|

KTB ตั้งเป้าสินเชื่อปีหน้าโต 6 หมื่นล. หวัง'เมกะโปรเจกต์-ลงทุนรัฐ'หนุน
ผู้จัดการรายวัน(11 ธันวาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
แบงก์กรุงไทยเผยแผนธุรกิจปีหน้า ตั้งเป้าขยายสินเชื่อ 60,000 ล้านบาท โดยสินเชื่อหลักจะมาจากสินเชื่อที่ปล่อยให้กับภาครัฐซึ่งจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในปีหน้า ชี้ปีหน้าธุรกิจแบงก์ยังแข่งเดือดด้วยการแย่งลูกค้า ส่วนสินเชื่อรายย่อยตัวหลักมาจากสินเชื่อบ้าน
'
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจปีหน้าว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 60,000 ล้านบาท หรือขยายตัว 5-6% ของพอร์ตสินเชื่อรวมที่มีอยู่ 1 ล้านล้านบาท โดยส่วนที่สำคัญจะมาจากสินเชื่อรายใหญ่ในส่วนที่เป็นการลงทุนภาครัฐ โครงการเมกะโปรเจกต์ และโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ
ทั้งนี้สินเชื่อที่คาดว่าจะมีการเบิกใช้มากขึ้น คือ ในกลุ่มของปิโตรเคมี และโรงงานไฟฟ้า ซึ่งได้มีการอนุมัติวงเงินสินเชื่อไปแล้ว ส่วนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ยังคงต้องรอให้ความเชื่อมั่นในการลงทุน ซึ่งหากความเชื่อมั่นกลับมาก็จะทำให้มีการลงทุนมากขึ้น ทำให้ยอดสินเชื่อของธนาคารทำได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
"การแข่งขันสินเชื่อในปีหน้าจะรุนแรง และมีการแย่งลูกค้า ในส่วนของแบงก์กรุงไทยก็พร้อมที่จะเข้าไปแข่งขัน นอกจากนี้หากมีรัฐบาลเข้ามาแล้วสามารถเรียกความเชื่อมั่นภาคเอกชน ก็จะทำให้การลงทุนของอุตสาหกรรมภาคอื่นๆ เกิดขึ้น ก็จะทำให้ยอดสินเชื่อในปีหน้าของแบงก์เติบโตมากกว่า 6 % " นายอภิศักดิ์ กล่าว
สำหรับสินเชื่อรายย่อยในปีหน้า ตัวหลักจะยังมาจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาธนาคารได้สนับสนุนสินเชื่อโครงการที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก และได้มีการแนะนำลูกค้าที่จะซื้อบ้านในโครงการให้มาใช้บริการสินเชื่อของธนาคาร จึงเป็นส่วนที่ทำให้โอกาสของสินเชื่อยังเติบโตได้
โดยธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อในปีหน้าเพิ่มขึ้นสุทธิ 15 % หรือ 20,000 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อธนวัฎที่ปล่อยกู้ให้กับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่จ่ายเงินเดือนผ่านธนาคาร ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้าสำคัญในปีนี้มีอัตราการเติบโต 10 % ในปีหน้ายังคงอัตราเติบโตไว้ที่ 10 % เช่นเดียวกัน
นายอภิศักดิ์ กล่าวถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามว่าอัตราเงินเฟ้อในปีหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะในช่วงเดือนมกราคม ปี 2551 สิ่งที่รัฐบาลรักษาการตรึงราคาสินค้าและบริการไว้ หากปีหน้าไม่ตรึงราคาตัวเลขเงินเฟ้ออาจพุ่งขึ้นไปเป็นตัวเลข 2 หลัก ซึ่งเมื่อเทียบกับเดือนม.ค. 50 เป็นตัวเลขที่สูงมาก ดังนั้นต้องดูว่ารัฐบาลใหม่เข้ามาจะใช้นโยบายการเงินอย่างไร ซึ่งเป็นตัวสะท้อนเรื่องของอัตราดอกเบี้ย
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|