"แปซิฟิคปรับตัวใหม่หลังช่อง 5 ไม่ต่อสัญญา"


นิตยสารผู้จัดการ( ธันวาคม 2535)



กลับสู่หน้าหลัก

ความฝันของแปซิฟิคคอมมิวนิเคชั่น เริ่มสลายลงอีกครั้งเมื่อสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ประกาศออกมาอย่างแจ่มชัดว่าต่อแต่นี้ไปจะสร้างภาพพจน์ของสถานีในการผลิตข่าว การอ่านข่าวและขายเวลาโฆษณาด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งลมหายใจจากอีเอ็มนิวส์บริษัทในเครือแปซิฟิคคอมมิวนิเคชั่นอีกต่อไป

การประกาศตัวเช่นนี้มีผลทำให้ สมเกียรติ อ่อนวิมลกุนซือ แปซิฟิคต้องกลับมานั่งพิจารณาถึง ทิศทางขององค์กรแฟซิฟิคอีกครั้งหลังปรับตัวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปลายปี 34 หลังจากได้เข้าไปทำรายการข่าวทางสถานีวิทยุจส.100

หรือพูดง่ายๆ ก็คือในช่วงที่ยุคทหารกำลังเป็นกระเบื้องเฟื่องฟูลอยก็พลอยทำให้แปซิฟิครุ่งเรืองตามบทบาทของทหารไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้คนในวงกว้างต่างก็รู้ว่า แปซิฟิคอิงเส้นทหารสร้างรายได้ ให้กับองค์กรของตนเองมานาน แม้สมเกียรติเองก็ยังเคยกล่าวรับอย่างภาคภูมิใจว่า

"จะแปลกอะไรที่เราจะยึดถือหรือทดแทนบุญคุณให้กับบุคคลที่ทำให้องค์กรของตนเองอยู่มาได้ในเมื่อเราต้องเจ็บปวดมาแล้ว กับการถูกหักหลังของเอกชนรายอื่นๆ เมื่อทหารทำให้เราโตได้ ก็ต้องเข้าข้างกันเป็นธรรมดา"

นี่คือจุดยืนที่แปซิฟิคประกาศให้เห็น อย่างโจ่งแจ้ง !!!

การทดแทนบุญคุณของแปซิฟิคที่เห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติ ทางการเมืองโดยการเข้าข้างทหารนั้นทำให้ภาพพจน์ของแปซิฟิคเริ่มตกต่ำและเป็นที่ผิดหวังของประชาชนอย่างหนัก ทั้งนี้เพราะสมเกียติ ซึ่งเป็นภาพตัวแทนขององค์กรเคยได้ชื่อว่า เป็นนักปฏิวัติวงการข่าวให้มีบทบาทเป็นที่ยอมรับของผู้ชมทีวีเมืองไทยสะสมอย่างต่อเนื่องกินเวลามาถึง 8 ปีเต็มแต่ต้องล่มสลายภายในเวลาไม่กี่นาที

เมื่อปลายปี 34 สมเกียรติได้ตั้งความหวังไว้ว่าจะพาองค์กรของตนเองให้เจริญรุ่งเรืองไปในด้านการผลิตข่าวสาร ที่ตนเองมิได้อยู่ในสถานะของผู้ถูกว่าจ้างให้ผลิตรายการข่าวป้อนให้เหมือนเช่นปัจจุบันอีกต่อไปความผันของเขาก็คือ จะเข้าไปประมูลเป็นเจ้าของเวลาทำรายการเองหรือเป็นเจ้าของสถานีเสียเลยหากมีโอกาสทำได้

ความแน่นอนอยู่บนความไม่แน่นอนและความไม่แน่นอนคือความแน่นอน นั่นคือความจริงของคติพจน์โบราณที่ยังคงเป็นความทันสมัยในปัจจุบัน อย่างน้อยแปซิฟิคก็ประสบด้วยตนเองมาตลอดโดย เริ่มตั้งแต่เข้าไปประมูลเวลารายการข่าวช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ระยะเวลาของสัญญาการทำรายการ คือ 4 ปีแต่หลังจากแปซิฟิคทำได้เพียง 3 ปีก็ถูกยกเลิกสัญญาก่อนหมดวาระ

