S curve ตัวใหม่

โดย ไพเราะ เลิศวิราม
นิตยสารผู้จัดการ( มิถุนายน 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

แม้จะเป็นถึงประธานกรรมการบริหาร ที่ต้องดูแลกำกับบริษัทขนาดใหญ่อย่างเอไอเอส ที่มีพนักงาน 5,700 คน นอกจากต้องติดตามผลการดำเนินงานในภาพรวม ให้เป็นไปตามที่วางไว้แล้ว แต่การเป็นผู้บริหารบริษัท โทรศัพท์มือถือยุคนี้ ทำงานอยู่แต่ในห้องประชุม หรือห้องทำงานคงไม่ได้

หากมีโอกาสไปห้างสรรพสินค้าเมื่อไร สมประสงค์ บุญยะชัย จะต้องแวะเวียนไปดูกิจกรรมของเอไอเอสทุกครั้ง ทั้งร้านเทเลวิซ และร้านคู่แข่ง เรียกว่า ไปเดินตรวจตลาดด้วยตัวเอง "ผมต้องทำตัวเป็นเครื่องเรดาร์"

เช่นเดียวกับงาน re-launch บริการ mobileLIFE โฉมใหม่ ที่จัดขึ้นกลางลานสยามดิสคัฟเวอรี่ ที่ผ่านมา สมประสงค์ก็แอบแวะไปเยี่ยมชมโดยลำพัง โดยที่พนักงานของเอไอเอสไม่รู้มาก่อน การทำงานในลักษณะหนึ่ง เขาบอกว่า ทำให้ได้ทั้งในเรื่องของการได้อยู่กับครอบครัว และได้ทั้งเรื่องงานพร้อมกันในคราวเดียวเพราะนี่เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมขององค์กรในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

สมประสงค์เชื่อว่า ที่ผ่านมาบริการ mobileLIFE ไม่ได้มีข้อผิดพลาด เพียงแต่เครื่องลูกข่ายเวลานั้นยังไม่มีขีดความสามารถรองรับกับบริการทางด้านเนื้อหา และ Application ที่ทำออกมาก็ยังไม่เหมาะกับผู้ใช้ในระดับ mass แต่ทำขึ้นเฉพาะกลุ่ม เช่น บริการ banking ทำให้กลุ่มผู้ใช้มีจำกัด

แต่ความคึกคักของผู้เข้าชมงานก็เป็นสัญญาณที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับเอไอเอสในเวลานี้

สมประสงค์เชื่อว่า บริการ non-voice จะเป็นหนทางในการสร้างรายได้แบบใหม่ หากเปรียบกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แล้ว เอไอเอสเชื่อว่า non-voice จะสร้าง S Curve ตัวใหม่

"S curve ตัวนี้ถ้าไม่ทำเลยเราก็จะไม่มีรายได้ใหม่เข้ามา แต่ถ้าทำ 10 อย่าง ลูกค้าอาจจะชอบเพียง 1 หรือ 2 อย่างเท่านั้น ฉะนั้นเราต้องพยายามอย่างมาก เวลานี้เราทำไปหลายอย่างแล้ว sms ลูกค้าเริ่มชอบแล้ว ส่วนบริการ mms ถ้าอีกหน่อยโทรศัพท์มือถือมีกล้องติดมาด้วย"

เขาเชื่อว่า บริการเหล่านี้จะสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ ทั้งในระดับบุคคล รวมทั้งในระดับองค์กร ไปเชื่อมต่อกับ server ทำให้การใช้งานกับกลุ่มลูกค้าองค์กรทั่วไป

ในแง่ขององค์กรของเอไอเอสก็เช่นกัน ต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้อง เช่น การ outsource งานบางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป หรือแยกหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรู้ความสามารถของธุรกิจโทรศัพท์มือถือออกไป

เขายกตัวอย่าง ระบบ call center เป็นงานที่ใช้ความรู้ความสามารถที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก หน่วยงานนี้ซึ่งมีพนักงาน 1,000 คน จะถูกแยกออกไปตั้งเป็นบริษัทต่างหาก ใช้ชื่อว่า Advance Contract Center

"สิ่งที่เอไอเอสจะได้คือเรื่องของความคล่องตัว และยังใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดหลายลักษณะ แต่งานหลักยังต้องทำให้กับเอไอเอส"

กลุ่มลูกค้าก็เช่นกัน ฐานลูกค้าที่มีบทบาทสำคัญของโทรศัพท์มือถือเวลานี้ไม่ใช่อยู่แค่นักธุรกิจ หรือคนวัยทำงานเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่เป็นด็กวัยรุ่น กลุ่มเด็กมหาวิทยาลัย และนักเรียน

"ถ้าดูวิธีทางสถิติอย่างเดียวอาจผิดพลาดได้ เพราะคนกลุ่มนี้ไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง แต่ในข้อเท็จจริง คือ กลุ่มคนที่มีการใช้จ่ายสูงมาก"

ลูกค้าวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา ย่อมมีรูปแบบของการใช้ชีวิต ความต้องการบริโภคไม่เหมือนกับลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนทำงาน หรือมีอายุ วิธีการของเอไอเอส ก็คือ เลือกคนทำสินค้าให้ใกล้เคียงกับลูกค้า สิ่งหนึ่งที่จะเห็นได้ชัดเจนของเอไอเอสในเวลานี้ ก็คือ วัยของผู้บริหารของเอไอเอสจะมีอายุน้อยลง

"ผมตั้งใจเสมอว่า ผู้บริหารจะมีอายุน้อยลง เพราะมีความชัดเจน ฐานลูกค้าเราอายุน้อยลง"

ลูกค้าสำคัญอีกกลุ่มที่สมประสงค์ยกมาให้เห็นก็คือ กลุ่มแม่บ้าน ไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง แต่มีอำนาจการใช้จ่ายสูง

"ลักษณะวิธีการตลาดในรูปแบบเดิม เช่น กลยุทธ์ 4P ใช้ไม่ได้แล้ว เราต้องมาเน้นการตลาดใหม่ๆ อย่างเรื่องของ Customer Relation Management CRM"

สมประสงค์เชื่อว่าผลสำเร็จของธุรกิจโทรศัพท์มือถือเวลานี้ไม่ได้อยู่ที่การได้ลูกค้าใหม่เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการสร้างความต่อเนื่องในการใช้งานของลูกค้า

"เมื่อลูกค้ามี experience กับสินค้าของเราแล้ว เขามีการตัดสินใจต่อไปอย่างไร กับการใช้โทรศัพท์มือถือ"

พฤติกรรมที่แปรเปลี่ยนไปของลูกค้า ไม่เพียงแต่เอไอเอสต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการชิงความได้เปรียบในการเป็นอันดับ 1 ของการออกบริการใหม่ๆ ที่โอเปอเรเตอร์เคยห้ำหันกันมาตลอด จะเป็นสิ่งที่เอไอเอสให้ความสำคัญน้อยลง แต่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเนื้อหามากกว่า



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.