|

ตลาดรับสร้างบ้านปี51ราคา20ล.ขึ้นเริ่มฟื้นตัว
ผู้จัดการรายวัน(27 ธันวาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
ตลาดรับสร้างบ้านปี51ผู้บริโภคมั่นใจ หลังมาตรฐานผู้ประกอบการรับสร้างเริ่มดีขึ้น ผู้บริหารพีดีเฮ้าส์ฯระบุลูกค้าตลาดรับสร้างบ้านระดับบนราคา20-50ล้านบาทหันสร้างบ้านเองเพิ่มขึ้น จากเดิมนิยมซื้อบ้านจัดสรร-ที่ดินเปล่าและจ้างออกแบบบ้าน ก่อนจ้างรับเหมาก่อสร้าง เชื่อบริษัทรับสร้างบ้าน ดึงบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพเสริมการแข่งขัน
นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานกรรมการ บริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลอป จำกัด (พีดีเฮ้าส์) เปิดเผยถึง แนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านปี2551ว่า ตลาดจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะบ้านระดับล่าง-กลางอย่างที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคตลาดบนเริ่มต้องการสร้างบ้านราคา 20 -50 ล้านบาท หันมาเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน โดยเลือกปลูกสร้างตามแบบบ้านมาตรฐานของบริษัทที่นิยม สังเกตจากการจัดงานงานรับสร้างบ้าน 2007 ที่ผ่านมา มีลูกค้าปลูกสร้างบ้านหลังละหลายสิบล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผู้ประกอบการรับสร้างบ้านมากขึ้น ประกอบกับบริษัทรับสร้างบ้าน มีการพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างพึงพอใจ จากเดิมกลุ่มลูกค้าบ้านหรูหรือระดับราคาหลายสิบล้าน มักจะนิยมว่าจ้างออกแบบก่อน จากนั้นจึงหาผู้รับเหมามาประมูลงานก่อสร้าง แต่ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านมากขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าผู้ประกอบการที่แข่งขันอยู่ในตลาดรับสร้างบ้าน จะพัฒนารูปแบบการแข่งขันอย่างเป็นระบบและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นตามลำดับ โดยประเมินว่าผู้ประกอบการระดับแนวหน้าหรือ Top 10 จะเน้นฉายภาพตำแหน่งทางการตลาดของตัวเอง เพื่อให้มีความชัดเจนในสายตาของผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการรุกขยายตลาดใหม่ๆ อย่างเช่น ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัด การรับสร้างบ้านให้แก่โครงการบ้านจัดสรร การร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินทำโครงการบ้านจัดสรร เป็นต้น
" ในด้านกลยุทธ์การแข่งขันนั้น คาดว่าจะโดดเด่นมากขึ้น ทั้งในด้านบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพ จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดอย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและสร้างกลุ่มลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ของตัวเองในระยะยาว โดยผู้ประกอบการที่ใช้การแข่งขันตัดราคาจะน้อยลง ยกเว้นกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าสู่ตลาดรายใหม่ ยังคงใช้วิธีการตัดราคาเป็นเครื่องมือหลัก เพื่อแข่งขันกับรายเดิมๆในตลาดที่มีแต้มต่อเรื่องความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ " นายสิทธิพรกล่าว
สำหรับแนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2551 แบ่งออกได้ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย1.กลุ่มบ้านระดับบนจะเน้นหรูและแตกต่าง 2.กลุ่มบ้านคุณภาพจะเน้นวัสดุ และฝีมือ ที่ได้มาตรฐานและทันสมัย และ3.กลุ่มบ้านระดับล่าง จะเน้นราคา เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคฉลาดเลือกและฉลาดซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะการจะลงทุนสร้างบ้านถือเป็นเรื่องใหญ่ จึงมีการหาข้อมูลและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจอย่างรอบคอบ โดยข้อมูลใหม่ที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคที่สำคัญคือ การบริการหลังการขายหรือการรับประกันคุณภาพ เพราะทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
นายสุทธิพร กล่าวว่า ทั้งนี้แนวโน้มผู้บริโภคจะหันมาเลือกใช้บริการกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านมากขึ้น แต่การขาดแคลนบุคลากรในวิชาชีพที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะเข้ามาภาคสู่ธุรกิจกำลังกลายเป็นปัญหาใหม่ โดยเฉพาะพนักงานระดับปฏิบัติการ จึงจำเป็นที่จะต้องมองหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้ล่วงหน้า โดยที่ผ่านมาได้บริษัทผลักดันให้ธุรกิจรับสร้างบ้าน เป็นที่รู้จักและยอมรับในภาคการศึกษาในระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมากขึ้น เพื่อเชิญชวนเข้ามาทำงานเมื่อจบการศึกษา
นอกจากนี้ในปี 2551 บริษัทฯมีแผนจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สังกัดกรมอาชีวะศึกษา เพื่อเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนนักศึกษาหรือบุคลากร ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน เช่น ช่างเทคนิค ช่างเขียนแบบ พนักงานขายบ้าน ผู้ประเมินราคา และผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อในอนาคตเมื่อนักศึกษาหรือบุคลากรเหล่านี้จบการศึกษา จะสามารถเข้ามาประกอบอาชีพในองค์กรหรือเข้าสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านได้ทันที โครงการนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างเป็นระบบในภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|