ขณะนั้นแปซิฟิคกำลังเนื้อหอมเพราะเป็นช่วงเวลาที่สมเกียรติและแปซิฟิคได้สร้างชื่อเสียงให้โด่งดังขึ้นมาในเวลารวดเร็ว ในเรื่องของการปฏิวัติรายการข่าวให้ประชาชนสนใจบริโภคข่าวสารกันจนติดเป็นนิสัย เรทติ้งคนดูรายการข่าวพุ่งสุดโต่งทีวีช่องอื่นๆ ต้องขยับปรับปรุงรายการข่าวของตนเองตาม

เมื่อแปซิฟิคหลุดจากช่อง 9 อ.ส.ม.ท.มาใหม่ๆ ช่อง 7 สีก็อ้าแขนรับทันทีด้วยเหตุผลทางธุรกิจคือต้องการดึงเรทติ้งคนดูให้ตามมาที่ช่อง 7 สีรายได้จากการขายโฆษณาก็จะตามมาด้วยที่นี่ระยะเวฃาของสัญญาในการว่าจ้างแปซิฟิคผลิตรายการข่าวให้ในช่วงนั้น ไม่เป็นที่แจ้งชัดว่ามีกำหนดกี่ปีเวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่ถึงปี แปซิฟิคก็ต้องยุติ และอำลาช่องนี้ไปอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลส่วนตัวของผู้ยิ่งใหญ่ช่อง 7 สีคือสมเกียรติไปแตะต้องผู้ใหญ่ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลที่เขานับถือ

และแล้วก็มาถึงช่อง 5 ซึ่งเป็นช่องสุดท้ายที่แปซิฟิคได้เข้ามาทำรายการผลิตข่าวให้ด้วยความช่วยเหลือจากพลเอกชวลิต ยงใจยุทธซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ที่นี่ทำสัญญากับแปซิฟิคเป็นเวลา 3 ปีหากครบอายุสัญญาจะทำการต่อสัญญาเป็นปีต่อปี

สมเกียรติกล่าวว่า "ตอนที่มาอยู่ช่อง 5 ข่าวเขาสู้ใครไม่ได้จึงทำสัญญากับเรายาวแต่เมื่อหมดสัญญาก็เป็นการต่อสัญญาปีต่อปี เราทำให้เขามา 4 ปี"

สัญญาณเตือนภัยให้แปซิฟิครู้ว่าอนาคตของเขาจะไม่ยืนยาวอีกต่อไปก็คือ เมื่อช่วงปลายปีที่ 3 พนักงานของช่อง 5 เริ่มมีทีท่าไม่พอใจต่อการต่อสัญญาเพราะช่อง 5 ต้องการผลิตงานข่าวเอง เพื่อเป็นหน้าตาและศักดิศรีของสถานีเช่นเดียวกับนโยบายของสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นช่อง 3, ช่อง 7 หรือช่อง 9 แม้กระทั่งช่อง 11 ก็ตามที ณวันนี้ทุกช่องต่างก็ผลิตข่าวด้วยตนเองทั้งสิ้น

ดังนั้นในช่วงปีที่ 4 ที่แปซิฟิคได้ต่อสัญญานั้นแปซิฟิคทำได้แต่เพียงอ่านข่าว ขายเวลาโฆษณา และทำข่างบางชิ้นที่ช่อง 5 เสนอมาให้ทำเท่านั้น นอกนั้นบทบาทของการทำข่าวอยู่ที่พนักงานประจำของช่อง 5 ทั้งสิ้น

เดือนธันวาคมเป็นเดือนสุดท้ายที่แปซิฟิคจะต้องอำลาช่อง 5 ไปพร้อมกับบทเรียนมากมายที่แปซิฟิคได้รับ

จุดยืนการเป็นบริษัทอนุรักษ์นิยมที่ผูกมัดตนเอง กับสัญญาว่าจ้างผลิตรายการข่าวให้กับช่องใดช่องหนึ่งเพียงช่องเดียวที่แปซิฟิคยึดถือมาโดยตลอกนั้นมีอันต้องเปลี่ยนไป

