|

โตชิบาครีเอตแวลู เพิ่มมูลค่ายอดขาย
ผู้จัดการรายสัปดาห์(3 ธันวาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
โตชิบา ครีเอตแวลู ฝ่าสงครามราคา เติมดีไซน์ เพิ่มฟังก์ชั่น ต่อชีพจรตู้เย็น 1 ประตู พร้อมชูคอนเซ็ปต์ REGZA LINK สร้างยอดขายยกชุดในกลุ่มเอวี ล่าสุดเปิดตัวสินค้าใหม่ Bidet หรือฝาชักโครกดิจิตอล ที่มีระบบชำระล้างอัตโนมัติ
สมรภูมิตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทยแม้จะผ่านยุคที่มีการห้ำหั่นราคากันอย่างรุนแรงในช่วงที่มีสินค้าจากเมืองจีนเข้ามาตีตลาด จนบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์เนมต้องสร้างจุดต่างและพัฒนาเทคโนโลยีให้สูงขึ้นเพื่อหนีสงครามราคา ทว่าสงครามราคาก็มิได้สิ้นสุดลงเพราะในบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์เนมด้วยกันก็มีการทำสงครามราคาผ่านสินค้ารุ่นไฟติ้งโมเดลเพื่อสกัดมิให้สินค้าราคาถูกขยับตัวขึ้นมาตีตลาดระดับบน เหมือนเช่นอดีตที่แบรนด์ญี่ปุ่นทิ้งตลาดเครื่องเล่นวีซีดีจนถูกสินค้าจากเมืองจีนยึดตลาด จากนั้นแบรนด์จีนก็ขยับขึ้นมาแข่งในตลาดเครื่องเล่นดีวีดี
การสร้างแบรนด์ลอยัลตี้เป็นแนวทางหนึ่งที่หลายแบรนด์ต่างพยายามทำเพื่อรักษาฐานลูกค้ามิให้หวั่นไหวไปกับการทำราคาของคู่แข่ง โดยโซนี่ถือเป็นต้นแบบในการสร้างแบรนด์ลอยัลตี้ผ่านการทำอีโมชันนอลมาร์เกตติ้ง ด้วยการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย มีการสร้างไลฟ์สไตล์ใหม่ๆให้ผู้บริโภคเดินตามเพื่อให้สาวกโซนี่ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มลูกค้าอินเทรนด์ เช่น การปฏิวัติการฟังเพลงเคลื่อนที่จากยุค 20 ปีที่แล้วที่มีแฟชั่นของการแบกวิทยุเครื่องโตเปลี่ยนมาเป็นการฟังเพลงด้วยซาวด์อะเบาต์ โซนี่ วอล์คแมน ชื่อของโซนี่จึงเป็นภาพลักษณ์ที่สะท้อนบุคลิกที่ทันสมัยให้กับผู้ใช้ เพียงแค่มีคำว่าโซนี่ติดอยู่ที่ตัวสินค้าก็สามารถขายแพงกว่าท้องตลาดได้โดยที่ผู้บริโภคเองก็ยอมรับ
สำหรับหลายๆแบรนด์ที่เดินตามหลังจำเป็นที่จะต้องสร้างการยอมรับในตัวสินค้าเสียก่อน ฟังก์ชั่นการใช้สินค้า ดีไซน์แปลกใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมา ยังไม่เพียงพอเพราะต้องทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสด้วยการสร้างประสบการณ์หรือ Experience Marketing เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัส ทดลอง และยอมรับก่อนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ โดยแบรนด์เกาหลีซึ่งตามหลังแบรนด์ญี่ปุ่นหลายสิบปีก็พยายามเข้าถึงผู้บริโภคด้วยการทำสินค้าราคาถูกเพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงได้ง่าย จากนั้นค่อยๆปรับภาพลักษณ์และพัฒนาแบรนด์ตัวเองขึ้นมาเทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำของโลก ทั้งซัมซุง และแอลจี ต่างก็เคยได้ชื่อว่าเป็นสินค้าราคาถูก มีภาพลักษณ์เหมือนสินค้าจีนในปัจจุบัน ในขณะที่แบรนด์เก่าแก่ของญี่ปุ่นเริ่มถูกแซงหน้า
โตชิบา ถือเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอีกแบรนด์ที่เคยได้รับผลกระทบจากสงครามราคาในช่วงแรก และพยายามกลับมาทวงความยิ่งใหญ่เหมือนในอดีต โดยมีการเพิ่มไลน์อัพสินค้าในกลุ่มภาพและเสียง มีการตั้งโรงงานประกอบแอลซีดีทีวีในเมืองไทย และยังมีการทำตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภครุ่นใหม่
ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนซึ่งเคยสร้างชื่อเสียงให้กับโตชิบาก็มีการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ มีการปรับเทคโนโลยีจากเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนธรรมดาไปสู่การเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าครัวเรือนดิจิตอล ซึ่งทำให้สินค้ามีมูลค่าสูงขึ้น และเป็นการสร้างจุดต่างจากสินค้าราคาถูก นอกจากนี้ยังมีการดีไซน์สินค้าด้วยสีสันเป็นเซตสินค้าเพื่อให้เป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน เป็นการผสมผสาน Functional Benefit กับ Emotional Benefit เข้าด้วยกัน
