|

ผู้ถือหุ้นมั่นใจINGซื้อTMBพลิกฐานะฟื้น
ผู้จัดการรายวัน(28 พฤศจิกายน 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
แบงก์ทหารไทยคุยเพิ่มทุนรอบนี้เสริมความแข็งแกร่งได้มากและไม่ต้องเพิ่มทุนอีกในระยะเวลาอันใกล้ ยันขณะนี้ยังไม่มีการปลดคณะกรรมการ และที่ประชุมมีมติเปลี่ยนแปลงจำนวนกรรมการจาก 15 เหลือ 12 คน เชื่อ"ดีบีเอส"ถอนตัวแน่เพราะไม่ประสงค์จะร่วมบริหารกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่อย่างไอเอ็นจี
วานนี้ (27 พ.ย.) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ได้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2550 ที่ห้องออดิธอเรียม ชั้น 7 สำนักงานใหญ่ โดยการประชุมเริ่มในเวลา 14.00 น. โดยนายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า หลังจากการเพิ่มทุนของธนาคารในครั้งนี้ธนาคารจะยังคงเป็นธนาคารของคนไทย โดยจะพยายามรักษาสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อให้ธนาคารยังเป็นของไทย แต่การที่มีต่างชาติเข้ามาถือหุ้นนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งในปัจจุบันธนาคารหลายแห่งก็มีต่างชาติถือหุ้นอยู่แล้ว อีกทั้งการเข้ามาถือหุ้นของต่างชาตินั้นจะช่วยให้มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น เนื่องจากต่างชาติได้นำวิทยาการการค้าขายต่างๆ ที่มีรูปแบบแตกต่างจากที่มีอยู่เดิมและเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ให้กับธนาคารทหารไทยด้วย
นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของรายได้ค่าธรรมเนียมที่จะเข้ามามากขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยให้ธนาคารมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ภายในเวลาอันสั้น รวมถึงธนาคารสามารถจะทำกำไรได้มากขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่ถึง 10 ปี หรือในปี 2553 ธนาคารจะเริ่มเห็นหนทางที่จะทำให้ธนาคารเติบโตไปได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการลดขาดทุนสะสม
"หลังจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ธนาคารจะมีเงินทุนเพียงพอและไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนในระยะอันใกล้ แต่ในอนาคตหากจะเพิ่มทุนเพื่อเสริมสร้างธุรกิจ เชื่อว่าผู้ถือหุ้นจะมีความยินดี ส่วนเศรษฐกิจปีหน้ามองว่าจะหนักกว่าปีนี้ แต่การเพิ่มทุนของธนาคารจะทำให้มีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินงานต่อไป"นายสมใจนึกกล่าว
นายสมใจนึก กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงจำนวนกรรมการของธนาคาร เนื่องจากธนาคารต้องการให้จำนวนกรรมการของธนาคารมีความยืดหยุ่นและสองคล้องตามที่กำหนดในข้อบังคับของธนาคารนั้น ได้มีการลดจำนวนกรรมการจาก 15 คน เหลือ 12 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากกระทรวงการคลัง 3 คน ไอเอ็นจี 3 คน กรรมการอิสระ 4 คน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1 คนและตัวแทนจากเหล่าทัพอีก 1 คน
โดยในส่วนของกรรมการนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยน ซึ่งในส่วนของธนาคารดีบีเอสคงจะไม่ประสงค์จะร่วมบริหารกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่ ซึ่งในที่สุดแล้วทางดีบีเอสคงถอนตัวออกไป โดยกรรมการทั้งหมดจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายใหม่ตกลงกันรวมถึงผู้ถือหุ้นรายย่อยพิจารณาร่วมด้วย
ด้านนายสุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาธนาคารได้เพิ่มทุนทั้งสิ้น 6 ครั้ง เริ่มจากปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ธนาคารจึงเพิ่มทุน 5 พันล้านบาท ในปี 2541 ธนาคารออกหุ้นบุริมสิทธิ์ควบหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ในรูปแบบของแคปส์จำนวน 1 หมื่นล้านบาท ในปี 2542 เข้าโครงการขอความช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังเพื่อเพิ่มทุนขั้นที่ 1 (Tier 1) จำนวน 3 หมื่นล้านบาท ปี 2545 เพิ่มทุนเพื่อไถ่แคปส์ 1 หมื่นล้านบาท ในปี 2547 ได้ทำการแลกหุ้นกับธนาคารดีบีเอส และในปี 2549 เพิ่มทุนอีกครั้งจำนวน 8 พันล้านบาท
นายธเนศ ภู่ตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ตามข้อตกลงของกลุ่มไอเอ็นจีจะไม่มีการปลดผู้บริหารชุดเดิม นอกจากคณะกรรมการจะพิจารณาเลือกผู้บริหารคนใหม่เข้ามาแล้วคณะกรรมการมีมติปลดผู้บริหารในชุดเดิมออก
อย่างไรก็ตาม ในสิ้นปีนี้ธนาคารจะมีขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านบาท เนื่องจากในเดือนธันวาคมธนาคารจะต้องกันสำรองเพิ่มอีก 25,000 ล้านบาท ส่วน แนวทางในการล้างขาดทุนสะสมก็จะทำได้ด้วย 2-3 วิธีคือ หนึ่งธนาคารจะต้องมีกำไร สองความพอเพียงของเงินกองทุน ซึ่งอยู่ในระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)พอใจ และหุ้นบุริมสิทธิ์ต้องแปลงเป็นหุ้นสามัญในปี 2553
รายงานข่าวแจ้งว่าวันที่ 27 พ.ย. ผู้ถือหุ้นธนาคารทหารไทยได้พิจารณาอนุมัติการจัดสรรเพิ่มทุนให้กลุ่มไอเอ็นจีจำนวน 2.5 หมื่นล้านหุ้น ตามข้อเสนอของกลุ่มไอเอ็นจี เพื่อเข้าเป็นพันธมิตรใหม่ของธนาคารและปรับราคาในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนจากราคา 1.40 บาทเป็น 1.60 บาท ต่อหุ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมยังได้มีการพูดคุยประเด็นค่าเบี้ยชุมของของคณะกรรมการธนาคารว่าควรจะมีการปรับลดเบี้ยลงจนกว่าธนาคารจะมีกำไร รวมถึงมีผู้ถือหุ้นรายหนึ่งกล่าวว่า ตนเองรู้สึกมีความมั่นใจการบริหารงานของไอเอ็นจีมากกว่าการบริหารของธนาคารทหารไทยในปัจจุบัน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|