สมเกียรติกล่าวว่านโยบายนี้ต้องปรับใหม่เราต้องการพลิกโฉมหน้าเป็นบริษัทใหม่ที่พร้อมจะป้อนรายการให้กับสถานีโทรทัศน์ทุกช่องที่ต้องการ

หมายความว่า ทิศทางต่อไปของแปซิฟิคจะถอนรากแนวคิดที่มุ่งมั่นจะเอาดีแต่สายงานผลิตข่าวเพียงอย่างเดียว ทรัพยากรของแปซิฟิคจะถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่เป็นแต่เพียงพี่เลี้ยงประคองสายงานข่าวให้พัฒนาไปเท่านั้น

"เราจะต้องกระจายขอบเขตงานของบริษัทให้หลายหลายยิ่งขึ้นไม่ยึดติดกับรายการข่าวถ้าไม่มีโอกาสทำต่อ แต่เราจะใช้ผลพวงจากความชำนาญของทีมงานด้านข่าวให้เป็นประโยชน์"

คำกล่าวของสมเกียรติหมายถึงแปซิฟิคจะเริ่มปรับทิศทางขององค์กรให้เข้าสู่

1.การทำสารคดีให้เป็นธุรกิจมากยิ่งขึ้นหมายความว่าการผลิตสารคดีของแปซิฟิคนับจากนี้ ต่อไปจะเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับองค์กรมากยิ่งขึ้นจากเดิมที่มุ่งผลิตรายการข่าว เพื่อสร้างรายได้ป้อนองค์กร ซึ่งการสร้างรายได้จากการทำสารคดีก็คือจะมีการทำเทปวีดีโอออกวางตลาดซึ่งผ่านมาพบว่ารายการสารคดีโลกสลับสี ซึ่งร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์สามารถขายได้ถึง 10 ล้านบาท

ผลงานด้านสารคดีซึ่งเป็นจุดเด่นของแปซิฟิคกำลังทำชื่อเสียงให้กับแปซิฟิคโดดเด่นเป็นพิเศษ ในระยะหลังเป็นงานอีกแขนงหนึ่ง ที่จะขยายมากขึ้นรวมทั้งมุ่งทางด้านสารคดีต่างประเทศซึ่งยังมีอีกนับ 100 เรื่องที่ยังไม่ได้ออกอากาศ

2. รายการวิทยุโดยการเข้าไปหาคลื่นใหม่โดยการวางนโยบายที่จะทำเป็นรายการข่าวป้อนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งรายการวิทยุนี้สมเกียรติกำลังเล็งเป้าไปที่สถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท.ซึ่งมีทั้งหมด 19 สถานี (รวมทั้งต่างจังหวัด)

3. จะทำรายการป้อนสถานีต่างๆ นโยบายเก่าๆ ที่ผ่านมาคือผลิตรายการให้ช่องใดช่องเดียวจะล้มเลิกโดยเด็ดขาด โดยรายการที่จะปอ้นให้เข้ากับช่องต่างๆ ซึ่งเข้าไปทำได้โดยการเหมาเวลานั้นจะมุ่งเน้นไปที่การผลิตรายการในรูปแบบของวาไรตี้คล้ายๆ กับรายการที่นี่กรุงเทพฯ นั่นเอง

4. จะทำข่าวเจาะเป็นพิเศษเพื่อเสนอรายการโดยเหมาเวลาสถานีที่วางแผนไว้คือช่อง 9 และช่อง 11

แปซิฟิคเคยเจ็บปวดกับการยกเลิกสัญญาการจ้างผลิตข่าวมานับครั้งไม่ถ้วนปรับระบบใหม่ก็หลายครั้ง แต่การปรับแต่ละครั้งก็ยังคงยืนอยู่บนอุดมการณ์ของการสร้างข่าวให้เป็นรายได้หลักขององค์กรการปรับทิศทาง ครั้งล่าสุดนี้แปซิฟิคเริ่มมองเห็นพื้นฐานของการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้นอุดมการณ์ผันแปรได้ เพราะเม็ดเงินจึงกลายเป็นสัจธรรมที่แปซิฟิคเริ่มกระจ่างชัดเอาเมื่อเข้าปีที่ 8 นี่เอง



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.