การทำ Emotional Marketing ของโตชิบา นอกจากจะใส่สีสันเพื่อเข้าถึงอารมณ์ความชอบของผู้บริโภคแล้ว โตชิบา ยังมีการวางคอนเซ็ปต์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เป็นองค์กรสีเขียว Green Corporation ภายใต้กลยุทธ์ นวัตกรรมสีเขียวเพื่อโลกสีขาว Green Innovation for White World ที่โตชิบาทั่วโลกดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว และยังเป็นทิศทางที่โตชิบายังคงดำเนินต่อไป โดยจะมีการเพิ่มคอนเซ็ปต์ 3R ซึ่งประกอบด้วย Reduce หรือการลดวัสดุเพื่อลดปริมาณการใช้วัตถุดิบเป็นการลดปริมาณขยะ Reuse นำกลับมาใช้ใหม่ และ Recycle แปรสภาพเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
ทว่าการทำให้ผู้บริโภคชอบแบรนด์ด้วย Green Marketing ยังไม่เพียงพอ เพราะผู้บริโภคมิได้ตัดสินใจซื้อเพียงแค่ว่าชอบโดยที่สินค้านั่นไม่ได้ตอบสนองความต้องการได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นโตชิบาจึงมีการพัฒนาสินค้าด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ตู้เย็น 1 ประตูรุ่น Slim Lady ที่โตชิบามีการใส่ดีไซน์เพื่อสร้างความสวยงามให้กับสินค้าทั้งรูปลักษณ์และสีสัน พร้อมกันนี้ยังทำรุ่นที่มีระบบกดน้ำจากนอกตู้ ซึ่งฟังก์ชั่นเหล่านี้จะช่วยทำให้ตู้เย็น 1 ประตูของโตชิบาแตกต่างจากคู่แข่ง ไม่จำเป็นต้องลดราคาสู้ และยังเป็นการต่อชีพจรให้กับตู้เย็น 1 ประตูที่กำลังถูกตู้เย็น 2 ประตูเข้ามาแทนที่ อย่างไรก็ดีโตชิบาก็มีการลอนช์ตู้เย็น 2 ประตูที่มีความจุ 17-20 คิว และแบบหลายประตูออกมาเพื่อตอบสนองผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ โดยชูฟังก์ชันในการรักษาความสดของอาหารด้วย UV Fresh Guard
ส่วนเครื่องซักผ้ามีการออกรุ่นใหม่ SDD (Super Direct Drive Inverter) ความจุ 14 กิโลกรัม สามารถซักผ้านวมได้ พร้อมด้วยเทคโนโลยี Zero Standby Power ที่ช่วยประหยัดไฟ 35% ขณะที่เตาไม่โครเวฟรุ่นใหม่มีระบบกำจัดไขมันเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมคลอเรสเตรอล
นอกจากนี้ยังมีการทำคอนเซ็ปต์ REGZA LINK เพื่อเชื่อมโยงการใช้งานสินค้าในกลุ่มเอวีโดยมีแอลซีดีทีวี REGZA ประกบคู่กับเครื่องเสียงโตชิบา พร้อมด้วยเครื่องเล่น HD DVD โดยมีรีโมตที่สามารถใช้งานร่วมกันได้เพื่อสร้างความสะดวกและแรงบันดาลใจในการซื้อสินค้าแบบยกชุดให้กับผู้บริโภค
ล่าสุดมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่คือสุขภัณฑ์ชำระเพื่อสุขภาพ หรือ ฝาชักโครกดิจิตอลที่มีระบบชำระล้างอัตโนมัติซึ่งใช้อย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น โดยเบื้องต้นบริษัทวางแผนที่จะจับตลาดองค์กรเช่นโครงการอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม โรงพยาบาล
โตชิบาตั้งเป้าว่าจะสามารถปิดยอดขายในปีนี้ได้ 5,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 12% ในขณะที่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยรวมคาดว่าจะเติบโตเพียง 5-8% โดยสัดส่วนรายได้หลักของโตชิบามาจากกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน 60% หมวดคอมพิวเตอร์ 30% และหมวดภาพและเสียง 10% โดยบริษัทตั้งเป้าว่าจะสามารถเพิ่มสัดส่วนในกลุ่มนี้เป็น 20% เนื่องจากสินค้าในกลุ่มแอลซีดีทีวีมีมูลค่าสูงและยังสามารถเติบโตได้อีก โดยบริษัทพยายามพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น น้ำหนักเบาลง เพื่อนำไปสู่การใช้วัสดุที่ลดลงเป็นการลดปริมาณขยะ สอดคล้องกับนโยบาย นวัตกรรมสีเขียวเพื่อโลกสีขาว
“ผลิตภัณฑ์สีเขียว ทำให้เรามีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาสินค้าก็อาจแพงกว่าสินค้าทั่วไปในท้องตลาดอยู่บ้าง ทว่าเราก็พยายามที่จะแบกรับภาระนั้นไว้” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร โตชิบา ไทยแลนด์ กล่าว
นอกจากนวัตกรรมสีเขียวจะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคที่ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว นวัตกรรมสีเขียวยังช่วยทำให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าองค์กรที่วางคอนเซ็ปต์ Green Corporation เหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันการค้าในระดับสากลก็มีรูปแบบของ Green Purchasing คือธุรกิจที่มีนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อมก็จะค้าขายกับธุรกิจที่มีนโยบายรักษาสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน ดังเช่นที่โตชิบาปฏิบัติมาส่งผลให้มีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็น Green Corporation มาติดต่อธุรกิจมากขึ้น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|