไม่ได้เขียนจดหมายมานานแล้ว
...แล้วคุณล่ะ!! นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เขียนจดหมายถึงใครสักคนที่คิดถึง
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|