“มาสเตอร์แปลนฯ"เตรียมขึ้นราคาบ้าน เชื่อตลาดบนกำลังซื้อสูงดันยอดโต10%


ผู้จัดการรายวัน(18 ธันวาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

“มาสเตอร์แปลน” มั่นใจปี51 รับสร้างบ้านตลาดบนโตต่อเนื่องรับอานิสงส์การเมืองชัด ลูกค้าเบื่อรอนาน ชี้วัสดุก่อสร้างปรับตัวกว่า 50% พร้อมปรับราคาบ้านตามต้นทุนวัสดุก่อสร้าง เชื่อไม่ส่งผลลูกค้าชะลอการตัดสินใจเหตุ ลูกค้าหลักกำลังซื้อสูง ตั้งเป้าปี51ยอดขาย280ล้าน เติบโตจากปี50กว่า10%

นายอนันต์กร อมรวาที กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ แปลน101 จำกัด ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านระดับบน เปิดเผยถึงตลาดรวมบ้านระดับบนว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านระดับบนมีอัตราการชะลอตัวบ้างเล็กน้อย เนื่องจากผู้บริโภคในตลาดชะลอการตัดสินใจสร้างบ้าน เพราะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวลงจากผลกระทบทางด้านการเมือง ส่งผลให้กลุ่มนักธุรกิจ และเจ้าของกิจการ ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทชะลอการตัดสินใจ เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ด้านการเมืองอีกครั้ง

ถึงกระนั้น ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นมา การตัดสินใจของลูกค้าเริ่มฟื้นตัวมากขึ้น เพราะลูกค้าบางกลุ่มมีการชะลอการตัดสินใจตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ปฎิวัติในช่วงปี 2549 ที่ผ่านมา แต่ด้วยระยะเวลาในการรอของลูกค้ายืดออกมานานกว่า2ปี ทำให้ลูกค้าหลัก ไม่ต้องการรอต่อไปอีกจึงมีการตัดสินใจสร้างบ้านกันมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3ของปี50

" หลังจากที่รัฐบาลมีการกำหนดระยะเวลาการเลือกตั้งที่ชัดเจน ทำให้ทิศทางของเศรษฐกิจของประเทศ และการเมืองมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ดังนั้นกลุ่มลูกค้าที่มีการชะรอการตัดสินใจซื้อจึงเริ่มกลับมาตัดสินใจสร้างบ้านมากขึ้น ทำให้ตลาดรับสร้างบ้านรวมมีอัตราการเติบโตสูงกว่าปี49 โดยปัจจุบันตลาดรับสร้างบ้านมีมูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ในส่วนของตลาดบ้านระดับบนมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ประมาณ 20-30% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000- 3,000 ล้านบาท

นายอนันต์กร กล่าวว่า แนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านปี2551 คาดว่าจะยังมีอัตราการเติบโตระดับเดียวกับในปี50 เนื่องจากผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากการปรับตัวของค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ตลาดรับสร้างบ้านระดับบน จะเติบโตเพิ่มจากปี2550 เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีความสามารถในการซื้อสูง และพึ่งพาเงินกู้จากสถาบันการเงินไม่มาก ขณะเดียวกันเมื่อการเมืองและเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติ ลูกค้ากลุ่มนี้จะตัดสินใจสร้างบ้านเร็วขึ้น

“ เชื่อว่าในปีนี้ ตลาดรับร้างบ้านระดับบนจะขยายตัว5-10% เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว เศรษฐกิจหลังการเลือกตั้งนั้นจะกลับมาดีขึ้นกว่าก่อนหน้าการเลือกตั้ง”

ทั้งนี้ในปี 2551 บริษัทมีแผนจะออกแบบบ้านใหม่เพิ่ม10แบบ และปรับราคาการก่อสร้างบ้านขึ้น เพราะราคาวัสดุก่อสร้างได้ปรับขึ้นกว่า 50% เช่น เหล็กที่ปรับราคาขึ้นไป 15% อิฐมวลเบา 10% ส่วนไม้ปรับขึ้น10-15% วัสดุอื่นๆต้องรอดูว่าจะมีการปรับขึ้นเท่าใด

สำหรับแนวโน้มของยอดขายในปี 2551 ทางบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีรายได้เติบโตจากปีนี้10% หรือมียอดขายรวม 280ล้านบาท เทียบกับปี 2550 ที่มีรายได้รวม 250 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปี49ซึ่งมีรายได้รวม 150ล้านบาท 50%

“ปัจจัยในการแข่งขันของบ้านระดับบนคือ เรื่องของรูปแบบและดีไซน์ของแบบบ้าน เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพ การออกแบบ ส่วนราคาเป็นเรื่องอันดับรอง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้จะสร้างบ้านเพื่อช่วยยกระดับและเป็นหน้าเป็นตา ให้แก่ลูกค้า มากกว่าการสร้างบ้านเพียงเพื่อใช้อยู่อาศัยแบบกลุ่มตลาดระดับล่าง”


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.