จีอีตั้งงบ20ล.เจาะกลุ่มครอบครัว


ผู้จัดการรายวัน(23 พฤศจิกายน 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

"จีอี มันนี่"ทุ่มงบการตลาด 20 ล้านบาท ดันแคมเปญ"ครอบครัวสุขสันต์กับเฟิร์สช้อยส์คาร์ด"เจาะกลุ่มลูกค้าครอบครัว หวังขยายฐานอีก 20% ระบุตลาดสินเชื่อเงินผ่อนปีหน้าขยายตัวกว่า 10%

นางสาวณญาณี เผือกขำ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด สินเชื่อบุคคลและสินเชื่อผ่อนชำระ จีอี มันนี่ ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกแคมเปญใหม่ " ครอบครัวสุขสันต์กับเฟิร์สช้อยส์คาร์ด" ที่ช่วยเติมเต็มความสุขให้กับครอบครัว โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าตลาดสินเชื่อผ่อนชำระ คือกลุ่มครอบครัวได้อีก 20% ของสัดส่วนกลุ่มดังกล่าวซึ่งอยู่ที่ 40% โดยบริษัทได้ทุ่มงบการตลาดกว่า 20 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นตลาดและมุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมกลุ่มครอบครัวที่มีอายุระหว่าง 31-40 ปีให้มากยิ่งขึ้น ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจนถึงสิ้นเดือนมกราคมปีหน้า

โดยแคมเปญดังกล่าวประกอบด้วยโปรโมชั่นที่ 1 แบ่งจ่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 12 เดือน พร้อมรับเงินคืน (Cash back ) 5% เมื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจากพันธมิตรของบริษัทที่เป็นผู้ผลิตชั้นนำกว่า 10 แบรนด์ โปรโมชั่นที่ 2 แพคเก็จท่องเที่ยวเอื้องหลวงราคาประหยัด ผ่อน 0% นาน 3 เดือน หรือเลือกรับส่วนลด 5% และโปรโมชั่นที่ 3 สำหรับสมาชิกใหม่รับเงินคืน 300 บาท เพียงใช้จ่ายผ่านบัตร 10,000 บาทขึ้นไป ภายใน 2 เดือน

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าจำนวน 1.5 ล้านราย ซึ่งสัดส่วนลูกค้าผู้ถือบัตรเฟิร์สช้อยส์แบ่งเป็นลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ 40% และต่างจังหวัด 60% ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)ยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ แต่สำหรับในรายลูกค้าที่มีปัญหาเรื่องหนี้เอ็นพีแอลนั้นยอมรับว่ามีการติดต่อมายังบริษัทบ้างซึ่งก็ได้ให้ความช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างหนี้ให้แล้ว

"จีอีจะใช้กลยุทธ์พัฒนาและขยายรูปแบบของสินค้าและบริการที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ต่อจากนี้ไปบริษัทจะขยายการผ่อนชำระไปในสินค้าอื่นๆด้วย อาทิ จะให้ผ่อนชำระการจัดงานแต่งงาน ผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยต่าง ๆ เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ผ่อนชำระสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตครบวงจร รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง " นางสาวณญาณี กล่าว

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงภาพรวมตลาดสินเชื่อผ่อนชำระในปี 2551 ว่าน่าจะมีการขยายตัวมากกว่า 10% จากปัจจุบันขยายตัวเพียง 10% เทียบกับเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาขยายตัว 10-15% เนื่องจากเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้วมีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุนมากขึ้น


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.